สัญญาณของอาการรถที่ต้องเข้าอู่


12 สัญญาณอันตรายที่ถ้าคุณพบเจอ ควรรีบหาอู่ตรวจสภาพทันที

การขับรถต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของรถยนต์ด้วย เนื่องจากถ้าเราเห็นความผิดปกติหรืออาการรถเสียได้เร็ว การดูแลรักษาและซ่อมแซมก็จะง่ายขึ้น ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าที่เราปล่อยทิ้งไว้จนเสียมาก ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วย

อาการผิดปกติของรถยนต์หรืออาการรถเสีย ที่เมื่อเราเห็นแล้วต้องรีบเข้าอู่ซ่อมรถทันที

  • ความร้อนของเครื่องยนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องหมั่นสังเกตเข็มวัดความร้อน หากขึ้นสูงเกินปกติหรือขับไปซักพักแล้ว เข็มยังไม่ขึ้นไปถึงระดับปกติ ควรรีบเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อมรถทันที

  • หากการเปลี่ยนเกียร์เริ่มติดขัดหรือควบคุมเกียร์ไม่ได้ คลัทช์มีเสียงดัง เหยียบแล้วรู้สึกลื่น เหยียบไม่สุดหรือสั่นขึ้น สั่นลง

  • รถหยุดไม่อยู่ เบรกลื่นหรือขณะเหยียบเบรกแล้วแป้นเบรกจมลึกลงไป ควรเข้าอู่ซ่อมเบรกทันที

  • พวงมาลัยหนักผิดปกติ ต้องใช้แรงมาก พวงมาลัยสั่นหรือรู้สึกพวงมาลัยหลวมเกินไป

  • ยางสึกหรอ สังเกตจากดอกยาง หากดอกยางตรงกลางล้อสึกมากกว่าตรงขอบแสดงว่าเติมลมยางมากเกินไป หากดอกยางตรงขอบล้อสึกมากกว่าดอกยางตรงกลางแสดงว่าเติมลมน้อยเกินไป หากดอกยางสึกเพียงข้างใดข้างหนึ่งแสดงว่าตั้งยางไม่ตรง หากดอกยางเป็นบั้ง ๆ แสดงว่าแนวของยางไม่ขนานกับแนวการเคลื่อนที่ของรถยนต์ ควรปรับปริมาณของลมยางและเข้าอู่เพื่อตั้งศูนย์ถ่วงล้อ

  • มีรอยน้ำมันเครื่องหยดอยู่ที่พื้น ควรนำรถเข้าอู่ซ่อม เนื่องจากอาจมีการรั่วซึมได้

  • มีควันขาวออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์เป็นสัญญาณบอกเหตุของอาการรถเสีย

  • รถเร่งไม่ขึ้น แสดงว่าอาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศ หากปล่อยทิ้งไว้นาน นอกจากจะไม่ดีต่อเครื่องยนต์แล้วยังทำให้สิ้นเปลืองพลังงานอีกด้วย

  • สตาร์ทรถแล้วไม่ติดทันที แสดงว่าแบตเตอรี่มีปัญหาควรนำรถไปเช็คแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย

  • รถนุ่มผิดปกติ อาจมีปัญหาเรื่องของโชคอัพ ลมยาง ฯลฯ ควรรีบเช็คทันทีเพื่อไม่ให้เสียลามไปที่จุดอื่น

  • มีเสียงแปลก ๆ ที่เราไม่เคยได้ยิน ให้นำรถเข้าอู่ซ่อมทันที

  • ไฟชาร์ตปกติจะติดขณะสตาร์ทรถและดับลงเมื่อรถสตาร์ทติดแล้ว หากสัญญาณไฟไม่ติดหรือไม่ดับ แสดงว่าไดชาร์จหรือระบบไฟมีปัญหาให้นำรถเข้าอู่เพื่อให้ช่างช่วยเช็คทันที

นอกจากเราต้องสังเกตสัญญาณหรืออาการรถเสียเหล่านี้แล้ว เราควรต้องหมั่นเช็คของเหลวเป็นประจำด้วย เช่น น้ำในหม้อพักน้ำ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำปัดน้ำฝน น้ำมันเบรกและน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ เป็นต้น นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ว่าใกล้หมดอายุหรือยัง

เตรียมพร้อมและติดต่อเสียแต่เนิ่น ๆ หาเวลาว่างนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพเพื่อต่อทะเบียนรถและเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน