เราช่วยคุณประหยัดมากกว่า 75%

ลดสูงสุด 20% เมื่อระบุอายุผู้ขับขี่

ลดสูงสุด 20% เมื่อระบุอายุผู้ขับขี่

รับส่วนลดสูงสุดถึง 20% เมื่อระบุชื่อและอายุผู้ขับขี่
ประวัติดีลดเพิ่มสูงสุด 50%

ประวัติดีลดเพิ่มสูงสุด 50%

ส่วนลดพิเศษเมื่อไม่มีประวัติการเคลม
ลด 5% เมื่อติดตั้งกล้องติดรถยนต์

ลด 5% เมื่อติดตั้งกล้องติดรถยนต์

รับส่วนลดเพิ่มเมื่อติดตั้งกล้องติดรถยนต์

ทำไมต้องแรบบิท

ซ่อมอู่ก็ได้ ซ่อมห้างก็ดี

ซ่อมอู่ก็ได้ ซ่อมห้างก็ดี

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง
ฟรีค่าจัดส่งกรมธรรม์

ฟรีค่าจัดส่งกรมธรรม์

รอรับกรมธรรม์ได้เลยภายใน 30 วัน
โบรคเกอร์ประกันรถยนต์อันดับ 1

โบรคเกอร์ประกันรถยนต์อันดับ 1

โบรคเกอร์ประกันรถยนต์ออนไลน์อันดับ 1 ในเครือ BTS

ซื้อประกันกับเราง่ายๆแค่ 4 ขั้นตอน

เลือก

เลือก

กรรมธรรม์ดีที่สุด ตามความต้องการ
ซื้อ

ซื้อ

ระบุข้อมูลเบื้องต้นของลูกค้า
จ่าย

จ่าย

ชำระได้ทั้งแบบเงินผ่อน และเงินสด
คุ้มครองทันที

คุ้มครองทันที

รอรับกรมธรรม์ได้เลย

สิทธิประโยชน์

จ่ายสดหรือผ่อนก็สบาย

จ่ายสดหรือผ่อนก็สบาย

เลือกผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน หรือ เลือกชำระสดลดทันที 8%

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชัวโมง

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชัวโมง

พิเศษช่วยเหลือบนถนน 24 ชม. พร้อมดาวโหลดฟรี Prompt แอปพลิเคชั่น ที่ App Store และ Play Store

บริการเลขาส่วนตัว ฟรี

บริการเลขาส่วนตัว ฟรี

เสมือนมีเลขาส่วนตัวข้างกาย พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
โทร 02-039-5721

Video

Video

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

คุณแนน

Honda Civic, ประกันชั้น 2+

 

เจ้าหน้าที่ดูแลดีมาก ตอบคำถามได้เร็วและตรงกับที่อยากรู้ค่ะ กรมธรรม์ถึงมือรวดเร็วจริงๆค่ะ ราคาถูกใจมากค่ะ ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ

 

7,799 ฿ ประหยัด 1,800 ฿ 

จ่ายจริง 5,999 ฿

reviewer photo

คุณเจ

Honda Civic, ประกันชั้น 1

 

สะดวกและรวดเร็วดี ช่วยลดเวลาที่ใช้เปรียบเทียบได้เยอะ ราคาดี ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

 

21,824 ฿ ประหยัด 4,325 ฿

จ่ายจริง 17,499 ฿

reviewer photo

คุณธงชัย

Honda Civic, ประกันชั้น 3+            

          

ซื้อประกันกับ rabbit finance แล้วอุ่นใจมากครับ จะส่งของ หรือ พาครอบครัวเที่ยว ก็หมดห่วงสุดๆ ทางบริษัทประกันค้าก็ดูแลดีจริงๆครับ

 

6,500 ฿ ประหยัด 600 ฿

จ่ายจริง 5,900 ฿

ปัจจุบัน มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ มากมาย ซึ่งหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น คงไม่มีใครไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ฮอนด้า อย่างแน่นอน

 

          ผู้นำด้านยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น

ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) เป็นบริษัทผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลิตภัณฑ์ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ รถบรรทุก จักรยานยนต์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรมหนักอีกหลายประเภท ซึ่งฮอนด้ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor)  ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2491 โดยนายโซอิจิโร่ ฮอนดะ

 

นายโซอิจิโร่ ฮอนดะ เริ่มรุกตลาดโลกโดยการผลิตรถจักรยานยนต์ และฮอนด้าเริ่มประสบความสำเร็จจากรถยนต์รุ่นที่มีชื่อว่า ฮอนด้า ซีวิค ที่เริ่มออกขายในปี พ.ศ. 2515 และ ฮอนด้า แอคคอร์ด ที่เริ่มออกขายในปี พ.ศ. 2519

 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ฮอนด้า ได้ไปเปิดรถยี่ห้อใหม่ในสหรัฐอเมริกา คือ ฮอนด้า แอคิวร่า ซึ่งเป็นยี่ห้อรถญี่ปุ่นรายแรกที่ไปเปิดรถยี่ห้อใหม่ในอเมริกา

 

ฮอนด้าเปิดสายการผลิตรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่อดีต โดยมีการผลิตรถจักรยานยนต์ออกมามากมายหลายรุ่น และด้วย เทคโนโลยีที่ก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา ทำให้ฮอนด้าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

 

          โมเดลรถจักรยานยนต์ที่เป็นตำนานของ Honda

แต่ก็มีรถจักรยานยนต์โมเดลหนึ่ง ที่ทุกคนอาจมองข้ามไป นั่นก็คือ การผลิตของรถโมเดล Super CUP นั่นเอง ซึ่งสายการผลิตของรถจักรยานยนต์ในโมเดลนี้ มีจำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 35 ล้านคันแล้วในปัจจุบัน

 

โดยบริษัท Honda Motor มีการเช็คจำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด และพบว่าในช่วงเวลา 44 ปีที่ผ่านมา สายการผลิต ของรถโมเดลนี้มีจำนวนมากถึง 35 ล้านคันแล้ว นับจากสามเดือนแรกที่มีการจัดจำหน่ายสู่ท้องตลาดอย่างเป็นทางการ ในปี 1958

 

ซึ่งสายการผลิตในช่วงแรกของ Super CUP นั้น มีการออกแบบ และพัฒนาขึ้นโดยตรงจากฝีมือของนายโซอิจิโร่ ฮอนดะ ผู้บริหารระดับสูง หรือเจ้าของบริษัทฮอนด้านั่นเอง โดยนายโซอิจิโร่ ฮอนดะ ได้แนวความคิดในการออกแบบรถจักรยานยนต์สายพันธ์ใหม่นี้ มาจากความเอนกประสงค์ของรถสกุตเตอร์ที่ทุกคนในสมัยนั้นต่างก็ยอมรับในความสามารถรอบตัวของมัน

 

เครื่องยนต์ของรถสกุตเตอร์ในสมัยนั้นแทบทั้งหมดจะเป็นเครื่องยนต์แบบสองจังหวะ แต่สำหรับฮอนด้า โมเดล the Super CUP แล้ว มีการปรับปรุงรูปแบบใหม่ด้วยการใช้เครื่องยนต์แบบสี่จังหวะ สมรรถภาพสูง 50 ซีซี เข้ามาติดตั้งแทน ซึ่งเครื่องยนต์แบบนี้โดดเด่นมากกว่า และที่สำคัญ ประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงกว่า


อีกทั้งยังมีความทนทานกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะอย่างเห็นได้ชัด ในด้านของรูปลักษณ์ภายนอก มีการออกแบบให้ตัวรถอยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกับรถสกุตเตอร์ แต่มีการออกแบบโครงสร้างตัวถังเป็นแบบ backbone frame เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้ง และการถอดออกของบังลมด้านหน้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันโคลนสิ่งสกปรก และลมมาประทะขาของผู้ขับขี่ ที่สำคัญโครงสร้างตัวถังแบบนี้ยังเป็นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในสมัยนั้นอีกด้วย

ฮอนด้า ประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2526 โดยมีการผลิต รถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ เช่นเดียวกับทั่วโลก โดยบริษัทฮอนด้าที่เกี่ยวกับรถยนต์จะใช้ชื่อว่า “บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด” หรือชื่อเดิม “บริษัท ฮอนด้าคาร์ส์ (ประเทศไทย) จำกัด” ส่วนบริษัทฮอนด้าที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์จะใช้ชื่อว่า “บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด”

 

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2526 ซึ่งนับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยรายหลังๆ โดยมีอายุเพียงสองทศวรรษ

 

ปัจจุบันฮอนด้านับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์นั่งรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีการเติบโตของยอดจำหน่ายที่รวดเร็ว โดยยอดจำหน่ายตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปี พ.ศ. 2549 รวมกว่า 640,000 คัน

 

และด้วยความมุ่งมั่นในการให้ความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ปัจจุบันจึงมียอดผู้จำหน่ายรวม 123 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศแทบทุกจังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการลูกค้าอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และความนิยมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค

 

ซึ่งนอกเหนือจากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายภายในประเทศแล้ว ฮอนด้ายังเห็นความสำคัญในการใช้เป็นฐานในการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ อันเป็นการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกทั้งในรูปรถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วน 50,226 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2549

 

          รุ่นรถยนต์ที่นำเข้าในประเทศไทย

 

  • ฮอนด้า บริโอ (Honda Brio)

รถยนต์ 5 ประตูแฮทช์แบคขนาดเล็กมาก ประเภท Eco Car

 

  • ฮอนด้า บริโอ อเมซ (Honda Brio Amaze)

รถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก ประเภท Eco Car

 

รถยนต์ 5 ประตูแฮทซ์แบคขนาดเล็กมาก

 

  • ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด (Honda Jazz Hybrid)

รถยนต์ 5 ประตูแฮทช์แบคขนาดเล็กมาก เครื่องยนต์ไฮบริด

 

รถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก 4 ประตู

 

  • ฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี (Honda City CNG)

รถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก รุ่นพลังงานทางเลือก

 

  • ฮอนด้า ซีวิค (Honda Civic)

รถยนต์นั่งขนาดเล็ก ดีไซน์สปอร์ต

 

  • ฮอนด้า แอคคอร์ด (Honda Accord)

รถยนต์นั่งขนาดกลาง ดีไซน์หรูหรา

 

  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี (Honda CRV)

รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ SUV ขนาดเล็ก

 

  • ฮอนด้า ฟรีด (Honda Freed)

รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ MPV ขนาดเล็กมาก

 

  • ฮอนด้า โอดิสซี (Honda Odyssey)

รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ MPV ขนาดกลาง

 

  • ฮอนด้า สเตปวากอน สปาด้า (Honda Stepwgn Spada)

รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ MPV ขนาดเล็กมาก

 

  • ฮอนด้า CR-Z (Honda CR-Z)

รถยนต์นั่งสปอร์ต 2 ประตูขนาดเล็ก เครื่องยนต์ไฮบริด

 

          รุ่นรถยนต์ที่เลิกนำเข้าในประเทศไทย

 

  • ฮอนด้า เลเจนด์ (Honda Legend)

รถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่

 

  • ฮอนด้า สตรีม (Honda Stream)

รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ MPV ขนาดเล็ก

 

  • ฮอนด้า พรีลูด (Honda Prelude)

รถยนต์นั่งสปอร์ต 2 ประตูขนาดเล็ก

 

  • ฮอนด้า อินทีกรา (Honda Integra)

รถยนต์นั่งสปอร์ต 2 ประตูขนาดเล็ก

 

  • ฮอนด้า S2000 (Honda S2000)

รถยนต์นั่งสปอร์ต 2 ประตูขนาดเล็ก

 

  • ฮอนด้า เอนเอสเอ็กซ์ Honda NSX

รถยนต์นั่งสปอร์ต 2 ประตูขนาดใหญ่

 

  • ฮอนด้า ทัวร์มาสเตอร์ (Honda Tourmaster)

รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ ขนาด 1 ตัน

ฮอนด้า ซีวิค เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1972 หรือ พ.ศ. 2515 โดยมีพัฒนาการและ เป็นรถที่คนนิยมใช้งาน อย่างต่อเนื่องตลอด 43 ปีที่ผ่านมา ทำให้ครองใจผู้ใช้รถทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย

 

โดยซีวิค ทั้ง 10 รุ่น ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย” ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เจ๋งใช่ไหมล่ะ ฉะนั้น วันนี้ rabbit finance จะพาเพื่อนๆ ไปชมวิวัฒนาการตั้งแต่รุ่นแรก จนถึงรุ่นปัจจุบันของ ฮอนด้า ซีวิค กัน!

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 1 (1972 – 1979)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 1 นับเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของโลก เพราะเป็นเครื่องยนต์รุ่นแรกที่สามารถผ่านมาตรฐาน Muskie Act หรือกฎหมายควบคุมมลพิษไอเสียที่เข้มงวดที่สุดในสหรัฐอเมริกา

 

และในรุ่นเดียวกันนี้เอง ยังถือเป็นครั้งแรกที่ ฮอนด้า ได้พลิกโฉมประวัติศาสตร์การออกแบบรถยนต์คอมแพคท์ และกลายเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ทั่วโลกด้วยการออกแบบที่มีลักษณะเป็นทรง 2 มิติ โดยวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้าพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และยังเป็นครั้งแรกที่ขยายสายผลิตภัณฑ์ด้วยการนำเสนอระบบเกียร์อัตโนมัติอีกด้วย

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 2 (1979 – 1983)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 2 เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของเครื่องยนต์จากรุ่นแรก ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ และช่วยให้เครื่องยนต์ทรงพลังมากขึ้น ทั้งนี้ยังมีการแนะนำโฉมใหม่ทั้งในรูปแบบของรถ Country Station Wagon และแบบรถยนต์ 4 ประตู

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 3 (1983 – 1987)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 3 มาด้วยคอนเซ็ปต์ “maximum space for people, minimum space for mechanisms” เป็นการมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้รถ

 

และเป็นครั้งแรกที่เผยโฉม ฮอนด้า ซีวิค เอสไอ ที่โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะในรถแข่งฟอร์มูล่าวันเท่านั้น ส่งผลให้เป็นรุ่นที่ได้รับกระแสความนิยมอย่างล้นหลาม

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 4 (1987 – 1991)

รถรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้รถ ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย และสนุกเร้าใจสไตล์สปอร์ต อาทิ ระบบกันสะเทือนดับเบิ้ลวิชโบน อันเป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะในรถแข่งฟอร์มูล่าวัน และรถสปอร์ตเท่านั้น

 

สำหรับตัวถังได้รับการออกแบบให้ลู่ลม และกว้างขวางยิ่งขึ้น อีกทั้งยังนำเสนอเครื่องยนต์ VTEC ระบบ Twin Cams เพิ่มประสิทธิภาพในการเปิด-ปิดวาล์วที่สอดคล้องกับรอบของเครื่องยนต์ ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ในรอบความเร็วต่ำ และช่วยให้เร่งเครื่องได้อย่างไม่สะดุดที่รอบความเร็วสูง

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 5 (1991 – 1995)

รถรุ่นนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของฮอนด้า ซีวิค กับการพลิกโฉมให้มีรูปทรงที่โค้งมน ซึ่งเป็นการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านทานและเพิ่มการลู่ลม


อีกทั้งยังมีการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้เป็นแบบแซมบ้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์งานคาร์นิวัลในกรุงริโอ เดอ จาเนโร ที่เน้นพลัง และความมีชีวิตชีวาในทุกๆ ด้าน อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงสู่ความปลอดภัยที่เหนือกว่า ด้วยการติดตั้ง เทคโนโลยีความปลอดภัย ที่ล้ำสมัยที่มีเฉพาะในรถยนต์ระดับหรูเท่านั้น

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 6 (1995 – 2000)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 6 ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่โดดเด่นด้วย เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบรับความต้องการของผู้ใช้รถในยุคนั้น โดยคำนึงถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ VTEC ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ รถยนต์ฮอนด้า และเป็นรุ่นที่ได้รางวัล “Car of the Year Japan” สองปีซ้อนอีกด้วย

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 7 (2000 – 2005)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 7 มีการใช้โครงสร้างตัวนิรภัย G-CON เพื่อช่วยปกป้องห้องโดยสารจาก การเฉี่ยวชน รอบทิศทาง จึงทำให้ ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 7 นี้ เป็นรถยนต์ที่มี เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งได้รับรางวัล Car of the Year Japan สองปีติดต่อกันคือในปี 2001 และ 2002

 

ประกอบกับแนวคิดการออกแบบและพัฒนาเพื่อให้เป็น “มาตรฐานของรถยนต์ระดับคอมแพคท์” ส่งผลให้ ฮอนด้า ซีวิค มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันสูงสุด และช่วยให้ การขับขี่ที่นุ่มนวล

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 8 (2005 – 2012)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 8 ถือเป็นอีกรุ่นที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดย ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 8 ได้รับการผลิตใน 6 ภูมิภาคทั่วโลก

 

ซึ่งโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ที่มีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และให้ประสิทธิภาพ การประหยัดน้ำมันสูงสุด โดยได้รับเสียงตอบรับจากทั่วโลกว่า เป็นรุ่นที่สวยที่สุด และมียอดจำหน่ายสูงที่สุดด้วยเช่นกัน

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 9 (2012 – 2016)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 9 ออกมาภายใต้แนวคิดในการพัฒนา ฮอนด้า ซีวิค ให้เป็น ยนตรกรรมที่โดดเด่นแห่งอนาคต ทำให้รถรุ่นนี้มีความประณีต และหรูหรายิ่งขึ้น

 

อีกทั้ง ฮอนด้า ซีวิค ยังคงมุ่งเน้นการเป็น รถยนต์ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด ซึ่งรองรับการใช้ พลังงานทางเลือก E85 รวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำหน้าที่ตอบสนองในทุกการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มีเทคโนโลยี i-Mid หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่สูงสุดอีกด้วย

 

  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 10 (2016 - ปัจจุบัน)

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 10 ได้รับการสร้างสรรค์ และพัฒนาให้สามารถก้าวข้ามทุกข้อจำกัด เพื่อมุ่งสู่การเป็นซีวิคที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ และก้าวล้ำนำสมัยที่สุด


ด้วยการยกระดับการออกแบบให้มีความทันสมัย และหรูหราในสไตล์สปอร์ต ผสานกับนวัตกรรมยานยนต์ อาทิ ขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่ ที่ให้สมรรถนะที่ทรงพลัง และมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่เหนือระดับ

เมื่อไหร่ที่คุณมีรถ คุณจะเข้าใจประโยคที่ว่า “รักรถเหมือนรักแฟน” เพราะรถยนต์จะเปรียบเสมือนคนรักของคุณ ที่คุณจะรู้สึกรัก อยากทะนุถนอม หวง ห่วง และไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว

 

อีกทั้ง คุณจะทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้รถของคุณดูใหม่ และดูดีเสมอ ทั้งล้างรถทุกคืน จับแล้วจับอีก ถูแล้วถูอีกจนรถขึ้นเงาแล้วก็ยังไม่หยุดถู หรือพารถไปเข้าอู่ทุกอาทิตย์ เป็นต้น และที่สำคัญ ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ การทำประกันภัยรถยนต์ เพื่อความคุ้มครองทั้งชีวิต และรถยนต์สุดรักสุดหวงของคุณ แต่ว่าจะทำประกันภัยที่ไหนดีล่ะ ?

 

หากคุณต้องการ ทำประกันภัยรถยนต์ rabbit finance พร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดให้แก่คุณเสมอ เมื่อไหร่ที่คุณมีคำถามเกี่ยวกับประกันภัย ผู้เชี่ยวชาญของเราก็พร้อมจะไขข้อสงสัยให้แก่คุณ นอกจากนี้เรายังเลือกใช้ระบบ Omise ที่เป็นระบบมาตรฐานสากล เพื่อเป็นตัวช่วยป้องกันให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไม่ให้รั่วไหลอีกด้วย สบายใจได้เลยค่ะ

 

          ทำไมต้องซื้อประกันภัยรถยนต์กับ rabbit finance

 

  • rabbit finance รับประกันราคาถูกที่สุด แต่ถ้าเจอถูกกว่าเราคืนส่วนต่างให้ทันที
     
  • rabbit finance ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
     
  • rabbit finance สามารถเปรียบเทียบราคาจาก 30 บริษัทชั้นนำได้ในเว็บเดียว
     
  • เมื่อระบุชื่อ และอายุผู้ขับขี่ rabbit finance ให้ลดสูงสุดถึง 20%
     
  • หากประวัติดี rabbit finance ให้ลดเพิ่มสูงสุดถึง 50% และส่วนลดพิเศษอีกมากมายเมื่อไม่มีประวัติการเคลม
     
  • เมื่อติดตั้ง กล้องติดรถยนต์ rabbit finance ให้ส่วนลดเพิ่มอีก 5%
     
  • หากรถพัง ลูกค้าสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง rabbit finance ให้ได้หมด
     
  • rabbit finance ให้ฟรีค่าจัดส่งกรมธรรม์ คุณแค่รอรับกรมธรรม์อย่างเดียว ซึ่งจะได้เลยภายใน 30 วัน
     
  • rabbit finance เป็นโบรกเกอร์ประกันรถยนต์อันดับ 1 ในเครือ BTS

 

          ซื้อประกันภัยรถยนต์กับ rabbit finance ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน

 

  • เลือกกรรมธรรม์ดีที่สุด ตามความต้องการของคุณ
     
  • กดซื้อ และระบุข้อมูลเบื้องต้นของลูกค้า
     
  • เลือกจ่ายชำระได้ทั้งแบบเงินผ่อน และเงินสด
     
  • ให้ความคุ้มครองทันที นอนรอรับกรมธรรม์ได้เลยค่ะ

 

          สิทธิประโยชน์มากมาย จาก rabbit finance

 

  • ไม่ว่าคุณจะจ่ายสดหรือจ่ายผ่อน ก็สบายใจได้ เพราะ rabbit finance ให้คุณเลือกผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน แต่ถ้าคุณเลือกชำระสดเราลดให้ทันที 8% ! รวมกว่า 2,000 บาท

 

  • rabbit finance พร้อมให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และช่วยเหลือพิเศษบนถนนอีก 24 ชั่วโมง พร้อมดาวโหลดฟรี Prompt แอปพลิเคชั่น ที่ App Store และ Play Store

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์