อาชีวอนามัยและความปลอดภัยละเมิด


อาชีวอนามัยและความปลอดภัยละเมิด คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร? แล้วจะช่วยให้องค์กรดีขึ้นได้อย่างไร?

อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational safety and health) หรือ OSH เป็นชื่อเรียกของข้อตกลงหรือบทบัญญัติที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้องค์ที่ทำงานหรือบริษัทนั้น เกิดสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยและมีอนามัย ทั้งยังให้การป้องกันต่อ เพื่อนร่วมงาน, สมาชิกในครอบครัว, ผู้ว่าจ้าง (นายจ้าง), ลูกค้า และคนอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ที่อาจจะได้รับผลกระทบจาก สภาพแวดล้อมที่อยู่ในสถานที่ทำงาน

ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น คำนี้ยังถูกนิยามเป็น อาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบอาชีพและไม่ได้ประกอบอาชีพ (Occupational health and Occupational and Non – occupational safety) ซึ่งจะรวมไปถึงความปลอดภัยในการทำกิจกรรมภายนอกสถานที่ทำงาน

โดยในเขตอำนาจศาลระบบกฎหมาย Common Law นายจ้างมีหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลสิ่งที่เหมาะสมต่อ ความปลอดภัยทางชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน กฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติอาจเพิ่มกำหนดหน้าที่ทั่วไปอื่นๆ , แนะนำการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะ และสร้างหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการควบคุมปัญหาด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ซึ่งครอบคลุมมาถึงข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยราชการ

แต่กระทรวงแรงงานไม่ได้มีอำนาจในการควบคุม หรือกำกับ ตรวจสอบหน่วยงานราชการต่างๆ ทำได้เพียงให้คำปรึกษาแนะนำ โดยองค์กรทุกองค์กรมีหน้าที่ในการสร้างความมั่นใจต่อพนักงาน และบุคคลอื่นใดที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการทำกิจกรรมของทางองค์กร ให้บุคคลเหล่านี้ได้รับความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยละเมิด มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?

1.บริษัทจะมีมาตรการความปลอดภัย

บริษัทจะกำหนดให้มีพนักงานตรวจความปลอดภัย กองทุนความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ รมต.

2.ลูกจ้างมีหน้าที่ในการให้ความร่วมมือกับนายจ้าง

ลูกจ้างต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการส่งเสริมด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างและสถานประกอบการ ยกตัวอย่างเช่น

  • ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ ในกรณีที่ลูกจ้างไม่สวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว นายจ้างสามารถสั่งให้ลูกจ้างหยุดทำงานนั้นได้

  • แจ้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หัวหน้างาน หรือ ผู้บริหาร ถ้าลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่ตนเองไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องในสิ่งของที่ชำรุดได้

3.กำหนดหน้าที่นายจ้างที่เข้มงวดขึ้น

เพื่อประโยชน์ในการควบคุม การดำเนินการด้านความปลอดภัย เช่น

  • การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัย

  • นายจ้างต้องแจ้งลูกจ้างให้ทราบถึง อันตรายที่มีต่อร่างกาย จิตใจหรือสุขภาพอนามัย ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน และแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างเข้าปฏิบัติงาน

  • นายจ้างต้องแจ้ง ปิดประกาศคำเตือน หรือคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัย ให้ลูกจ้างสามารถเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง

  • ในกรณีที่มีลูกจ้างเสียชีวิต นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดยมีรายละเอียดและสาเหตุเป็นหนังสือส่งมาให้ ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเสียชีวิต

  • ในกรณีที่ลูกจ้างประสบเหตุอันตรายตามกฎหมายเงินทดแทน เมื่อนายจ้างแจ้งต่อ สปส. แล้ว ให้ส่งสำเนาหนังสือหรือแจ้งพนักงานตรวจความปลอดภัย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่เกิดเหตุ