การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการ


การบริการความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงหลีกเลี่ยงปัญหา แต่ยังทำให้ธุรกิจมีมูลค่าเพิ่มได้อีกด้วย

ความเสี่ยงทางการเงิน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่องค์กรต้องเผชิญอยู่แล้ว และมีแนวโน้มว่าความเสี่ยงทางการเงินนั้นจะเพิ่มขึ้นทุกปี ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ความเสี่ยงในองค์กรยังขึ้นอยู่กับผู้บริหารที่สามารถวางกลยุทธ์ในการบริหารงานขององค์กร ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้บริหารที่จะหาโอกาสให้เป็นประโยชน์จากการวางกลยุทธ์ และกำหนดความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้

การบริหารความเสี่ยงคืออะไร ?

การบริหารความเสี่ยง คือ เครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ที่ใช้ในการซื้อขายเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง

ซึ่งการบริหารความเสี่ยงที่ผู้เขียนอธิบายในหลายตอนที่ผ่านมานั้น เป็นความเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้โดยการใช้เครื่องมือทางการเงินเป็นสำคัญ แต่ในบริษัทต่างๆ นั้น การบริหารความเสี่ยงไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะความเสี่ยงทางการเงินเท่านั้น

ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงของธุรกิจต่างๆ ในปัจจุบันจึงมีความแตกต่างไปจากการบริหารความเสี่ยงในอดีต การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่เป็นการบริหารเฉพาะด้านของธุรกิจอีกต่อไป แต่การบริหารความเสี่ยงในปัจจุบันจะต้องเป็นการบูรณาการความเสี่ยงทุกด้านเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนของกิจการ และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของกิจการไปด้วยพร้อมกัน

วิธีการลดความเสี่ยงทางการเงินขององค์การ

1.การประกอบการการใช้จ่ายเงินทั่วไป และเงินงบประมาณที่ใช้ในโครงการ มาตรการควบคุม

โดยวิธีการจัดการลดความเสี่ยงให้แต่งตั้งคณะกรรมการ โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอก หรือเอกชน มาร่วมเป็นกรรมการเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการแบบประกันต่างๆ ที่จะจำหน่ายว่าเหมาะสมและการนำเงินไปลงทุนมีความคุ้มทุนหรือไม่

ทำการรีอินชัวร์รัน ตามเงื่อนไขการกระจายความเสี่ยงสากล ให้ผู้ตรวจสอบภายในตรวจสอบและควบคุม ดูแลการใช้จ่ายเงินการเรียกร้องสินไหม ถูกต้องหรือไม่?

2.ความเสี่ยงด้านเครดิต

มาตรการควบคุม/วิธีการจัดการลดความเสี่ยงคือความรัดกุมในการรับประกัน ตรวจสุขภาพลูกค้ามีสัญญาหนังสือรับรองประวัติสุขภาพลูกค้า การทำธุรกรรมใดๆ มีผู้รับผิดชอบ

3.โครงสร้างค่าตอบแทน

มีอัตราที่สามารถจูงใจและรักษาบุคลากรฝ่ายขายที่มีทักษะความสามารถเอาไว้ได้ มาตรการควบคุม/วิธีการจัดการลดความเสี่ยงคือ ปรับปรุงข้อบังคับกฎระเบียบต่างๆ ที่มีอยู่ให้ทันสมัยเช่น ว่าด้วยสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเงินทดแทน คอมมิสชั่น โบนัส ค่าชดเชย รางวัล กำหนดหลักเกณฑ์การบริหารผลตอบแทนที่เน้นความสมดุลภายนอก ภายใน และระดับตำแหน่งบุคคล

4.การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

อัตราแลกเปลี่ยน เงินเฟ้อมาตรการควบคุม/วิธีการจัดการลดความเสี่ยงคือ มีแผนรองรับ สำรองวัสดุ อุปกรณ์ใช้งานที่จำเป็น ทำสัญญาซื้อขายระยะยาวสำหรับสินค้า และวัตถุดิบจำเป็นที่มีราคาคงที่ใช้บริการเฉลี่ยจากผู้ขายมากรายใช้เครื่องมือทางการเงินทำ hedging สำหรับความเสี่ยงทางราคาซื้อออฟชั่น กำหนดราคาล่วงหน้าประเมินอัตราดอกเบี้ยคาดการณ์ไว้รองรับความเสี่ยง

5.การเปลี่ยนแปลงของการด้อยค่าของทรัพย์สิน

ทรัพย์สินไม่ก่อให้เกิดรายได้ มาตรการควบคุม/วิธีการจัดการลดความเสี่ยงคือ จัดซื้อสินค้าที่มีตราที่ราคาขายหลังใช้งานแล้วสูง คำนวณค่าเสื่อมราคามากๆ เผื่อไว้

6.การรับเงิน

เปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน ตัวแทนไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้า นำเงินไปใช้ก่อน มาตรการควบคุม/วิธีการจัดการลดความเสี่ยงคือ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ มีผู้ค้ำประกันรับผิดชอบการทุจริตของพนักงาน ออกแบบเอกสารให้รัดกุมเหมาะสม จัดทำบัญชีควบคุมมีระบบการตรวจสอบเงินและสอบทาน

7.การจ่ายเงิน

จ่ายเงินแต่ไม่ได้รับสินค้า(บริการ) ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงินปลอม เปลี่ยนจำนวนเงิน จ่ายเงินซ้ำซ้อน มาตรการควบคุม/วิธีการจัดการลดความเสี่ยงคือ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างเป็นทางการ มีระบบสอบทานเอกสารที่เกี่ยวข้องเช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ มีการประทับตรา เซนต์ชื่อ กำหนดให้จ่ายเป็นเช็คหรือบัตรเครดิต มีการสำรองข้อมูลทางการเงินไว้ในที่ปลอดภัย

8.การจัดซื้ออุปกรณ์

เครื่องใช้สำนักงาน ของชำร่วย ซื้อเกินความจำเป็น การจัดซื้อไม่ตรงกับความต้องการ จัดซื้อในราคาแพง จัดซื้อของที่ไม่มีคุณภาพดีเพียงพอ

มาตรการควบคุม การจัดการลดความเสี่ยง คืออะไร ?

มาตรการควบคุม การจัดการลดความเสี่ยง คือ กำหนดให้จัดซื้อภายในวงเงิน งบประมาณ และตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนด ราคากลางต้องเหมาะสม บอกคุณลักษณะเฉพาะให้ชัดเจน และให้เปรียบเทียบราคาซื้อจากแห่งอื่น กำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัท ต้องมีจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต โดยเน้นการส่งเสริมให้หน่วยงานมีสภาพแวดล้อมการควบคุมที่ดี