ภาษีรถยนต์คืออะไร ทำไมถึงมีความสำคัญ


ภาษีรถยนต์ถือได้ว่าเป็นภาระที่ทางเจ้าของรถยนต์ทุกคันจะต้องรับผิดชอบ โดยอัตราภาษีจะกำหนดโดยพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

ภาษีรถยนต์นับเป็นภาระที่ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ทุกคนต้องรับผิดชอบ โดยอัตราของภาษีรถจะกำหนดโดย พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งจะจัดกำหนดอัตราในการเก็บภาษีตามความจุกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เมตร,ซีซี) ซึ่งบอกถึงขนาดของเครื่องยนต์ ดังนี้

กรณีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่นั่งได้ไม่เกิน 7 คน คิดอัตราภาษีดังนี้

  • ความจุกระบอกสูบ 600 ซีซีแรก อัตราภาษีคิดที่ซีซีละ 0.50 บาท
  • ความจุกระบอกสูบ 601 - 1,800 ซีซี อัตราภาษีคิดที่ซีซีละ 1.50 บาท
  • ความจุกระบอกสูบมากกว่า 1,800 ซีซีขึ้นไป อัตราภาษีคิดที่ซีซีละ 4.00 บาท

แต่หากเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนเป็นของนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้ให้เช่าซื้อจะจัดเก็บในอัตราที่กำหนดนี้ในอัตราสองเท่า ในขณะที่รถที่จดทะเบียนมาตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จะได้รับการลดหย่อนภาษีรถยนต์ในปีต่อ ๆ ไป ดังนี้

  • ปีที่ 6 ได้รับการลดหย่อนที่ 10%
  • ปีที่ 7 ได้รับการลดหย่อนที่ 20%
  • ปีที่ 8 ได้รับการลดหย่อนที่ 30%
  • ปีที่ 9 ได้รับการลดหย่อนที่ 40%
  • ปีที่ 10 ขึ้นไป ได้รับการลดหย่อนที่ 50%

ซึ่งภาษีที่เกิดขึ้นนี้ หน่วยงานของรัฐจะนำไปใช้ในการสร้างถนนและปรับปรุงเส้นทางการเดินทางต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้นเอง ดังนั้น เจ้าของรถยนต์ที่มีการใช้งานท้องถนนจึงมีหน้าที่ในการจ่ายภาษีรถยนต์ทุกคนและตามกฎหมายได้กำหนดเอาไว้ด้วยว่ารถที่ขาดการเสียภาษีติดต่อกันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จะถูกตัดออกจากบัญชีในทะเบียน

ซึ่งหมายความว่าทะเบียนของรถยนต์คันนี้ไม่สามารถใช้งานได้อีกจะไม่สามารถซื้อขายได้ตามกฎหมายอีกต่อไป และหาก จะต่อใหม่ให้ถูกต้อง ต้องนำรถยนต์ไปยื่นขอจดทะเบียนใหม่ รวมทั้งคืนแผ่นป้ายเดิมเพื่อขอใหม่และจะต้องเสียภาษีย้อนหลังตามจำนวนปีที่ไม่ได้เสียภาษีอีกด้วย

รถยนต์บางประเภทต้องมีการตรวจสภาพรถเพื่อรับรองสภาพการใช้งานของรถยนต์ว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ เพื่อประกอบในการเสีย ภาษีรถยนต์สำหรับรถจดทะเบียนนานเกิน 7 ปี ต้องตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

ซึ่งโดยมากการเสียภาษีรถยนต์จะสามารถดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการต่อทะเบียนและการทำ พ.ร.บ.รถยนต์ ประจำปี

ซึ่งหากผู้ใช้ รถยนต์ต้องการความสะดวกในการจัดการตามข้อกำหนดกฎหมายเหล่านี้ ก็สามารถจัดการผ่าน ตัวแทนทำประกันรถยนต์ไปพร้อมกันเลยได้ เพราะนอกจากรายการที่ต้องทำตามข้อกำหนดกฎหมายเหล่านี้แล้ว การทำประกันภัยรถยนต์ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของรถควรทำเพื่อความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย

เพราะนอกจากกฎหมายเหล่านี้แล้ว การทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของรถควรทำเพื่อความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย สำหรับใครสนใจจะเปรียบราคาประกันรถยนต์ สามารถที่จะ คลิกได้ที่นี่ เราสามารถที่จะลดเบี้ยประกันให้คุณได้ถูกลงกว่า 4,325 บาท / ปี