เราช่วยคุณประหยัดมากกว่า 75%

ลดสูงสุด 20% เมื่อระบุอายุผู้ขับขี่

ลดสูงสุด 20% เมื่อระบุอายุผู้ขับขี่

รับส่วนลดสูงสุดถึง 20% เมื่อระบุชื่อและอายุผู้ขับขี่
ประวัติดีลดเพิ่มสูงสุด 50%

ประวัติดีลดเพิ่มสูงสุด 50%

ส่วนลดพิเศษเมื่อไม่มีประวัติการเคลม
ลด 5% เมื่อติดตั้งกล้องติดรถยนต์

ลด 5% เมื่อติดตั้งกล้องติดรถยนต์

รับส่วนลดเพิ่มเมื่อติดตั้งกล้องติดรถยนต์

ทำไมต้องแรบบิท

ซ่อมอู่ก็ได้ ซ่อมห้างก็ดี

ซ่อมอู่ก็ได้ ซ่อมห้างก็ดี

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง
ฟรีค่าจัดส่งกรมธรรม์

ฟรีค่าจัดส่งกรมธรรม์

รอรับกรมธรรม์ได้เลยภายใน 30 วัน
โบรคเกอร์ประกันรถยนต์อันดับ 1

โบรคเกอร์ประกันรถยนต์อันดับ 1

โบรคเกอร์ประกันรถยนต์ออนไลน์อันดับ 1 ในเครือ BTS

ซื้อประกันกับเราง่ายๆแค่ 4 ขั้นตอน

เลือก

เลือก

กรรมธรรม์ดีที่สุด ตามความต้องการ
ซื้อ

ซื้อ

ระบุข้อมูลเบื้องต้นของลูกค้า
จ่าย

จ่าย

ชำระได้ทั้งแบบเงินผ่อน และเงินสด
คุ้มครองทันที

คุ้มครองทันที

รอรับกรมธรรม์ได้เลย

สิทธิประโยชน์

จ่ายสดหรือผ่อนก็สบาย

จ่ายสดหรือผ่อนก็สบาย

เลือกผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน หรือ เลือกชำระสดลดทันที 8%

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชัวโมง

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชัวโมง

พิเศษช่วยเหลือบนถนน 24 ชม. พร้อมดาวโหลดฟรี Prompt แอปพลิเคชั่น ที่ App Store และ Play Store

บริการเลขาส่วนตัว ฟรี

บริการเลขาส่วนตัว ฟรี

เสมือนมีเลขาส่วนตัวข้างกาย พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
โทร 02-039-5721

Video

Video

ก่อนที่มันจะสาย

ก่อนที่มันจะสาย

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

คุณแนน

Lexus NX 300h, ประกันชั้น 2+

 

เจ้าหน้าที่ดูแลดีมาก ตอบคำถามได้เร็วและตรงกับที่อยากรู้ค่ะ กรมธรรม์ถึงมือรวดเร็วจริงๆค่ะ ราคาถูกใจมากค่ะ ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ

 

7,799 ฿ ประหยัด 1,800 ฿ 

จ่ายจริง 5,999 ฿

 

Suzuki แบรนด์รถสัญชาติญี่ปุ่น ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 แท้จริงแล้ว Suzuki ในช่วงระยะเริ่มแรกเป็นบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องรถเลย ต้นกำเนิด Suzuki คือ Shokkuku Seisakusho หรือ Suzuku Loom Work โรงงานผลิตเครื่องทอผ้า ก่อตั้งขึ้นที่เมือง ฮามามัตสุ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ. 1909 โดย มิชิโอะ ซูซูกิ

 

ในช่วงยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 กิจการโรงงานผลิตเครื่องทอผ้า Shokkuku Seisakusho เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่พอช่วงหลัง Shokkuku Seisakusho เริ่มหันมาสนใจเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ต่อมาไม่นานก็กลายเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีการขนส่งในระยะแรกๆ เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์

 

  • Suzuki ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นมีแนวคิดชาตินิยมจึงออกกฎหมายจำกัดการนำเข้ารถยนต์ต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อวงการรถยนต์ในญี่ปุ่นอย่างมาก ทั้งการผลิตรถ ผลิตอะไหล่ และการนำเข้ารถต้นแบบตะวันตก Suzuki จึงตั้งต้นด้วยการนำรถออสติน เซเวน จากอังกฤษ มาแยกเป็นชิ้นๆ แล้วศึกษารายละเอียดเครื่องยนต์ อะไหล่ และวัสดุต่างๆ

 

การศึกษาข้อมูลของ Suzuki เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะในอีกไม่กี่ปี Suzuki สามารถสร้างเครื่องยนต์เครื่องแรกของบริษัทได้สำเร็จ เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 750 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่ทันที่ Suzuki จะผลิตรถยนต์ออกจำหน่ายในตลาด สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้น

ด้วยแนวคิดในอุดมการณ์ความรักชาติของญี่ปุ่น Suzuki จึงหันมารับใช้ชาติโดยการผลิตอาวุธศึกสงครามให้กับญี่ปุ่น  แต่พอสงครามเริ่มสงบจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ในญี่ปุ่นกลับก้าวไปเชื่องช้า โดยส่วนใหญ่จำกัดอยู่แค่ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เท่านั้น

 

  • จุดเปลี่ยนของ Suzuki

และแล้ว ในช่วงปี 1950 Suzuki เกือบจะประสบภาวะล้มละลาย เนื่องจากการทรุดตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อความอยู่รอด Suzuki จึงหันมาให้ความสำคัญรถจักรยานยนต์ และต่อมาในปี 1952 Suzuki ก็ผลิตจักรยานยนต์แบบแรกออกสู่ตลาดได้สำเร็จ

 

พอเริ่มมองเห็นหนทางในการทำรายได้ Suzuki จึงเปลี่ยนชื่อจาก "Suzuki Jikosha Kogyo" (ชื่อจักรยานยนต์คันแรกที่ผลิตได้) เปลี่ยนมาเป็น "Suzuki Motor"  ซึ่งก็คือชื่อปัจจุบัน มีสัญลักษณ์เป็นตัวอักษร S ซึ่งเป็นตัวแรกของชื่อ Suzuki นั่นเอง

 

  • ความสำเร็จของ Suzuki

จักรยานยนต์แบบแรกของ "Suzuki เป็นรุ่น Power Free" ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 36 ซีซี จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่เรียบง่าย ดูแลง่าย ถ้าไม่อยากใช้เครื่องยนต์ก็สามารถใช้เท้าถีบได้เหมือนจักรยาน จักรยานยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะต้องผลิตรุ่นนี้มากถึง 6,000 คันต่อเดือน

ส่วนรุ่นต่อมาเป็น "Suzulight" เป็นรถคอมแพ็กต์เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 360 ซีซี และเป็นหนึ่งในรถขับล้อหน้ารุ่นแรกๆ ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ใช้ระบบบังคับเลี้ยวแร็กแอนด์พีเนียม ต่อมาในช่วงปี 1970 Suzuki จึงเริ่มตีตลาดด้วยรถ LJ ซีรี่ย์

 

  • Suzuki ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนมากขึ้น

ด้วยยอดขายที่ทะลุ 1 ล้านยูนิตในปี 1990 ทำให้ในปีต่อๆมา Suzuki ก็มียอดผลิตรถต่อปีเกิน 2 ล้านคันในปี 2005 และยอดผลิตรวมเกิน 40 ล้านคันในปี 2008 กว่าที่ Suzuki จะประสบความสำเร็จเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์และรถยนต์ประดับประเทศนั้น จะต้องผ่านปัญหามากมายกว่าจะมาถึงขั้นนี้ แต่ความสำเร็จของ Suzuki ไม่ได้หยุดเพียงแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น Suzuki ได้ขยายธุรกิจของตัวเองออกไปทั้งเอเชีย ยุโรป ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นเป้าหมายหนึ่งของ Suzuki เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า รถยนต์ยี่ห้อดังจากญี่ปุ่นอย่างซูซูกิ มีประวัติความเป็นมาจากสิ่งทอ หรือโรงงานผลิตทอผ้า ซึ่งก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นแบรนด์รถชื่อดังมาจนถึงทุกวันนี้ได้

ถ้าสังเกตให้ดี ในประเทศไทยบ้านเรา มีรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นขับกันให้เต็มถนนไปหมด ซึ่ง Suzuki เองก็เป็นส่วนหนึ่งในถนนเหมือนกัน รถยนต์ญี่ปุ่นถึงแม้ราคาจะไม่สูงมาก ใช่ว่าจะละเลยความใส่ใจอย่างการใช้ประกันรถยนต์ได้ ยิ่งรถราคาแพงเท่าไหร่ก็ควรมีประกันรถยนต์เอาไว้ ในประเทศไทย มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆ ต่อให้คุณติดกล้องหน้ารถไว้ ดีที่สุดก็เป็นหลักฐานชี้ตัวว่าใครทำผิดทำถูก ดังนั้น การมีประกันรถยนต์เอาไว้ (ไม่ว่าประกันชั้น 1 หรือชั้น 2 หรือชั้น 3) จึงน่าจะเป็นหนทางดีๆ ที่จะช่วยรถยนต์ของคุณก็ได้ 

 

ประเทศไทยในสายตาของต่างประเทศนับว่าเป็นประเทศทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นประเทศในแถบอาเซียนที่กำลังพัฒนาไปในทางดี  Suzuki เองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เริ่มเล็งเห็นลู่ทางการกระจายธุรกิจของตัวเอง จึงเริ่มเข้ามาติดต่อและทำธุรกิจขึ้นที่ประเทศไทยมากขึ้น

 

Suzuki เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 โดยใช้ชื่อว่า "Thai Suzuki Motor CO.,Ltd" ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม เรียกได้ว่าเป็นการจับมือร่วมกันของคนไทยกับ Suzuki ของญี่ปุ่น และเป็นบริษัทในนามเพื่อการผลิตจักรยานยนต์ นับว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เกิดความร่วมมือกันระหว่าง Suzuki ของญี่ปุ่น กับคนไทย 

 

เหตุที่บอกว่าเป็นบริษัทในนามเพื่อการผลิตจักรยานยนต์นั้น ก็เพราะว่าตอนแรก บริษัท Suzuki ในประเทศไทย เริ่มต้นจากการขายจักรยานยนต์เป็นหลัก ไม่ใช่รถยนต์ที่เป็นสินค้าชูโรงแรกๆ ของซูซูกิเลยแม้แต่น้อย 

 

  • ซูซูกิใช้เวลา 20 ปีเพื่อธุรกิจที่เฟื่องฟู

Suzuki ใช้เวลาประมาณ 20 ปี ในการเติบโตทางธุรกิจ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1987 Suzuki ในประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เนื่องจากสามารถทำยอดการผลิตรถจักรยานยนต์จำนวน 1,000,000 คัน นับเป็นความสำเร็จอย่างเป็นทางการขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน ปี 1987

 

Suzuki ในประเทศไทย มีสาขามากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศพร้อมให้บริการทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์ เพื่อให้คนไทยได้ใช้บริการของ Suzuki นั่นเอง ทุกวันนี้ในปี 2017 Suzuki ในเมืองไทยก็มีอายุ 49 ปี Suzuki ยังคงยืนหยัดที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งยานยนต์และรถยนต์ที่ล้ำหน้าและคุ้มค่าสมราคาให้กับคนทั่วโลกและในประเทศไทยอีกด้วย

 

  • ซูซูกิติด 1 ในแบรนด์ 10 อันดับรายใหญ่ของโลก 

นอกจาก Suzuki จะเข้ามาตีตลาดรถยนต์  และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยแล้ว ใช่ว่า  ซูซูกิ จะส่งออกสินค้าเกี่ยวกับรถยนต์ แลรถมอเตอร์ไซค์แค่ในบ้านเราที่เดียว เพราะแบรนด์รถยนต์ซูซูกิดังไปทั่วโลก ซึ่งมีสาขาต่างประเทศอีกมากมายด้วยกัน เช่น 

  1. กัมพูชา
  2. จีน
  3. อินเดีย
  4. อิหร่าน
  5. บราซิล
  6. แม็กซิโก 
  7. อเมริกา
  8. สวิซเซอร์แลนด์ 
  9. อังกฤษ 
  10. อิตาลี
  11. ออสเตรีย

 

แม้จะ หยุดการขายในประเทศแคนาดาไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อ Suzuki ผู้ผลิตรถยนต์จากแดนปลาดิบมากนัก โดยในปีที่ผ่านมา Suziki Baleno รุ่นใหม่ และ Suzuki Swift ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ทำยอดขายให้กับแบรนด์นี้มากที่สุด โดยในปีที่ผ่านมาสามารถจำหน่ายรถได้ถึง 2,411,334 คัน เพิ่มขึ้น 4 % ด้วย และนี่ทำให้ ซูซูกิเป็น 1 ใน แบรนด์รถยนต์รายใหญ่ของโลก 

 

จะเห็นได้ว่า Suzuki แบรนด์รถสัญชาติญี่ปุ่น ถึงแม้จะมีอายุอานามมานานพอสมควร แต่ความเฟื่องฟูหรือรุ่งเรืองในเรื่องธุรกิจ หรือชื่อเสียงไม่เคยน้อยหน้าใคร นอกจากในประเทศไทยที่นำเข้ารถยนต์ยี่ห้อซูซูกิแล้ว ยังมีประเทศอีกหลายประเทศอีกด้วย ถึงแม้ว่าแบรนด์ Suzuki จะขึ้นชื่อหรือคนรู้จักมากแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้คือความปลอดภัยเวลาขับขี่

 

ต่อให้รถรุ่นใหม่ล่าสุดจะมีระบบความปลอดภ้ยที่ดีมากก็เถอะ ชีวิตเราปลอดภัย ตัวเราเองก็ควรจะเป็นห่วงรถคันนั้นของเราด้วย ยิ่งเป็นนักขับที่มีอายุน้อยๆ อ่อนประสบการณ์ การมีประกันรถยนต์นี่แหละ ที่จะช่วยให้รถของคุณได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เกิดอะไรขึ้นมา อย่างน้อยๆ ก็จะมีประกันรถยนต์คอยกระจายความเสี่ยงในเรื่องของเงิน เพื่อที่คุณจะได้ขับรถยี่ห้อ Suzuki  ได้อย่างสุขใจบนท้องถนนนั่นเอง 

ในบรรดารถยนต์ของ Suzuki เองก็มีตัวท็อปที่เรียกได้ว่า เป็นรถที่คนทั่วโลกนิยม วันนี้ทาง rabbit finance ได้คัดรถเหล่านั้นมาให้ผู้อ่านได้ทราบกันถึง 5 คัน ดังนี้

 

         1. Suzuki Swift

Suzuki Swift กลายเป็นรถอันดับหนึ่งที่สามารถทำรายได้มหาศาลให้กับ Suzuki เลยก็ว่าได้ ด้วยรูปแบบเล็กและระบบรักษาธรรมชาติ Eco Car อีกทั้ง ราคาก็ย่อมเยา เรียกได้ว่าเอาใจคนรักรถน่าดู

ซึ่ง Suzuki Swift ก็มีหลายรุ่นด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น Suzuki Swift RX-II 2017, Suzuki Swift Sai Edition CVT 2016, Suzuki Swift GLX RX CVT 2014, Suzuki Swift GA MT 2012, Suzuki Swift GLX CVT 2012 เป็นต้น

  • ภายนอก

ด้วยดีไซน์ของ Suzuki Swift ที่ถูกขนานนามว่าเป็นรถ "Mini Cooper Asia" เพราะดีไซน์ภายนอกมีความใกล้เคียงกับ Mini ทั้งรูปทรงหลังคารถ กระโปรงหน้า ทรงรถ มีความใกล้เคียงอย่างมาก โดยดีไซน์ Suzuki Swift เป็น รถสไตล์สปอร์ต เอาใจวัยรุ่น

  •  ภายใน

ภายในห้องโดยสารของ Suzuki Swift มีสไตล์โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ด้วยดีไซน์เรียบหรูแต่ไม่ทิ้งความเป็นสปอร์ต ฟังก์ชั่นการใช้งานก็สะดวกแถมครบครัน ภายนอกดูเล็กแต่ภายในห้องโดยสารใหญ่ สบาย เบาะภายในห้องโดยสารยังออกแบบคล้ายเบาพรถสปอร์ตเช่นกัน

  • สมรรถนะ

Suzuki Swift ระบบขับเคลื่อนเต็มประสิทธิภาพ เพราะว่า Suzuki Swift เป็นรถไซส์เล็กทำให้ประหยัดน้ำเหมาะแก่การขับขี่ในเมือง เครื่องยนต์ 1.25 ลิตร สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งไอดีและไอเสีย ให้จังหวะการทำงานของวาล์วที่เหมาะสม ช่วยประหยัดน้ำมัน และปล่อยมลพิษต่ำ

  • ความปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจทุกเส้นทาง

Suzuki Swift ไม่ละทิ้งความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จึงติดตั้ง เข็มขัดนิรภัย และถุงลมนิรภัย SRS ด้านที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถทุกรุ่น ช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหน้าอกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยทีเดียว 

 

         2. Ciaz

Ciaz เป็นรถเก๋งขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิด ด้วยรูปทรงและขนาดที่เป็นมาตรฐานของรถเก๋งที่ทุกคนชื่นชอบ Suzuki Ciaz จึงได้รับความตามไปด้วยนิยมด้วย โดย Suzuki Ciaz เองก็มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น Suzuki Ciaz GL MT 2015, Suzuki Ciaz GL CVT 2015, Suzuki Ciaz RS CVT 2015

  • ภายนอก

รูปแบบดีไซน์ภายนอกของ Suzuki Ciaz เป็นขนาดที่ได้มาตรฐานของรถยนต์ ไฟหน้ารถมีสไตล์สปอร์ต ช่องระบายความร้อนบริเวณกระโปรงหน้าให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ต ส่วนบริเวณกันชนใส่ไฟเบรคบริเวณข้างซ้ายและข้างขวา

  •  ภายใน

ภายในห้องโดยสารมีขนาดกว้างขวาง มีปุ่ม Start/Stop บริเวณกุญแจรีโมต พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่สามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง และการรับสายโทรศัพท์ได้ และมาพร้อมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

  • สมรรถนะ

Suzuki Ciaz มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งไอดีและไอเสีย (VVT) ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบ แรงบิด 118 นิวต้น-เมตร ที่ 4,000 รอบ มีระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ช่วยป้องกันการโจรกรรมได้ดีเยี่ยม แถมมีระบบเบรกแบบ ABS อีกด้วย

 

         3. Celerio

Suzuki Celerio Eco Car เป็นรถ Eco Car น้องใหม่ของ Suzuki มีรูปแบบใกล้เคียงกับ Suzuki Swift แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กก็ตรงความสูงของรถ โดย Suzuki Celerio ได้พัฒนามาจากพื้นฐานของรถต้นแบบ A : WIND และถือเป็น Eco Car รุ่นที่ 2 ของ Suzuki ต่อจาก Suzuki Swift และได้รับการตอบรับอย่างดีมากอีกด้วย Suzuki Celerio มาพร้อม 3 รุ่นย่อนได้แก่รุ่น Suzuki Celerio GA, Suzuki Celerio GL และรุ่นท็อปอย่าง Suzuki Celerio GLX

  • ภายนอก

ภายนอก Suzuki Celerio  เป็นรถไซส์เล็กใกล้เคียง Suzuki Swift แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า โดยด้านหน้าออกแบบให้เป็นโคมไฟหน้าใหญ่ รับกับกระจังหน้า กระจังหลัง กรอบกระจกมองข้าม และที่เปิดประตูมีสีดำ ด้านท้ายทุกรุ่นจะมีไฟเบรกดวงที่ 3 ส่วนล้อเป็นแบบอัลลอยลาย 6 ก้าน

  • ภายใน

ภายในห้องโดยสารออกแบบอย่างพอดีพอเหมาะ  เพราะมีขนาดกว้างขวางพอใช้งานได้สบายๆ แถมเบาะหลังภายในห้องโดยสาร สามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของอีกด้วย 

  • สมรรถะ

มีเครื่องยนต์ K10B 12 วาล์ว ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลขณะขับขี่ พร้อมประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร เป็นรถระบบ Eco Car ที่ผ่านการทดสอบอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และอัตราการใช้น้ำมัน แน่นอนว่าถ้ารับการอ้างอิงตามมาตรฐานทางเทคนิค UN REG 101

 

         4. Ertiga

Suzuki Ertiga เป็นรถสไตล์อเนกประสงค์ขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ข้างหลังสามารถเก็บของได้เป็นจำนวนมาก มีรุ่นรถประกอบไปด้วย Suzuki Ertiga Dreza, Suzuki Ertiga GX, Suzuki Ertiga GL

  • ภายนอก

Suzuki Celerio ดีไซน์นำสมัย สัดส่วนสวยงาม ดีไซน์สอดคล้องกับหลักแอโรไดนามิค จึงสร้างความโดดเด่นให้กับรถรุ่น Ertiga  โดยการผสมผสานระหว่างความเรียบหรูและสปอร์ต กระจังหน้าสไตล์สปอร์ตผสานความโฉบเฉียวด้วยกันชนหน้าแบบใหม่

  • ภายใน

ภายในห้องโดยสารสอดรับรูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างาม มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เพิ่มความสะดวกในการใช้สอยตลอดการเดินทาง ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.4 ลิตร

  • สมรรถนะ

ระบบกุญแจนิรภัยอัจฉริยะ พวงมาลัยผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ที่มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เพื่อความสะดวกในการใช้งาน มาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบเครื่องที่มีความคมชัด ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน ตามแนวโค้งของมาตรวัด

 

         5. Carry

Suzuki Carry รถกระบะหน้าตาน่ารักแต่กลับมาความแข็งแกร่งซ่อนเอาไว้อยู่  Suzuki Carry ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ทำธุรกิจบนรถ (Food Truck) เพราะมันสามารถรับน้ำหนักได้เทียบเท่ากับรถกระบะขนาด 1 ตัน เรียกได้ว่าเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งาน และยังคุ้มค่าสร้างรายได้อีกด้วย 

  • ภายนอก

หน้าตาของรถคันนี้เหมือนรถกระบะและ รถบรรทุก ผสมกัน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มีสไตล์รถกระบะเหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ มีพื้นที่สำหรับการขึ้นลงสินค้าทั้ง 3 ด้าน

  • สมรรถนะ

เพราะเป็นรถขนาดใหญ่ จึงให้พลังขับเคลื่อนที่ดี ผนวกกับความทนทานและความเชื่อถือได้ในคุณภาพ อัตราเร่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ก็เพียงพอต่อการใช้งาน ช่วงล่างของรถดี แต่ก็ไม่ควรบรรทุกของหนักจนเกินไป 

สภาพการจราจรบนท้องถนน ทั้งถนนในเมือง ถนนทางหลวง ถนนเลี่ยงเมือง ต่างก็สามารถเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้ ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุขัดข้องกับรถของคุณ ดังนั้น คุณควรทำประกันรถยนต์เพื่อความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจยามที่คุณขับขี่ด้วย ยิ่งเป็นนักขับมือใหม่ แถมอายุน้อยๆ อ่อนประสบการณ์ละก็ ควรมีประกันรถยนต์ติดตัวเอาไว้เลยแหละ ไม่ว่าจะขับรถเที่ยวต่างจังหวัด หรือขับรถไปไหนก็เถอะ 

 

ซึ่งประกันรถยนต์ อย่างที่รู้ๆ กันดีว่า สามารถแบ่งออกด้วยกันได้ถึง 2 ประเภท คือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ ที่รถทุกคันต้องมี ไม่มีไม่ได้ ไม่มีก็ถือว่าผิดกฎหมาย และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่ผู้ถือกรมธรรม์อย่างพวกเรา สามารถเลือกได้ตามใจเลยว่า อยากใช้ประกันรถยนต์ประเภทไหน (ซึ่งบางที รถใหม่ป้ายแดงจะได้ประกันประเภท 1 มาครอง หรือรถเก่าที่ไม่ว่าคุณจะใช้รถยนต์ยี่ห้อ Suzuki หรือยี่ห้ออะไรก็ตามแต่ หากมีอายุรถเกิน 7 ปีก็ถือประกันรถยนต์ประเภท 1 ไม่ได้แล้ว) โดยประกันสมัครใจสามารถแบ่งออกได้ด้วยกัน 5 ประเภท ดังนี้

 

เป็นประกันภัยที่ให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยจะรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย ต่อทรัพย์สิน ต่อความเสียหายของตัวรถยนต์ ต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถ เป็นการคุ้มครองทั้งผู้เอาประกันและฝั่งคู่กรณี ข้อเสนอจะดีและมีมาตรฐานสูงกว่าประกันชั้นอื่นๆ ค่าเบี้ยจึงมีราคาสูงมากกว่าประเภทอื่นมากๆ 

เป็นประกันรถยนต์ที่มีค่าเบี้ยประกันถูกลงมาหน่อย (แต่ก็ยังแพงอยู่ดี) ให้คุ้มครองต่อชีวิต  ร่างกาย ต่อทรัพย์สิน ความเสียหายของผู้เอาประกันและคู่กรณี ว่ากันว่า ประกันรถยนต์ประเภทนี้ บางบริษัทก็ไม่มีขายแล้ว หรือถึงมีผู้เอาประกันก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่นัก เพราะมีความใกล้เคียงในความคุ้มครอง หรือราคาเบี้ยประกันพอๆ กับประกันประเภท 2+ เลย คนจึงหันไปใช้ 2+ มากกว่า 

 

อย่างที่บอกไปแล้วว่า เป็นประกันรถยนต์ที่ให้คุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่ราคาถูกกว่า แถมยังคุ้มครองเหมือนประกันรถชั้น 2 เลย แต่เงื่อนไขที่ทำให้ต่างกันออกไปก็คือ "เวลารถชนกันจำเป็นต้องมีคู่กรณีเท่านั้น" ซึ่งประกันชั้น 2 กับประกันชั้น 2+ มักสร้างความลังเลใจให้ผู้เอาประกันมากๆ ว่าถ้าจะซื้อประกันชั้น 2 ประเภทนี้ จะใช้อะไรดี หลายคนถึงกับงงว่า อะไรคือเหตุที่ทำให้เลือกประกันชั้น 2+

ถือว่าเป็นประกันที่มีเบี้ยประกันต่ำที่สุดในหมู่เพื่อน เพราะให้คุ้มครองทั้งรถยนต์ และชีวิตของคู่กรณี ก็แค่นั้น เหมาะสำหรับบุคคลที่มีความช่ำชองในการขับรถบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นขับรถเข้าซองจอดรถเล็กๆ แต่ก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะชนกับใครเลยแม้แต่น้อย หรือรถเก่าอายุ 7 ปีก็สามารถถือประกันชนิดนี้ได้เลย

เป็นประกันรถยนต์ที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 2 พลัส ราคาก็พอๆ กัน แต่จะคุ้มครองในวงเงินไม่เกินจำนวนทุนประกันที่ได้ หมายถึงว่าทุนประกันเลือกใช้เท่าไหร่ ก็คุ้มครองแค่นั้น เหมาะกับรถที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น รถบ้าน หรือไม่ค่อยขับรถไปไหน เอะอะก็ใช้รถสาธารณะ นานๆ ทีถึงจะขับรถเองเป็นต้น 

 

 

rabbit finance คือผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และประกันภัยรูปแบบต่างๆ รวมถึงประกันภัยรถยนต์จากบริษัทประกันชื่อดัง อาทิ วิริยะประกันภัย , กรุงเทพประกันภัย , ทิพยประกันภัย รวมถึงบริษัทประกันภัยชั้นนำอีกมากมาย ที่คุณจะสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ง่ายๆ รวมถึงอาจได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อแต่ละครั้ง หลายคนอาจสงสัยว่าเพราะอะไร ที่ทำให้ rabbit finance ครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน คงสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ ได้ดังนี้

  • ความเชื่อถือได้

อย่างที่รู้กันว่า rabbit finance เป็นบริษัทในเครือ BTS Group ซึ่งเป็น 1 ใน 50 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไทย รวมถึงได้รับใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงมั่นใจได้เลยว่า rabbit finance ไม่ใช่บริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมาแบบไม่มีอะไรรับประกัน 

  • ราคาที่ถูกใจ

แน่นอนว่า บริษัทประกันในประเทศไทยมีมากมาย (อาจจะเกิน 30 บริษัทด้วยซ้ำ) คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่กำลังลังเล ว่าจะใช้ประกันรถยนต์ที่ไหนดี หรือจะใช้ประกันรถยนต์ประเภทไหนดี เพราะอยากได้ราคาที่เหมาะสมกับสภาพการเงินของคุณ ปัญหานั้นจะหมดไปอย่างง่ายดาย เพราะคุณจะได้รับการเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์จากบริษัทต่างๆ และสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะกับคุณได้อย่างง่ายดาย ผ่านเว็บไซต์ rabbit finance  เพียงคุณกรอกข้อมูลต่างๆ ลงไป เช่น ยี่ห้อรถ ประเภทประกันที่คุณอยากได้ ไม่กี่นาทีข้อมูลทุกอย่างก็จะขึ้นมาให้คุณตัดสินใจ 

  • บริการประทับใจ

เราตระหนักอยู่เสมอ ว่าการเป็นโบรคเกอร์ประกันภัยที่ดีนั้น มีหน้าที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกเวลา และส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น คุณสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของ rabbit finance ได้เลย ถ้าลองสังเกตให้ดี คุณจะเห็นว่า เวลาที่เข้าเว็บไซต์ rabbit finance ของเรา จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาอยู่มุมขวาเสมอ 

  • ของแถมสุดคุ้ม

ใช่ว่าซื้อประกันรถยนต์กับ rabbit finance แล้วจะได้กรมธรรม์รถยนต์ ไปครอบเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากกรมธรรม์แล้ว คุณยังได้ของแถมสมนาคุณสุดคุ้มมากมายจาก rabbit finance หรือสิทธิ์พิเศษที่เราหยิบยื่นให้คุณ เพื่อให้คุณได้รับมากกว่าสิ่งที่ต้องการเสมอ ก็ยังบอกอยู่ว่า rabbit finane จะบริการให้คุณประทับใจเอง 

  • ความปลอดภัย

การทำธุรกรรมต่างๆ ล้วนมีความเสี่ยง แต่อาจไม่ใช่กับ rabbit finance ที่มีการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลสูงสุด และได้เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์จาก Omise  ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตโปรแกรมรักษาความปลอดภัยชั้นนำ ช่วยให้มันใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะอยู่ในระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด จริงอยู่ที่ว่า ซื้อประกันออนไลน์ข้อมูลต้องหายแน่นอน ไม่กับ rabbit finance ข้อมูลของคุณ ความลับของคุณ จะไม่มีใครแอบเอาออกไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตได้

การทำประกันรถยนต์ในประเภทสมัครใจ คุณสามารถทำก็ได้ สามารถเลือกประกันรถยนต์ชั้นไหนก็ได้ ไม่ต้องมีกฏหมายมาบังคับ แต่คุณก็ควรทำประกันรถยนต์เอาไว้ เนื่องจากเดี๋ยวนี้การจราจรบนท้องถนนเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพื่อลดความเสี่ยง และความปลอดภัยให้กับคุณและคนในรถ ควรกับประกันรถยนต์เอาไว้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่คุณสามารถจ่ายได้ แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น

 

เพราะในความเป็นจริง การตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอีกมาก อย่างเช่น พฤติกรรมการขับรถของเจ้าของรถ ความจำเป็นในการใช้รถมากน้อยแค่ไหน ความเสี่ยงจากภัยรรมชาติ และความเสี่ยงอื่นๆ อีกมากที่ต้องคำนึงถึง เพื่อประกอบการพิจารณาเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่ากับเรามากที่สุด

 

แต่ถึงอย่างนั้นการเลือกและเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบรรดาบริษัทประกันภัยก็ต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมามากมาย เพื่อแข่งกันนำเสนอสิ่งที่โดนใจเหล่าคนรักรถมากที่สุด เราจึงต้องใช้ตัวช่วยที่แสนง่ายและรู้ใจในการเปรียบเทียบประกันอย่าง rabbit finance ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เราคงไม่ต้องถามว่าทำไมถึงต้องทำประกันรถยนต์ออนไลน์ กับ rabbit finance แต่ต้องถามกลับว่า ทำไมถึงยังไม่ทำต่างหาก

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์