ติดแบล็คลิสต์ บัตรเครดิต


ติดแบล็คลิสต์ บัตรเครดิต คือ การมีข้อมูลหรือประวัติไม่ชำระหนี้หรือสินเชื่อล่าช้ามากกว่า 90 วันขึ้นไปในฐานข้อมูลบูโรแห่งชาติ

เครดิตบูโร คืออะไร

ก่อนอื่นทำความเข้าใจก่อนว่า เครดิตบูโร (Credits Bureau) ไม่ใช่ชื่อสถานะ และการติดเครดิตบูโรจริงๆแล้ว แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะหากคุณทำธุรกรรมทางการเงิน กับธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่ร่วมมือกับ เครดิตบูโร คุณจะมีชื่ออยู่เรียบร้อยแล้ว

เครดิตบูโร เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้งานทั่วโลก โดยมีสมาชิกเป็นธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นๆ และมีจุดประสงค์ในการจัดตั้งก็เพื่อ ต้องการวัดฐานข้อมูล วัดระดับความน่าเชื่อถือของลูกค้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น

ติดเครดิตบูโร คืออะไร

ติดเครดิตบูโรที่หลายๆคนคุ้นเคย ในความเป็นจริงแล้ว คือประวัติการทำธุรกรรมทางการเงินในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรเท่านั้น การที่คุณติดเครดิตบูโร จึงหมายความได้ว่า คุณมีประวัติในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ดี มีหนี้ค้างชำระที่เป็นหนี้สูญของธนาคาร นั่นเอง

การติด แบล็คลิสต์ บัตรเครดิต หรือในอีกชื่อคือ ติด’เครดิตบูโร’ จะทำให้การทำธุรกิจทางการเงินเป็นไปได้ยากมากขึ้น

ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าธนาคาร สถาบันการเงิน หรือ ผู้ให้สินเชื่อ จะเห็นว่าท่านมีประวัติการไม่ชำระเงินคืน จึงไม่ค่อยอยากที่จะให้กู้ยืมเงินหรือให้ทำบัตรเครดิตใบใหม่เท่าไรนัก

โดยปกติแล้วถ้าชำระหนี้ในระบบของสถาบันการเงิน ล่าช้าเกิน 90 วัน ก็น่าจะติดแบล็คลิสต์แล้ว แต่ถ้าหากสงสัยหรือไม่มั่นใจว่าตัวเองติดแบล็คลิสต์หรือเปล่า? ก็สามารถตรวจสอบได้ โดยการยื่นที่ศูนย์เครดิตบูโรโดยตรง

ตรวจเช็คประวัติเครดิตบูโร ได้ที่

  • ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2 เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โทรศัพท์ : (66) 02-643-1250 เปิดทำการเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 16.30 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์

  • ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี) เปิดทำการเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

  • ห้างเจเวนิว (นวนคร) ติดโรงพยาบาลนวนคร ชั้น 4 ติดประกันสังคม เปิดทำการทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

  • ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – อาคารกลาสเฮ้าส์ ชั้นใต้ดิน ซอยสุขุมวิท 25 เปิดทำการเฉพาะวันจันทร์ – ศุกรณ์ เวลา 09.00 น. – 16.30 น. หยุดวัดหยุดนักขัตฤกษ์

หรือท่านสามารถที่จะขอเช็คข้อมูลที่ธนาคารต่างๆ ได้เช่นกัน ซึ่งธนาคารก็จะส่งเรื่องไปที่ศูนย์เครดิตบูโรอีกที โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ 200 บาท

หากท่านติดแบล็คลิสต์ บัตรเครดิตแล้ว ท่านก็ไม่ควรที่จะหนีหนี้ แต่ควรจะหาเงินมาจ่ายให้หมด เพราะในอนาคต ท่านก็ไม่อาจจะแน่ใจได้ว่าจำเป็นจะต้องการทำบัตรเครดิตและขอสินเชื่ออีกหรือไม่

โดยหลังจากคุณชำระหนี้หมดเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรอให้ฐานข้อมูลบูโรแห่งชาติ เคลียร์ประวัติแบล็คลิสต์ของท่านออกไป เพื่อที่จะได้กลับสู่สถานะผู้ขอสินเชื่อหรือทำบัตรเครติดได้อีกครั้ง ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3 ปีเลยทีเดียว