กฎจราจร


กฎจราจร สิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติเมื่อขึ้นไปอยู่หลังพวงมาลัย

กฎจราจร เป็นคำที่ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะการที่เราจะได้ ใบอนุญาติขับรถหรือใบขับขี่ มาได้นั้น เราต้องไปนั่งอบรมเกี่ยวกับกฎจราจรต่างๆพร้อมกับการทำข้อสอบ

กฎหมายจราจรคืออะไร?

ยุคปัจจุบันสังคมเรามีการใช้รถยนต์เป็นพาหนะเดินทางกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก พอมีจำนวนรถที่เยอะขึ้นก็ย่อมที่จะเกิดความวุ่นวายได้ง่าย ดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีกฎระเบียบที่ออกมาอย่างเป็นทางการ เพื่อความเข้าใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วปฏิบัติตามนั้นก็คือ "กฎจราจร"

กฎจราจรเป็นหลักควบคุมเพื่อการใช้เส้นทางของผู้ขับขี่ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎที่ถูกระบุไว้ให้เป็นระเบียบเพื่อความเรียบร้อยไม่ยุ่งเหยิง

กฎหมายจราจรใหม่

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในการร่างแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบกใหม่ เพิ่มบทลงโทษของบุคคลพวกเมาแล้วขับ และแข่งรถบนทางหลวง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หากทำผิดซ้ำในรอบ 1 ปี ค่าปรับจะโดนเพิ่มเป็น 2 เท่า สำหรับมติการแก้ไขร่าง พ.ร.บ จราจรทางบก มีอยู่ด้วยกัน 5 ประเด็นคือ

1.เมาแล้วขับ

2.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด

3.ใบอนุญาตขับขี่

4.รถโดยสารสาธารณะ

5.การคาดเข็มขัดนิรภัย

โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่นี้ กำหนดว่าคนในรถ “ทุกคน” ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย จากเดิมที่บังคับแค่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารตอนหน้า และคนที่ถูกใบสั่งต้องเสียค่าปรับภายใน 15 วัน ถ้าไม่จ่ายจะไม่สามารถต่อทะเบียนประจำปีที่ขนส่งได้

กฎจราจรที่ร่างขึ้นใหม่มีอะไรบ้าง

การเปลี่ยนแปลงย่อมนำพาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เป็นไปได้ว่ากฎที่ปรับเปลี่ยนใหม่จะช่วยลดอุบัติเหตุ หรือทำให้ผู้ขับขี่บนถนนไม่ประมาทได้ ซึ่งมีด้วยกัน คือ

  • กรณีแข่งรถบนถนนทางหลวง : จากเดิมที่เคย จำคุกแค่ 3 เดือน และปรับสูงสุดแค่ 10,000 บาท เพิ่มโทษจำคุกเป็น 1 ปี และปรับตั้งแต่ 6,000-20,000 บาท ถ้ายังไม่ได้ลงแข่งแต่อยู่ในช่วงเตรียมตัว ก็ไม่สามารถหนีความผิดได้ มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000-10,000 บาท

  • กรณีดื่มแล้วขับ : ซึ่งการปรับเปลี่ยนคือเพิ่มรายละเอียด คือ ถ้าดื่มแล้วขับและผู้อื่นได้รับอันตราย ถูกจำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท ถ้าผู้บาดเจ็บได้รับอันตรายสาหัส เพิ่มโทษจำคุกเป็น 2-6 ปี ปรับ 40,00-120,000 บาท และถูกระงับใบขับขี่ 2 ปี

  • ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย : ถูกจำคุกเพิ่มเป็น 3-10 ปี ปรับ 60,00-200,00 บาท แล้วจะเพิกถอนใบขับขี่อีกด้วย หากความผิดนั้นเกิดซ้ำภายใน 1 ปี จะเพิ่มจำนวนค่าปรับขึ้นเป็น 2 เท่า

นอกจากประกันอุบัติเหตุ หรือประกันรถยนต์ที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงแล้ว แต่ถ้าผู้ใช้รถใช้ถนนละทิ้งความประมาท ระมัดระวังมากขึ้น แล้วหันมาทำตามกฎหมายจราจรก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งเล็กๆ ที่ช่วยให้ไม่เกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกัน