ความสำคัญของไส้กรองอากาศรถยนต์


เหตุผลที่ว่าทำไมตัวกรองอากาศของรถยนต์ถึงสำคัญ

ความสำคัญของไส้กรองอากาศ คือ สามารถกรองสิ่งสกปรกและนำอากาศที่ปราศจากฝุ่นละออง ไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อจุดระเบิดเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์สะอาด ไม่สึกหรอและเสียหายง่าย

ไส้กรองอากาศ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ได้แก่ ไส้กรองแบบแห้งและไส้กรองแบบเปียก ถ้าแบ่งตามรูปลักษณะของไส้กรองจะแบ่งได้ 2 แบบเช่นกัน ได้แก่ ไส้กรองแบบเปลือยและไส้กรองแบบปิด

สำหรับการใช้ไส้กรองในรถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์มักนิยมใช้ไส้กรองอากาศแบบแห้งเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสามารถกรองสิ่งสกปรกได้ดี ทำความสะอาดง่าย โดยใช้ลมเป่าเบา ๆ หรือเคาะออก สิ่งสกปรกก็หลุดออกได้โดยง่าย วัสดุที่ใช้ทำไส้กรองเป็นวัสดุสังเคราะห์คล้ายกระดาษย่น

ส่วนไส้กรองแบบเปียก นิยมใช้กับเครื่องจักรที่ทำงานในสภาวะที่มีฝุ่นละอองสูง เช่น เครื่องจักรที่ใช้งานในโรงโม่หิน รถยนต์ที่ใช้งานหนักขนดิน หิน ทราย หรือวิ่งในที่ที่มีฝุ่นละอองมากหรือในทะเลทราย เป็นต้น

ไส้กรองแบบเปลือยมักนิยมใช้กับรถแข่งหรือรถที่ต้องการสมรรถนะสูง เพื่อการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีสมรรถนะสูงสุด ส่วนไส้กรองแบบปิดมีทั้งแบบแห้งและแบบเปียก โดยไส้กรองแบบปิดและแห้งใช้กันมากในเครื่องยนต์โดยทั่วไป โดยตัวกรองจะมีโลหะหรือพลาสติกครอบไส้กรอง ตรงกลางมีท่อให้อากาศไหลผ่านไส้กรองไปยังห้องเผาไหม้เพื่อไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป

เรามาดูการดูแลรักษาไส้กรองอากาศแบบปิดและแห้งกัน เนื่องจากเป็นไส้กรองที่ใช้ในรถยนต์ทุกรุ่น ที่ยี่ห้อ สิ่งที่สำคัญในการดูแลไส้กรอง คือ ต้องมั่นใจว่าฝาครอบตัวกรองปิดแน่นสนิท เพื่อไม่ให้อากาศที่ไม่ผ่านตัวกรองไหลผ่านเข้าไปได้ ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานสามารถสังเกตได้จากเสียงดูดอากาศ หากมีเสียงดังผิดปกติให้ตรวจฝาครอบและที่ดูดอากาศเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้หากเรารู้สึกว่าเครื่องยนต์กินน้ำมันมากกว่าปกติหรืออัตราเร่งลดลง ให้ตรวจไส้กรองอากาศว่ามีฝุ่นละอองเกาะติดอยู่มากหรือไม่ หากมีมากให้นำมาเคาะฝุ่นละอองออกหรือใช้ลมเบา ๆ เป่าจากด้านในออกมาด้านนอก แล้วเคาะเบา ๆ หากมีการทำความสะอาดไส้กรองหลายครั้งแล้ว หรือไส้กรองมีรูปทรงเปลี่ยนสภาพ ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

นอกจากการดูแลรักษาชิ้นส่วนต่าง ๆ ในรถยนต์เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยแล้ว เราควร เลือกประเภทของประกันภัยรถยนต์ ให้เหมาะสมกับสภาพและอายุการใช้งานของรถยนต์ของเราด้วย

สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานยังไม่ถึง 7 ปี หรือรถเพิ่งซื้อใหม่ป้ายแดงควรทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพื่อได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองสูงสุด

หรือหากใครมีงบสำหรับทำประกันรถยนต์ไม่มากนัก ทาง rabbit finance ก็มีประกันรถยนต์หลายประเภทให้คุณได้เลือกตามความเหมาะสม รวมถึงทางเรายังมีบริการเช็คเบี้ยประกันรถ เปรียบเทียบประกันรถให้กับคุณได้เลือกประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด