การโอนรถยนต์คืออะไร


การโอนรถยนต์คือการโอนถ่ายกรรมสิทธิ์จากบุคคลหนึ่งไปอีกบุคคลหนึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นจากการซื้อขายเปลี่ยนมือใหม่

การโอนรถยนต์ คือ การโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์จากเจ้าของคนเก่าไปยังเจ้าของคนใหม่ ส่วนใหญ่การโอนรถยนต์จะเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้ คือ มีการซื้อขายเปลี่ยนมือรถยนต์หรือเจ้าของเดิมเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้วการโอนรถที่จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนจะเป็นเฉพาะกรณีโอนกรรมสิทธิ์ในรถและเป็นรถที่จดทะเบียนแล้วเท่านั้น

ส่วนการโอนสิทธิ์ในการครอบครองรถยนต์ อย่างเช่น การเปลี่ยนชื่อของผู้เช่าชื่อ แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์และไม่ต้องแจ้งโอนต่อนายทะเบียนแต่อย่างใด

สำหรับขั้นตอนในการโอนรถยนต์นั้น จะต้องนำรถยนต์ไปยื่นเรื่องติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกให้กรอกแบบคำขอโอนและรับโอนรถยนต์ และยื่นเอกสารที่ส่วนงานทะเบียนรถยนต์ หลังจากนั้นก็ให้นำรถยนต์เพื่อเข้าตรวจสภาพ เสร็จเรียบร้อยก็เป็นขั้นตอนของการชำระเงินค่าธรรมเนียมและ จ่ายภาษีรถยนต์ สุดท้ายก็รอรับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์เป็นอันเสร็จเรียบร้อยทุกขั้นตอน ขั้นตอนในการให้บริการเรื่องการโอนรถยนต์นี้ปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะเสร็จสิ้นเรียบร้อย

ทีนี้เรามาดูเรื่องค่าธรรมเนียมในการโอนรถยนต์กันบ้างว่ามีอะไรบ้าง

  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าธรรมเนียมโอน 100 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ 500 บาทต่อราคาประเมินรถทุก 100,000 บาท เช่น หากเจ้าหน้าที่ประเมินราคารถยนต์ที่ 200,000 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ก็จะเท่ากับ 1,000 บาท
  • ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน 200 บาท (หากจะเปลี่ยน)
  • ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท (กรณีเล่มทะเบียนขาด เก่า หรือ ชำรุด)

สำหรับหลักฐานที่จะต้องนำไปยื่นในวันที่มีการโอนรถยนต์ด้วยก็มีดังนี้

  • ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้โอน และผู้รับโอน
  • สัญญาซื้อขายรถยนต์ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์หรือใบเสร็จรับเงิน
  • หนังสือการจดทะเบียนรถยนต์
  • ภาพถ่ายใบมรณะบัตรของเจ้าของรถยนต์ (กรณีเจ้าของเดิมเสียชีวิต)
  • สำหรับการโอนรถยนต์นี้ ผู้โอนและผู้รับโอนรถยนต์จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับจากวันที่ โอนรถยนต์กันจริง หรือวันที่ซื้อขายกัน หากไม่แจ้งนายทะเบียนตามที่กำหนดจะต้องเสียค่าปรับเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมด้วย

ในกรณีที่มีการโอนรถยนต์โดยที่ ระยะเวลาการเอาประกันภัยรถยนต์ของกรมธรรม์ประกันภัย ยังไม่หมดนั้น ให้ถือว่า ประกันภัยรถยนต์ ฉบับเดิมยังสามารถใช้คุ้มครองได้ต่อเนื่องจนถึงเวลาที่สิ้นสุดประกันแม้มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของรถก็ตาม มีเงื่อนไขว่าต้องไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อในทะเบียนให้ถูกต้อง

กรณีที่กรมธรรม์เป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ก็จะต้องแจ้งข้อมูลของผู้ขับขี่ใหม่นี้ให้กับ บริษัทประกันภัย ทราบด้วย เพื่อจะได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์ให้ถูกต้องตามชื่อผู้ขับขี่ใหม่ หากไม่แจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากจะทำเรื่องเคลมก็จะต้องจ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก เอง เพราะชื่อผู้ขับขี่ไม่ตรงกับกรมธรรม์