เมื่อต้องการเคลมประกันภัยรถยนต์ควรทำอย่างไร


ขั้นตอนการรับมือกับอุบัติเหตุ และวิธีเคลมเงินประกัน

เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายกับการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนกันอย่างแน่นอน แต่บางครั้งอุบัติเหตุเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

แม้เราจะพยายามขับรถอย่างระมัดระวังมากเพียงใดหรือจะรักษาวินัยการขับขี่และการจราจรมากเพียงใดก็ตาม รถยนต์ทุกคันที่ถูกนำออกไปใช้ขับขี่บนถนนก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุความสูญเสียได้เหมือนกัน

ข้อแนะนำเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ก็เป็นเรื่องของขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ที่จะต้องเข้ามามีบทบาททันที หากรถยนต์ของเรามีการซื้อประกันภัยรถยนต์คุ้มครองไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม ขั้นตอนแรกที่ผู้ขับขี่จะต้องดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็คือ ต้องโทรแจ้งเหตุที่บริษัทประกันก่อน

โดยสิ่งแรกที่ต้องอย่าลืมคือจดทะเบียนรถยนต์คันคู่กรณีเอาไว้ก่อน เผื่อเขาชนเราแล้วหนียังมีเลขทะเบียนให้ตามได้

ในขณะที่โทรก็ให้เตรียมข้อมูลไว้สำหรับแจ้งประกัน เช่น ทะเบียนรถ หมายเลขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ชื่อผู้ขับขี่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ สถานที่เกิดเหตุ วันเวลาที่เกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลของรถยนต์คันที่เป็นคู่กรณีด้วย เลขทะเบียน สี ยี่ห้อ

ในขณะแจ้งหากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าควรปฏิบัติตนเช่นไร ก็สามารถถามเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องได้ เมื่อแจ้งเสร็จก็ให้รอ บริษัทประกันภัยหลังรับแจ้งจะส่งพนักงานเคลมเพื่อมาที่สถานที่เกิดเหตุ เพื่อมาดูแลเรื่องการเคลมประกันรถยนต์ให้กับเรา

ข้อแนะนำระหว่างรอเคลม

ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม ข้อแนะนำ ก็คือ ให้รอเจ้าหน้าที่เคลมเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก่อน อย่าเพิ่งไปพูดคุยหรือตกลงรับถูกรับผิดกับคู่กรณีก่อน เจ้าหน้าที่เคลมที่บริษัทประกันภัยส่งมาจะมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าเรา เมื่อมาถึงจะให้คำแนะนำและช่วยเหลือในเรื่องการเคลมประกันรถยนต์ของเรา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเราเป็นหลัก

เมื่อเจ้าหน้าที่เคลมประกันทำการตกลงกับเจ้าหน้าที่เคลมของคู่กรณีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการออกใบเคลมให้กับเรา

เพื่อให้เรานำรถยนต์เข้าซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ตามที่ประกันภัยให้ความคุ้มครอง หลังจากนั้น เราก็สามารถนำใบเคลมนั้นไปนัดซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในเวลาที่เราสะดวก แต่ต้องไม่เกินกว่า 1 ปี เพราะอายุของใบเคลมจะมีกำหนดที่ 1 ปีเท่านั้น

หลังจากเสร็จเรื่องของการเคลม ประกันรถยนต์ เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำหากการเกิดอุบัติเหตุนั้นเราไม่ได้เป็นคนผิดก็คือจะต้องโทรตรวจสอบไปที่บริษัทประกันภัย โดยให้แจ้งเลขที่เคลมในใบเคลมและสอบถามถึงการบันทึกประวัติการขับขี่ว่าต้องไม่มีการบันทึกว่ารถยนต์คันเราเป็นผู้ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะจะมีผลทำให้เสียประวัติการขับขี่และทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยในปีหน้าต้องจ่ายเงินสูงมากขึ้น