ทำไมต้อง rabbit finance?

สิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุด

สิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุด

รับดีลพิเศษและข้อเสนอที่ดีที่สุด เฉพาะลูกค้าแรบบิท ไฟแนนซ์เท่านั้น
ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.

ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.

เราเป็นบริษัทในเครือ BTS ที่ได้รับใบอนุญาตในการส่งเสริมการขายประกันวินาศภัยและประกันชีวิต
บริการที่ดีที่สุด

บริการที่ดีที่สุด

จุดมุ่งหมายของเรา คือการมอบความพึงพอใจและให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Video

Video

ก่อนที่มันจะสาย

ก่อนที่มันจะสาย

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

คุณธงชัย

42, อุบลราชธานี , Isuzu D-Max

 

ซื้อประกันกับ rabbit finance แล้วอุ่นใจมากครับ จะส่งของ หรือ พาครอบครัวเที่ยว ก็หมดห่วงสุดๆ ทางบริษัทประกันค้าก็ดูแลดีจริงๆครับ

reviewer photo

คุณสิงห์

24, กรุงเทพ, Toyota Corolla Altis

 

ชอบบริการของ rabbit finance ตรงที่สามารถให้เราเปรียบเทียบราคาจากหลายบริษัทประกัน พร้อมๆกัน สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อประกันกับที่นี่ เพราะให้ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นครับ

reviewer photo

คุณนิ้ง

28, เชียงใหม่, Honda Accord

 

ชอบการบริการของ rabbit finance มากค่ะ จะเปรียบเทียบราคาประกัน หรือ สิทธิพิเศษต่างๆ ก็รวดเร็วทันใจมากคะ แถมราคาก็ยังถูกกว่าที่อื่นด้วยคะ ^^

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตบนท้องถนนทุกวันด้วยการขับรถ หน้าที่แสนสำคัญนอกจากมีใบขับขี่ รู้จักกฎจราจร คือต้องมี พรบ รถยนต์ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถ ผู้เช่ารถ หรือเป็นเจ้าของรถต่างประเทศที่จะนำมาใช้ในไทย ซึ่ง พรบ รถยนต์ หรือประกันรถยนต์ภาคบังคับ เป็นกฎหมายที่กำหนดให้รถยนต์ทุกคันต้องทำประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 นั่นก็เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยหากได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ต้องเข้ารับการรักษาพยาบางอย่างทันเวลา หรือได้รับค่าปลงศพในกรณีที่เสียชีวิต

 

แต่อีกหนึ่งข้อสงสัยของคนคิดจากทำ พรบ รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น วิริยะประกันภัย หรือกรุงเทพประกันภัย เบาใจได้เลยว่า ค่าเบี้ยประกันไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้แน่นอน เพราะรัฐบาลเล็งเห็นว่า พรบ รถยนต์ภาคบังคับ มีประโยชน์ทั้งเจ้าของรถและผู้ใช้รถคันอื่นๆ รัฐบาลจึงกำหนดให้ราคาเบี้ยประกันรถยนต์ภาคบังคับ ต่ำสุดเพื่อเป็นส่ิงจูงใจให้ผู้มีรถทุกคนทำประกันภาคบังคับ และเมื่อราคาต่ำลงใช่ว่าบริษัทที่เป็นนายหน้าประกันก็จะขาดทุน เพราะกรมประกันภัยได้พิจารณาและปรับปรุงเบี้ยประกันให้สอดคล้องกลับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

 

เช่น การเพิ่มและลดอัตราเบี้ยประกันภัยของรถบางประเภท หรือเพิ่มค่าเสียหายเบื้องต้น (15,000 บาท เพิ่มจำนวนเงินเป็น 35,000 บาท) และค่าสินไหมทดแทนส่วนเกิน (จาก 800,000 บาท ลดจำนวนเงินเป็น 100,000 บาท) และในปัจจุบันกรมการประกันภัยมีคำสั่งให้นายทะเบียนกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยให้เป็นอัตราเบี้ยเดียว ซึ่งแยกตามประเภทรถและลักษณะของรถ  บริษัทที่ทำประกันภัยไม่สามารถคิดเบี้ยประกันภัยเกินกว่าที่กำหนดไว้ได้  จึงเป็นที่มาของหลักที่ว่า “ไม่ได้กำไรแต่ไม่ขาดทุน”

เมื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม อยู่ด้วยกันเป็นหมู่คณะก็มักจะวุ่นวาย การมีกฎหมายคอยกำกับการกระทำเลยเป็นเรื่องที่ดี เพราะกฎหมายมักช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น แต่หลายคนมักแหกกฎหรือไม่ทำตาม เพราะความความคึกคะนอง หรือไม่ใส่ใจ อย่างเช่น เมาแล้วขับ หรือขับรถฝ่าไฟแดง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ซึ่ง พรบ รถยนต์ เป็นกฎหมายที่บังคับให้รถทุกคันต้องทำ เพื่อที่จะได้ต่อ พรบ รถยนต์ทุกปี แถมยังใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลได้ด้วย

 

หรือคนงานต่างด้าวไม่มีบัตร หนีเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมาย แล้วเราดันขับรถไปชนเข้า แต่ถ้ารถที่ชนดันมี พรบ รถยนต์ อยู่แล้ว พ.ร.บ. จะคุ้มครองทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวก็ตาม แต่ยกเว้ยความรับผิดก็ต่อเมื่อ นำรถไปทำผิดกฎหมาย ขนยาเสพติด หรือขนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ความคุ้มครองจาก พรบ รถยนต์มีสิทธิเท่ากันทุกคน ในกรณีเป็นคนขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิด จะได้ทั้งค่าเสียหายเบื้องต้น แต่ถ้าเป็นผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอกจะได้เท่ากันหมดตามที่ พ.ร.บ. ภาคบังคับคุ้มครอง

 

ต่อให้ขับรถชน หรือไม่ชนใคร แต่ถ้าไม่มี พรบ รถยนต์ ก็ถือว่าเป็นความผิด ทำตัวแหกกฎ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และหากทำแล้วแต่ไม่โชว์เครื่องหมาย หรือติดเครื่องหมายให้เห็น ก็มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เมื่อมีก็ต้องติด หรือถ้าหมดอายุก็ต้องไปต่อ พรบ รถยนต์ให้เรียบร้อย

การต่อภาษีรถยนต์ หรือต่อทะเบียนรถยนต์​ เป็นสิ่งที่คนมีรถทุกคนต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งอัตราของภาษีรถยนต์ ถูกกำหนดโดย พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522   ซึ่งจะจัดกำหนดอัตราในการเก็บภาษีตามความจุกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เมตร,ซีซี)​ นอกเหนือจากนี้ ประเภทของรถก็มีส่วนในการเสียภาษีรถยนต์เหมือนกัน ซึ่งกรมขนส่งแบ่งรถออกเป็น 17 ประเภท อย่าง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถบรรทุกส่วนบุคค รถจักรยานยนต์​ ฯลฯ ประเภทของรถเลยมีส่วนในการคำนวณภาษีรถยนต์ด้วย

 

เงินเสียภาษีรถยนต์ที่จ่ายไป หน่วยงานของรัฐบาลจะนำไปใช้ในการสร้างถนน หรือปรับปรุงเส้นทางการเดินทางต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เจ้าของรถทุกคนเลยมีหน้าที่เสียภาษีรถยนต์ ถ้าขาดการเสียภาษีรถยนต์ติดติดต่อกัน 3 ปีขึ้นไป จะถูกตัดออกจากบัญชีในทะเบียน หมายความว่าทะเบียนรถจะใช้ไม่ได้ เหมือนกับจ่ายภาษีเงินได้ประจำ ที่จ่ายเงินภาษีไปก็นำไปพัฒนาประเทศ ถ้ามีประกันชีวิตก็จะนำไปลดหย่อนภาษีได้มากยิ่งขึ้น

 

รถยนต์บางประเภทต้องตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อน เพื่อรองรับว่ารถคันนี้สามารถใช้งานได้จริงๆ ยิ่งถ้าเป็นรถที่จดทะเบียนนานเกิน 7 ปี ต้องตรวจสภาพสถานที่ตรวจด้วยว่าได้การรับรองจากกรมการขนส่งหรือไม่ นอกจากนี้ ถ้าเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนเป็นของตัวเอง ไม่ได้ให้ใครเช่า จะเสียภาษีรถยนต์เป็นสองเท่า แต่ว่าถ้ารถจดทะเบียนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จะได้รับการลดหย่อนภาษีในปีต่อๆ ไปดังนี้

 

  • ปีที่ 6 ได้รับการลดหย่อนภาษีที่ 10%

  • ปีที่ 7 ได้รับการลดหย่อนที่ 20%

  • ปีที่ 8 ได้รับการลดหย่อนที่ 30%

  • ปีที่ 9 ได้รับการลดหย่อนที่ 40%

  • ปีที่ 10 ขึ้นไป ได้รับการลดหย่อนที่ 50%

 

ดังนั้น มีรถยนต์​ ก็ควรเสียภาษีรถยนต์ เพื่อไม่ให้ถูกตัดออกจากบัญชีทะเบียน เพราะทะเบียนจะใช้ไม่ได้แล้ว จะซื้อขายรถมือสอง หรือโอนรถให้กันก็ไม่ได้แล้ว หากจะต่อใหม่ก็ต้องนำรถยนต์ไปยื่นขอจดทะเบียนใหม่ อีกทั้งต้องคืนแผ่นป้ายเดิมเพื่อขอใหม่ ซึ่งเสียเวลามากๆ

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า พรบ รถยนต์​ เป็นประกันรถภาคบังคับตามพระราชบัญญัติของการประกันรถยนต์ภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กฎหมายบังคับทำ ถ้าไม่ทำก็ผิดกฎหมาย โดนค่าปรับกันไป โดยกรมการขนส่งจะไม่รับต่อภาษีประจำปี ถ้าไม่มี พรบ รถยนต์​ (แน่ล่ะ ไม่มีแล้วจะต่ออย่างไร)​

 

ซึ่งรถในถนนกรุงเทพบางส่วน จะเป็นการเช่าซื้อกับสถาบันการเงินต่างๆ (ง่ายๆ ก็คือติดไฟแนนซ์อยู่)​ เมื่อใกล้ครบอายุในการต่อ พรบ รถยนต์ ทางสถาบันการเงินก็จะมีจดหมายแจ้งมาให้เสียค่าภาษีรถยนต์ประจำปี โดยสถาบันการเงินหลายแห่ง เวลาจะต่อ พรบ รถยนต์ มักจะคิดเงินประมาณนี้

 

  • เรียกค่าดำเนินการ 300-500 บาท

  • ปัดเศษในการต่อภาษี เช่น ต้อง เสียภาษีรถยนต์​1,790 บาท สถาบันการเงินบางแห่งจะเก็บเงินทั้งสิ้น 2,000 บาท ไม่รวมค่าบริการ

  • ปัดเศษค่า พรบ รถยนต์ เช่น รถเก๋งไม่เกิน 7 ที่นั่ง 645.21 บาท แต่เรียกเก็บ 700 บาท

  • ถ้าค้างชำระค่างวด สถาบันการเงินบางแห่งจะนำเงินเสียภาษีรถยนต์​ เป็นค่าประกันก่อน และบอกเราว่า ต้องจ่ายค่างวดให้ครบก่อนถึงจะส่งใบ ต่อ พรบ รถยนต์ ให้ ซึ่งถ้าตำรวจโบกรถ เราอาจโดนปรับได้

 

ซึ่งใครหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่า ในขณะที่รถติดไฟแนนซ์ หน้าที่การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นหน้าที่ของสถาบันเท่านั้น ไม่ใช่เลย! การต่อพรบ รถยนต์​สามารถทำเองได้!! ที่สำคัญสามารถทำล่วงหน้าได้ 90 วัน ก่อนภาษีจะหมดอายุ และถ้าเสียภาษีรถยนต์ล่าช้า กรมการขนส่งทางบกจะคิดค่าปรับ 1% ต่อเดือนของค่าภาษีอีกด้วย

 

โปรดอย่าลืมว่าถ้าขาดการเสียภาษีรถยนต์เกิน 3 ปี เตรียมโดนระงับทะเบียนได้เลย และเอกสารที่ใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ก็มีแค่ไม่กี่อย่าง คือ

 

  • เล่มทะเบียนตัวจริง พร้อมสำเนา

ใบสำเนาเล่มประจำรถ ใบนี้สถาบันการเงินจะส่งเอกสารมาให้อยู่แล้ว เพราะเป็นใบที่ระบุข้อมูลของรถ คือ เลขตัวถัง เลขเครื่อง ชื่อเจ้าของรถ ฯลฯ

 

นอกจากเรื่องการต่อ พรบ รถยนต์เองไม่ได้แล้ว ยังมีเรื่องเข้าใจผิดอีกหนึ่งเรื่องคือ ในเมื่อทำประกันสมัครใจ ชั้น 1, ชั้น 2 และชั้น 3 แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำประกันภาคบังคับ เพราะประกันชั้นต่างๆ ก็คุ้มครองได้อยู่แล้ว แต่ในเมื่อกฎหมายกำหนดมา ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องทำ

 

  • เอกสารตรวจสภาพรถยนต​์

หรือมีชื่อเต็มๆ ว่า เอกสารรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ จากสถานตรวจสภาพรถยนต์ของกรมการขนส่งทางบก หรือเอกชน (ตรอ.) สำหรับรถยนต์ที่มีอายุทะเบียน 7 ปีขึ้นไป เพราะต้องตรวจสภาพรถยนต์ว่า พร้อมใช้งานในถนนได้จริงๆ หรือไม่

 

  • เอกสารตรวจรับรองติดตั้งแก๊ส

สำหรับการต่อ พรบ รถยนต์ ในกรณีที่รถเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงไปเป็นแก๊ส (ไม่รวมที่ติดตั้งจากโรงงาน) ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ CNG ต้องมีใบรับรองการติดตั้งและตรวจสภาพจากวิศวกรผู้ได้รับการรับรองแนบไปด้วย โดยถ้าเป็นระบบ LPG ตรวจ 1 ครั้งใช้ได้ 5 ปี แต่ถ้า CNG ต้องตรวจใหม่ทุกปี


 

อย่างไรก็ดี สถานที่การต่อ พรบ รถยนต์​ มีมากมายหลายที่มากๆ สามารถเลือกได้ตามที่เจ้าของ พรบ รถยนต์ สะดวกได้เลย ไม่ว่าจะเป็น

  •  กรมการขนส่งทางบก
  • ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทุกสาขาในกรุงเทพมหานคร
  • สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร
  • ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ
  • ตามห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ
  • หรือจะต่อ พรบ รถยนต์ ออนไลน์ก็ยังได้

 

ถึงแม้รถจะติดไฟแนนซ์อยู่ หรือเจ้าของไม่สามารถต่อพรบ รถยนต์ได้ ไฟแนนซ์ไม่จำเป็นจะต้องจัดการทั้งหมด เพราะสามารถต่อเองได้ โดยให้บริษัทไฟแนนซ์แฟกซ์สำเนาทะเบียนรถมาให้คุณไปชำระค่าภาษีและพ.ร.บ. รถยนต์เองได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าดำเนินการต่อพ.ร.บ.-ทะเบียนรถของไฟแนนซ์อีก 100-500 แต่ถ้ามันวุ่นวายนัก ก็ต่อพรบ รถยนต์ผ่านโบรกเกอร์ประกันภัยนั่นแหละ ง่ายที่สุดแล้ว

 

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์

อ่านบทความอื่นๆ