ทำไมต้อง Rabbit Insurance Broker?

ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.

ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.

เราเป็นบริษัทในเครือ BTS ที่ได้รับใบอนุญาตในการส่งเสริมการขายประกันวินาศภัยและประกันชีวิต
ตรวจสอบ และติดตามโปร่งใสทุกขั้นตอน

ตรวจสอบ และติดตามโปร่งใสทุกขั้นตอน

บริการสรุป และนำเสนอรายงานการเคลมทุกๆ 3 เดือน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สวัสดิการสุดพิเศษสำหรับลูกจ้าง

สวัสดิการสุดพิเศษสำหรับลูกจ้าง

ส่วนลดพิเศษสำหรับพนักงานที่ต้องการทำประกันภัยกับแรบบิท ไฟแนนซ์

บริการของเรา

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

Mario Peng (ประธานบริหารด้านการเงิน)

บริษัท โฮเทล ควิกลี่ แอพ จำกัด

 

ขอบคุณมาก! ที่ทำให้ผมสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการทั้งของบริษัทและของตัวผมเอง นอกจากบริษัทฯผมจะจ่ายเงินน้อยลงกว่าเดิม ภายใต้ความคุ้มครองที่ผมเคยทำประกันโดยตรงกับบริษัทประกันภัยในหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ 2 เหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากแนะนำคนอื่นๆ ให้มาใช้บริการผ่านทางแรบบิท

reviewer photo

Sudarat Noranitiwan (Senior Manager - People Developement)

บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด

 

แรบบิทไฟแนนซ์ช่วย Kerry Express ได้มากจริงๆคะโดยเฉพาะการนำเสนอแผนความคุ้มครองที่ตอบโจทย์และคัดเลือกบริษัทประกันภัยชั้นนำ   ที่สำคัญคือช่วยสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจ....ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากไปได้เยอะเลยคะ แน่นอนที่สุดคะว่าจะแนะนำแรบบิทไฟแนนซ์ ให้เพื่อนๆในวงการเดียวกันโดยเฉพาะ ฝ่ายHR ให้มาใช้บริการแรบบิทไฟแนนซ์ดูคะ

reviewer photo

Steven Prussky (กรรมการผู้จัดการ)

บริษัท อะแวร์ คอปอร์เรชั่น จำกัด (เชียงใหม่)

 

เจ้าหน้าที่ดูแลดีมาก มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของประกันภัย สามารถหากรมธรรม์ได้ตรงตามความต้องการของบริษัท แถมก็ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ

          นิติบุคคล หมายถึงอะไร ?

นิติบุคคล หมายถึง บุคคลหรือทรัพย์สินที่กฎหมายสมมุติให้มีสิทธิ, หน้าที่ และ ความรับผิดชอบได้ตามกฎหมายเหมือนบุคคลธรรมดา โดยสามารถที่จะทำกิจการอันเป็นการก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ได้ตามขอบเขตของวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ และสามารถทำนิติกรรมสัญญา รวมไปถึงการมีสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆ เช่น ที่ดิน, เงิน ทั้งยังมีหน้าที่ในการ เสียภาษี เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ได้เช่นกัน

 

เว้นแต่ว่า สิทธิและหน้าที่บางอย่างซึ่งบุคคลธรรมดามีอยู่นั้น นิติบุคคลจะไม่มี เช่น สิทธิในด้านครอบครัว และสิทธิในทางการเมือง เป็นต้น โดยนิติบุคคลจะมีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งกฎหมายได้บัญญัตินิติบุคคลไว้มากมาย จึงขอแยกประเภทของนิติบุคคลออกเป็น 2 ประเภท คือ

 

             1. นิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน

คือ นิติบุคคลที่ถูกบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีด้วยกัน 5 ประเภท ได้แก่

 

  • บริษัทจำกัด

คือ บริษัทที่มีการแบ่งทุนออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเท่าๆ กัน โดยจะมีผู้ถือหุ้นรวมกัน 7 คนขึ้นไป และผู้ถือหุ้นทุกคนต่างรับผิดชอบจำนวนจำกัดที่ไม่เกินหุ้นที่ตนเองถือ  และบริษัทจำกัดจะเป็นนิติบุคคลก็ต่อเมื่อจดทะเบียนตามกฎหมายบังคับแล้ว

 

  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด

คือ องค์การที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป รับผิดชอบร่วมกันในการดำเนินการ และจะมีการแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงกัน

 

  • ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล

คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีบุคคล 2 คนขึ้นไป ลงทุนและรับผิดชอบกิจการร่วมกัน ผู้ถือหุ้นส่วนทุกคนเป็น ”หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” ซึ่งหมายถึง ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนมีหนี้ที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการ ทุกคนที่เป็นหุ้นส่วนต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด โดยไม่จำกัดจำนวน

 

  • สมาคม

คือ การที่บุคคลหลายคนทำการตกลงร่วมกันเพื่อจุดประสงค์อันใดอันหนึ่งที่มีลักษณะต่อเนื่องรวมกัน และไม่ใช่การหากำไรหรือรายได้มาแบ่งกัน ต่างจากบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มุ่งหวังผลกำไร และสมาคมที่ทำการจดทะเบียนแล้วก็จะเป็นนิติบุคคล

 

  • มูลนิธิ

คือ ทรัพย์สินที่ถูกจัดสรรไว้โดยเฉพาะ สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อกิจกรรมการกุศล, สาธารณะ, การศึกษา หรือเพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์ และต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย

 

             2. นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน

คือ นิติบุคคลที่บัญญัติไว้ในกฎหมายมหาชน ซึ่งตามกฎหมายไทยได้แก่ กระทรวง, ทบวง, กรม และทบวงการเมืองอื่นๆ ในราชการบริหารส่วนกลาง จังหวัด, องค์การต่างๆ และองค์การของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีองค์กรมหาชนอิสระ ที่ดำเนินงานบางอย่างที่กฎหมายบัญญัติให้มีสภาพเป็นนิติบุคคล เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น

 

          รถยนต์นิติบุคคล

คือ รถยนต์ที่ไม่ได้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลของผู้ใดผู้หนึ่ง แต่เป็นรถยนต์ที่ซื้อมาใช้เพื่อจุดประสงค์ขององค์การ หรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวมขององค์การ เช่น รถประจำบริษัท, รถแท๊กซี่ เป็นต้น

รถยนต์สำหรับนิติบุคคล หรืออีกชื่อหนึ่งคือ รถเช่าสำหรับนิติบุคคล หมายถึง การที่บริษัท, องค์กร หรือห้างร้านต่างๆ ทำการเช่ารถยนต์ เพื่อนำมาใช้งานในบริษัท ซึ่งจะมีการทำสัญญาเช่าเป็นสัญญาระยะยาว อาจจะเป็นเดือน หรือมากกว่านั้นคือจองเป็นเวลาหลายปีเลยก็สามารถทำได้

 

ซึ่งการเช่ารถยนต์นิติบุคคลในระยะเวลาที่ยาวนานนั้นจะมีข้อดีกว่าการซื้อรถยนต์มาเพื่อใช้ในองค์กรเอง ด้วยเหตุผลที่ว่า เรื่องของค่าใช้จ่าย การเช่ารถยนต์สำหรับนิติบุคคลมาใช้จะช่วยให้บริษัทฯ ที่เป็นผู้เช่า สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถได้ เพราะค่าบริการเช่ารถยนต์จะอยู่ในอัตราที่คงที่ รวมไปถึงรถยนต์ที่สามารถนำมาใช้ขับขี่โดยไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์

 

          ประโยชน์ของการเช่ารถยนต์นิติบุคคลแบบระยะยาว (Long term Rental)

การที่บริษัทฯ ได้ทำการเช่ารถยนต์มาใช้งานในบริษัทของตนเองแบบระยะยาว เป็นการลดภาระหลายๆ ด้าน รวมทั้งช่วยให้การจัดการต่างๆ สะดวกมากขึ้น โดยผู้เช่าจะได้ผลประโยชน์จากการเช่าดังต่อไปนี้

 

  • ผู้เช่าไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์รถ หรือค่ามัดจำรถ

 

  • ค่าเช่ารถคงที่ทุกเดือน ด้วยบริการเต็มรูปแบบจากผู้ให้บริการเช่ารถ

 

  • ผู้เช่าไม่ต้องจัดการเรื่องการต่อทะเบียนประจำปีของรถยนต์ หรือเรื่อง พ.ร.บ.

 

  • หากรถยนต์สำหรับนิติบุคคลที่บริษัทฯ เช่าไว้ เกิดอุบัติเหตุ หรือมีเหตุให้ต้องนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการ ผู้ให้เช่าจะมีบริการรถทดแทนในระดับเดียวกันหรือระดับที่สูงกว่ารถคันเดิมมาให้ใช้

 

  • ผู้เช่าสามารถขอเปลี่ยนรถคันใหม่ได้ตลอด ไม่ต้องกังวลเรื่องขับรถตกรุ่นที่อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของบริษัทฯ

 

  • ผู้เช่าไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องของราคาซาก, ค่าเสื่อมสภาพ สำหรับ การขายต่อมือสอง

 

  • ในทางบัญชี รถยนต์สำหรับนิติบุคคลที่ให้เช่านั้นจะไม่ถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สิน แต่เป็นค่าใช้จ่าย จึงสามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด หรือเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 36,000 บาท (เฉพาะกรณีของรถยนต์สำหรับนิติบุคคลเท่านั้น)

 

  • ผู้เช่าไม่ต้องแบกรับภาระการรับผิดเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เพราะทางผู้ให้เช่าจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายให้เอง

 

  • มีศูนย์บริการที่ครอบคลุม และในบางแห่งอาจมีศูนย์บริการมาตรฐานเฉพาะของยี่ห้อรถยนต์

 

          ข้อควรรู้ก่อนเช่ารถยนต์สำหรับนิติบุคคล

การเช่ารถยนต์สำหรับนิติบุคคลในระยะยาวนั้น ผู้เช่าควรเลือกเช่ารถยนต์กับผู้ให้บริการเช่ารถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ, มีความชำนาญในการให้บริการ และมีรถยนต์ในสภาพที่พร้อมใช้งานตามที่ผู้เช่าต้องการ โดยส่วนมากบริษัทผู้ให้เช่ารถยนต์มักใช้รถยนต์ที่มีอายุตลาดระหว่าง 3 – 5 ปี ซึ่งรถยนต์ที่มีอายุน้อยก็มีโอกาสที่จะเสียหายน้อยกว่ารถยนต์ที่มีอายุมาก สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย ไม่ต้องเป็นกังวลว่าองค์กรจะเดือดร้อน

          เงื่อนไขพิเศษของกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์นิติบุคคล

หากคุณกำลังพิจารณาถึงเรื่องของเหตุผลในการ ทำประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคลอยู่ แต่ยังไม่แน่ใจหรือไม่ทราบว่าจะได้รับความคุ้มครองมากแค่ไหนหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจะคุ้มค่าไหม? ลองพิจารณาเหตุผลที่ควรทำประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคลดังต่อไปนี้

 

  • ประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคล เพียง 1 กรมธรรม์ ที่มีเงื่อนไขครอบคลุมถึงยานพาหนะทุกประเภท

 

  • ข้อเสนอของประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคลนั้น เทียบเท่ากับข้อเสนอของประกันภัยรถยนต์เพื่อการพาณิชย์

 

  • คุ้มครองยานพาหนะได้ มากกว่า 20,000 คัน ในกรมธรรม์เดียว

 

  • หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับรถยนต์สำหรับนิติบุคคลที่ทำการเช่าไป ในกรณีที่ผู้เช่ารถไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ประกันจะหารถทดแทนคืนให้ด้วยรถที่เทียบเท่ากัน (ราคา, รุ่น)

 

  • ประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคลจะคุ้มครองครอบคลุมถึงรถแท๊กซี่ด้วย

 

 

          ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์

ในกรณีของบริษัทฯ ผู้ให้บริการเช่ารถนั้น การทำประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคล เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก เพราะการให้ผู้อื่นเช่ารถออกไปใช้นั้น แน่นอนว่าจะต้องแบกรับปัจจัยเสี่ยงมากมายดังต่อไปนี้

 

  • ความเสี่ยงจากการใช้งานรถยนต์ของผู้เช่ารถยนต์

ความเสี่ยงที่บริษัทฯ ผู้ให้เช่าต้องแบกรับคือความเสี่ยงที่เกิดจากการขับขี่ของผู้เช่า เนื่องจากสาเหตุในเรื่องความชำนาญเส้นทางและความคุ้นเคยกับรถ ที่โดยส่วนมากผู้เช่ารถมักจะไม่คุ้นชินกับระบบต่างๆ ภายในรถ จึงอาจทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถลดลงไปบ้าง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนได้

 

  • ความเสี่ยงจากการโจรกรรม

การโจรกรรมรถยนต์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการเช่ารถยนต์จะต้องแบกรับ ทั้งนี้ สาเหตุของการสูญหายก็อาจมาจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำการลักขโมยรถจากผู้เช่า หรืออาจมาจากผู้เช่าเองที่แอบอ้างตนว่ามาขอเช่ารถเพือนำรถยนต์เช่านั้นไปขายต่อหรือโจรกรรม

 

  • ความเสี่ยงจากการเก็บรักษาของผู้ที่ให้บริการเช่ารถเอง

เป็นความเสี่ยงที่ใกล้ตัวผู้ให้เช่าที่สุด ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามไป เพราะความเสียหายอาจเกิดขึ้นกับรถยนต์ได้หากผู้ให้เช่าไม่ได้มีระบบการจัดการเก็บรักษารถยนต์ที่ดี อาจจะด้วยข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้รถยนต์เกิดปัญหาในขณะถอยจอดและอาจเกิด รอยขีดข่วน ได้ทุกเมื่อ


อย่างไรก็ตามการทำประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคลนั้น ก็จะช่วยผู้เช่ารถยนต์ในการลดภาระจากความเสียหายของรถยนต์อันมีสาเหตุมาจากการปล่อยรถยนต์ให้เช่า ประกันภัยรถยนต์สำหรับนิติบุคคลจะช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซ่อมบำรุง, ชดใช้ค่าเสียหาย และอื่นๆ ที่ทำให้บริษัทผู้ให้เช่าและผู้เช่ารถยนต์นั้นใช้รถยนต์ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่า

          การลิสซิ่งรถยนต์ คืออะไร ?

การลีสซิ่งรถยนต์ (Leasing) คือ นิติกรรมซึ่งบริษัทลีสซิ่งรถยนต์ทำการซื้อรถยนต์ที่กำหนดและนำรถยนต์คันนั้น ออกมาให้ผู้เช่าในระยะเวลาและในอัตราค่าเช่าที่กำหนด โดยกรรมสิทธิ์ในตัวรถยนต์จะเป็นของบริษัทลิสซิ่ง โดยผู้เช่ารถยนต์จะชำระเงินเพื่อการใช้รถยนต์คันนั้น และถ้าหากผู้เช่าเลือกการเช่าในรูปแบบที่รวมการซ่อมบำรุง ผู้เช่าก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบค่าซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายอื่น การทำลีสซิ่งสำหรับรถยนต์ ถือเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลดีต่อองค์กร โดยมีการลิสซื่งที่เป็นที่นิยม 2 รูปแบบ ได้แก่

 

             1. Financial Lease

หมายถึง สัญญาเช่าทรัพย์สินชนิดที่บอกเลิกไม่ได้ ที่เข้าเกณฑ์หนึ่งข้อ หรือมากกว่าข้อดังต่อไปนี้
 

  • สัญญาเช่าโอนกรรมสิทธิ์ไปให้ผู้เช่า ณ วันสิ้นสุดสัญญา
     
  • ผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าในราคาต่ำกว่าราคายุติธรรม
     
  • ระยะเวลาการเช่าครอบคลุมอายุการใช้งานส่วนใหญ่ของทรัพย์สิน โดยมีระยะเวลาของสัญญาเช่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของอายุการใช้งานโดยประมาณของทรัพย์สิน
     
  • มูลค่าปัจจุบัน ณ วันเริ่มต้นสัญญาของจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สิน ณ วันทีทำสัญญา

 

             2. Operating Lease

หมายถึง สัญญาเช่าดำเนินงานที่ให้เช่าทรัพย์สินโดยมีลักษณะสำคัญดังนี้
 

  • ผู้ให้เช่ามักจะมีกำหนดระยะเวลาให้เช่าที่สั้น มักจะไม่มีระยะเวลาตลอดอายุของทรัพย์สิน
     
  • ผู้เช่าไม่มีโอกาสที่จะเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าเมื่อหมดอายุของสัญญาเช่า
     
  • ผู้ให้เช่ายังคงมีความเสี่ยงภัยและยังได้รับผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ให้เช่า ในฐานะของเจ้าของทรัพย์สิน
     
  • ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกสัญญาเช่าโดยมีการบอกกล่าวล่วงหน้าให้อีกฝ่ายหนึ่งรับทราบ

 

          ประโยชน์ที่ผู้เช่ารถยนต์จะได้รับเมื่อทำการลีสซิ่งรถยนต์

การทำการลีสซิ่งรถยนต์จะช่วยลดภาระความรับผิดชอบของผู้เช่าได้หลายๆ เรื่อง ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับองค์กรที่ต้องการใช้รถจำนวนมาก เพราะการลีสซิ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ดังนี้

 

  • ด้านการจัดการเกี่ยวกับรถยนต์

ผู้เช่าสามารถลดความยุ่งยากในการบริหารงานรถยนต์ที่ใช้งานในกิจการได้ทันที พร้อมทั้งลดภาระในด้านการติดต่อเจรจากับผู้แทนจำหน่ายในเรื่องราคา, การคำนวนค่าเสื่อมราคาและ การบำรุงรักษารถยนต์

 

  • ด้านการซ่อมบำรุงที่มีคุณภาพ

รถยนต์ที่ผู้เช่าได้ใช้บริการอยู่นั้น สามารถนำเข้ารับบริการบำรุงรักษา ได้ที่ศูนย์บริการ ผู้เช่าจึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์จะอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

 

  • ด้านการจัดการเกี่ยวกับอุบัติเหตุ

หากมีการทำประกันภัยสำหรับรถยนต์นิติบุคคลเอาไว้ สามารถแจ้งบริษัทผู้ให้บริการประกันภัยที่ซื้อเอาไว้ และบริษัทฯ จะประสานงานด้านการซ่อมให้

 

  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ที่แน่นอน

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะรวมอยู่ในค่าเช่าแล้ว (ยกเว้นค่าน้ำมันรถ) ผู้เช่าจึงสามารถจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น

          ฟลีท (Fleet) คืออะไร ?

ฟลีท (Fleet) คือ การเปิดวงเงินสินเชื่อเพื่อใช้ จัดซื้อรถยนต์มาใช้ในกิจการ โดยทั่วไปกำหนดวงเงินตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ถึงประมาณ 150 บาท ทั้งนี้ลูกค้าสามารถทยอยเบิกใช้วงเงิน โดยสามารถเลือกใช้ประเภทสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาเช่าทางการเงินก็ได้เช่นกัน

 

การขายฟลีท คือ การมอบส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อรถยนต์นิติบุคคลตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป ซึ่งจะมีการจำแนกประเภทของกลุ่มลูกค้าที่จะขายฟลีทได้ดังต่อไปนี้

 

             1. กลุ่มลูกค้าประเภทองค์กรของรัฐบาล

โดยครอบคลุมไปถึงองค์กรรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรที่รัฐบาลถือหุ้นอยู่ (Government Fleet)

 

             2. กลุ่มลูกค้าประเภทกิจการเจ้าของคนเดียวที่มีใบจดทะเบียนการค้า

ตัวอย่างเช่น ห้างหุ้นส่วน, บริษัทฯ จำกัด, นิติบุคคลอื่น (Corporate fleet) หรือกลุ่มบริษัทฯ มหาชน ที่ทำการสั่งซื้อรถยนต์ ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไปในรอบ 730 วัน หรือภายใน 2 ปี โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ลูกค้าซื้อรถคันแรก จนถึงวันและเดือนเดียวกันในปีถัดไปของการซื้อรถ และมีความประสงค์ที่จะขอส่วนลดฟลีท

 

             3. กลุ่มลูกค้าที่ประกอบธุรกิจรถบริการเพื่อสาธารณะ

อาจเป็น กลุ่มรถแท๊กซี่ (Taxi) กลุ่มป้ายทะเบียนสีเหลือง หรือรถรับจ้างสาธารณะ

 

             4. ผู้ประกอบธุรกิจให้เช่ารถ

กลุ่มลูกค้าที่ประกอบธุรกิจ รถให้เช่าต่างๆ (Rental / Leasing fleet)

 

             5. กลุ่มลูกค้า VIP (Leader Opinion)

หมายถึง การขายรถยนต์ให้กับบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่นั้นๆ และเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการโน้มน้าวบุคคลในท้องที่ดังกล่าว ให้ซื้อรถตามบุคคลเหล่านั้น หรือเป็นบุคคลที่มีบทบาทในการตัดสินใจ เลือกซื้อรถยนต์ ในแต่ละแบรนด์

 

             6. กลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคล

แต่ต้องมีการทำสัญญากับนิติบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐบาล และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยจะต้องซื้อรถไปใช้งานดังกล่าวในช่วงที่สัญญายังไม่หมดอายุ

 

             7. กลุ่มพนักงานที่สังกัดอยู่ในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

โดยที่มีความประสงค์ที่จะทำการซื้อรถรวมกันในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์คือเพื่อใช้ภายในองค์กรที่ตนเองปฏิบัติงานอยู่ แต่จะต้องจดทะเบียนภายใต้ชื่อของตนเองเท่านั้น โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากทางบริษัทฯ ที่ตนเองสังกัดอยู่

 

             8. กลุ่มลูกค้าบุคคลที่ทำการซื้อซ้ำ

บุคคลที่เคยซื้อรถยนต์ในรูปแบบการขายปกติ (Retail Sales) และมีความประสงค์ที่จะซื้อรถยนต์คันต่อมาโดยอยู่ในช่วงระยะเวลาภายใน 730 วัน นับจากวันที่ลูกค้าได้ทำการซื้อรถคันล่าสุด โดยจดทะเบียนภายใต้ชื่อเดียวกันกับคันล่าสุดที่ได้อ้างอิงตามระยะเวลา 730 วัน และมีความประสงค์ที่จะขอส่วนลดแบบฟลีท

 

             9. กลุ่มบุคคลที่ประกอบธุรกิจขนส่ง และ / หรือ มีสัญญาว่าจ้างจากทางกลุ่มธุรกิจเพื่อให้ทำการขนส่งสินค้า

โดยมีความประสงค์ที่จะใช้รถเพื่อการพาณิชย์ เช่น รถตู้ โดยสาร, รถเพื่อการโฆษณา, รถเพื่อการบรรทุกสินค้า เป็นต้น ที่มีความประสงค์จะขอส่วนลดแบบฟลีท

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์