ความสำคัญของ ระยะเวลาประกันภัย ที่ต้องรู้


ระยะเวลาประกันภัย คือ วันที่กรมธรรม์ประกันภัยมีผลเริ่มต้นให้ความคุ้มครองจนถึงวันสุดท้ายที่ให้ความคุ้มครอง

การทำประกันภัยรถยนต์นั้นรายละเอียดในเรื่องของ ระยะเวลาประกันภัยก็ถือเป็นรายละเอียดอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญมิใช่น้อยเนื่องจากมีผลบังคับในการเอาประกันรถยนต์ หากเกิดความเสียหายขึ้นจะต้องอยู่ในระยะเวลาประกันภัยเท่านั้น หากอยู่นอกเหนือจากระยะเวลาที่เอาประกันภัย บริษัทประกันภัยก็จะไม่คุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดตาม ระยะเวลาประกันภัยที่จะระบุในกรมธรรม์แล้ว เวลาของวันที่เริ่มต้นและเวลาของวันที่สิ้นสุดระยะเวลาประกันภัยก็จะต้องระบุในกรมธรรม์ด้วย เพื่อความชัดเจนแน่นอนว่าความคุ้มครองเริ่มที่เวลาใดของวันแรกและสิ้นสุดลงที่เวลาใดของวันสุดท้าย

ระยะเวลาประกันภัยปกติจะสิ้นสุดลงในวันสุดท้ายตามสัญญากรมธรรม์ แต่ก็มีกรณีที่ระยะเวลาประกันภัยอาจสิ้นสุดลงก่อนถึงวันสุดท้ายตามกรมธรรม์ได้เช่นกัน กรณีนั้นก็คือการบอกเลิกกรมธรรม์ไม่ว่าจะโดยบริษัทเป็นผู้บอกเลิก หรือผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิกก็ตาม เมื่อการบอกเลิกกรมธรรม์ได้ทำสำเร็จตามขั้นตอน ก็จะถือว่ากรมธรรม์สิ้นผลบังคับและระยะเวลาประกันภัยก็สิ้นสุดลงไปด้วย

มีคำถามว่า ผู้เอาประกันสามารถเปลี่ยนแปลงระยะเวลาประกันภัยได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ค่ะ โดยให้แจ้งความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงระยะเวลาเอาประกันนี้กับบริษัทประกันภัย ทางบริษัทประกันจะจัดทำเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ ยกเลิกระยะเวลาประกันเดิมและระบุระยะเวลาประกันใหม่ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่มีผลจากการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาเอาประกัน เช่น ค่าเบี้ยประกัน ก็จะระบุลงในเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ด้วยเช่นกัน

เหตุผลที่เราต้อง ต่อประกันภัยรถยนต์ ปีต่อไปล่วงหน้า ก็เป็นเพราะเรื่องของระยะเวลาประกันภัยนี้ หากต้องการให้ความคุ้มครองนั้นต่อเนื่องไม่เกิดช่วงระยะเวลาที่ขาดช่วงของการประกันไป เราควรแจ้งการต่อประกันกับบริษัทประกันภัยล่วงหน้า ไม่ควรรอให้ถึงวันสุดท้ายของกรมธรรม์หรือผ่านเลยไปแล้วจึงค่อยต่อประกัน เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของเวลากล่าวถือว่าเราไม่มีความคุ้มครองจากบริษัทประกันค่ะ

เพราะฉะนั้นระยะเวลาประกันภัยก็ถือเป็นเรื่องสำคัญของผู้ทำประกันภัยรถยนต์นะคะ อย่าลืมดูระยะเวลาเอาไว้ให้ดี เพื่อไม่ให้มีปัญหาเวลาเคลมประกันนั่นเอง