ทำความรู้จักกับอู่ซ่อมรถยนต์นอกสัญญา


ถ้าคุณมีอู่รถยนต์เจ้าประจำ แต่ไม่ได้อยู่ในเครือประกัน จะทำอย่างไรดี

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดหรือความเสียหายกับรถยนต์ของเรา ทุกคนจึงพยายามขับขี่อย่างระมัดระวัง รักษาวินัยจราจร รวมถึงมีน้ำใจบนท้องถนนด้วย นอกจากนั้นเจ้าของรถยนต์ยังเลือกที่จะ**ซื้อประกันภัยรถยนต์เพื่อเป็นคุ้มครองความเสี่ยง**ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้เราจะระมัดระวังมากเพียงใดก็ตาม เพราะรถยนต์บนท้องถนนมีเป็นจำนวนมากและทุกคนต่างก็เร่งรีบเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางด้วยกันทุกคน

อย่างไรก็ตามเมื่อถึง คราวที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง หากทำประกันภัยรถยนต์ไว้ เราก็จะสามารถเคลมค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันได้ โดยให้โทรแจ้งเคลมไปที่ประกันภัยรถยนต์ บริษัทก็จะส่งเจ้าหน้าที่เคลมมาบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและออกใบเคลมให้กับเจ้าของรถยนต์ เพื่อนำรถยนต์เข้าซ่อมแซมต่อไป

เมื่อเจ้าของรถได้ใบเคลมแล้ว ก็สามารถนัด**ซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในเครือของบริษัท**ประกันตามเวลาที่พร้อมและสะดวกในกำหนดเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นอายุของใบเคลม บริษัทประกันภัยจะมีรายชื่อของศูนย์และอู่ที่เป็นเครือของบริษัทประกัน เราสามารถนัดหมายและนำรถยนต์เข้าซ่อมได้ทันที

ทีนี้มาถึงคำถามว่าเจ้าของรถสามารถนำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ซ่อมรถนอกสัญญาได้หรือไม่ อาจจะด้วยเหตุผลของเรื่องใกล้บ้านเป็นอู่ของญาติ เพื่อนหรือคนรู้จัก หรือเคยใช้บริการกับอู่นี้มาแล้วประทับใจ แต่บังเอิญอู่นี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อของอู่ในสัญญาของบริษัทประกัน เป็นต้น

ข้อแนะนำเบื้องต้น ก็คือ หากเจ้าของรถนำรถเข้าซ่อมแซมที่อู่ที่มีดีลอยู่กับบริษัทประกัน ขั้นตอนต่าง ๆ จะง่ายกว่ามาก เพราะทุกอย่างมีการตกลงกันไว้อยู่แล้วระหว่างอู่ซ่อมและบริษัทประกัน

เมื่อนำรถเข้าซ่อมเจ้าของรถไม่ต้องสำรองจ่ายเงินค่าซ่อม ทางอู่ในสัญญาของบริษัทจะไปเรียกเก็บเงินจากบริษัทประกันภัยเอง เรียกได้ว่าสะดวกแบบสุด ๆ

กลับมาถึงคำถามเรื่องของอู่ซ่อมรถนอกสัญญา การนำรถเข้าซ่อมที่อู่ซ่อมรถนอกสัญญานั้นที่จริงก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่จะมีขั้นตอนที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็คือ ก่อนนำรถเข้าซ่อมที่อู่จะต้องนำรถพร้อมใบเคลมไปให้อู่ตีราคาค่าซ่อมและให้อู่นั้นทำใบเสนอราคาค่าซ่อมและนำมาให้บริษัทประกันอนุมัติก่อน

บริษัทประกันจะพิจารณาว่าจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถตามที่อู่นอกเสนอราคามาได้หรือไม่ ผลของการพิจารณาก็จะมี 2 แบบ คือ อนุมัติตามนั้นหรือไม่อนุมัติตามนั้นแต่จะอนุมัติให้ในวงเงินที่น้อยกว่านั้น

เราจึงสามารถ**เอารถเข้าซ่อมได้** แต่เราก็จะต้องจ่ายเงินค่าซ่อมไปก่อนแล้วค่อยมาทำเรื่องเบิกเคลมจากบริษัทประกันในภายหลังอีก

กรณีที่บริษัทประกันไม่อนุมัติค่าซ่อมให้ตามที่เสนอราคามา ก็เนื่องจากค่าซ่อมนั้น อาจมีราคาสูงกว่าค่าซ่อมที่จะซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัท แบบนี้บริษัทก็จะอนุมัติค่าเสียหายให้เท่ากับที่ราคาค่าซ่อมของอู่ในเครือของบริษัทเท่านั้น

หากเรายังต้องการที่จะซ่อมรถที่อู่ซ่อมรถนอกสัญญา เราก็จะต้องเป็นผู้จ่ายส่วนต่างนั้นเอง

หากเจ้าของรถต้องการนำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ซ่อมรถนอกสัญญาจริง ๆ ก็ควรทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง มีบางกรณีที่เจ้าของรถนำรถเข้าซ่อมที่อู่นอกโดยที่ไม่ได้แจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ก่อน เมื่อถึงเวลาเคลมกับบริษัทประกันก็ได้เงินค่าซ่อมคืนไม่เต็มจำนวนเงินที่จ่ายไปก่อน

หากไม่แจ้งก่อนก็มักจะเกิดกรณีแบบนี้ ถ้าแจ้งบริษัทประกันก่อนก็ยังมีโอกาสที่ผลการพิจารณาจะได้รับอนุมัติซ่อมอยู่เช่นกัน หรือหากอนุมัติไม่เต็มวงเงินค่าซ่อมเราก็จะได้ทราบล่วงหน้าก่อนตัดสินใจอีกครั้ง