รถประเภทใดที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ.


ตอบข้อสงสัยว่ารถยนต์ประเภทไหนบ้างที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.

ความสงสัยอยู่ในใจของใครหลายๆ คน ว่าอยากจะรู้เสียจริงๆ ว่ามีรถประเภทใดที่ต้องทำ ประกันภัย พ.ร.บ. บ้าง วันนี้เดี๋ยวลองมาดูคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ที่จะทำให้หายสับสนว่า สรุปแล้ว รถทุกคนจะต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. ใช่หรือไม่ หรือว่ามีรถประเภทใดบ้างไหมที่สามารถไม่ต้องทำก็ได้ เผื่อว่าจะได้เลือกไปใช้รถประเภทนั้น เนื่องจากจะได้ไม่ต้องไปวุ่นวายในทุกๆ ปี กับการต่อ พ.ร.บ.

คำถามที่ว่ารถประเภทใดที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. คำตอบที่ง่ายที่สุด ก็คือ รถที่จำเป็นจะต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. ก็จะ ประกอบไปด้วยรถทุกประเภทและทุกชนิดตามกฎหมาย ที่ว่าเอาไว้ด้วยเรื่องของรถยนต์ และกฎหมายที่ว่าด้วยการขนส่งทางบก รวมถึงกฎหมายที่ว่าด้วยรถยนต์ทหาร ก็หมายถึงว่าเป็นรถที่มีเจ้าของครอบครองและมีเอาไว้เพื่อต้องการนำไปใช้ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้นว่ารถในลักษณะดังกล่าวจะเดินรถด้วยการใช้กำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้าหรือว่าเดินรถด้วยการเกิดจากพลังงานอื่นๆ อาทิ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, รถบรรทุก, รถสามล้อเครื่อง, รถยนต์โดยสาร, รถพ่วงหรือรถลากจูง, รถบดถนน, รถอีแต๋นและรถอื่นๆ ที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยพลังงานทุกชนิด

แม้ว่าจะมีรถบางประเภทที่กรมการขนส่งจะไม่รับจดทะเบียน แต่โดยหลักการส่วนใหญ่ทั้งหมดแล้วรถที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยการใช้กำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้าหรือว่าด้วยพลังงานทุกประเภท นั่นจัดได้ว่าเป็นรถยนต์ที่จำเป็นจะต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. ด้วยกันทั้งสิ้น และนี่ก็คือคำตอบที่กระจ่างแจ้งที่สุดของคำถามที่ว่า รถประเภทใดที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. สรุปง่ายๆ ก็คือรถทุกประเภทนั่นเอง เพราะถ้าหากว่าไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. แล้วก็จะถือว่ารถคันดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถนำรถมาใช้ได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ แต่ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่รถเกิดอุบัติเหตุหรือว่าเกิดเรื่อง ที่จำเป็นต้องถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถคันนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะถูกดำเนินคดีได้ตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

และรถยนต์คันนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำประกันภัยรถยนต์ได้ด้วย เนื่องจากว่าไม่ได้ทำประกันภัย พ.ร.บ. เอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก

รถประเภทใดที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. กับคำตอบที่ได้รับไปก็คงพอจะทำให้หลายๆ คนเข้าใจกระจ่างแจ้งมากยิ่งขึ้นแล้ว แต่อีกเรื่องที่สำคัญ ก็คือ การทำประกันภัยรถยนต์ที่ควรจะต้องมีเอาไว้ เนื่องจากว่าในยามที่เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ของคุณขึ้นมา มันก็พอที่ยังจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้าง

อย่าไปคิดว่าตัวเองเป็นคนขับและมั่นใจว่าไม่มีทางเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ล่วงหน้าว่ามันจะมาเมื่อไหร่ การป้องกันเอาไว้ก่อนจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด