คุณสมบัติของผู้ทำบัตรเครดิต


เพื่อให้การขอสินเชื่อ "บัตรเครดิต" ง่ายขึ้น เรามาเตรียมความพร้อมของตัวเองกันสักหน่อย

บัตรเครดิต คือ บัตรที่ทำให้คุณสามารถกู้เงินจากสถาบันทางการเงิน เพื่อนำมาใช้จ่ายล่วงหน้าได้ ซึ่งต้องชำระหนี้ในภายหลัง โดยยังสามารถใช้บัตรเครดิตในการซื้อของออนไลน์ จองเที่ยวบิน และจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ รวมไปถึงสินค้าที่มีราคาสูง เช่น รถยนต์ ที่ต้องใช้เวลาเก็บออมเงินเป็นเวลานาน

แต่เมื่อใช้ บัตรเครดิต ธนาคารจะให้คุณกู้เงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ในทันทีโดยคุณสามารถชำระค่าใช้จ่ายคืนได้ในเดือนต่อไป หรือผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนจนกว่าจะไม่เหลือยอดค้างชำระ

  • มีรายได้จากที่มาต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน หรือ 180,000 บาทต่อปี

  • มีเงินฝาก เป็นหลักประกันเต็มวงเงินของบัตรเครดิตที่อนุมัติ

  • มีเงินฝากประจำกับธนาคารไม่น้อยกว่า 500,000 บาท เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน

  • มีเงินฝากออมทรัพย์ ลงทุนในตราสารหนี้ หรือลงทุนในกองทุนรวม เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน

สถาบันการเงิน จำเป็นต้องตรวจสอบประวัติทางการเงินของคุณ เช่นการผ่อนบ้าน, รถ หรืออื่นๆ หมายความว่า ถ้าคุณมีหนี้ค้างชำระหรือประวัติหนี้เสียอยู่ ก็จะส่งผลต่อการสมัครเครดิต คุณจึงต้องพยายามอย่ามีหนี้เสีย หรือค้างชำระค่าใช้จ่ายกับสถาบันการเงินใดๆ

คือหลักฐานการรับรายได้ที่สม่ำเสมอ เช่นสลิปเงินเดือน หรือสมุดบัญชีเงินฝาก ถ้าหากคุณเป็นข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีโอกาสสูงกว่าพนักงานเอกชน เพราะสถาบันการเงินมองว่าหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจมีความมั่นคงกว่า

ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ไม่มีรายได้ที่สม่ำเสมอ ให้ลองสมัครในช่วงที่มีการทำโปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือสมัครกับสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) เช่น "อิออน" หรืออีกวิธีคือการฝากเงินแบบฝากประจำ เป็นเวลา 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยให้จำนวนอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 50,000บาท โดยการฝากเงินประจำจำนวนนี้ ถือเป็นการค้ำประกันหนี้บัตรเครดิตที่จะเอาไปรูดนั่นเอง

จัดเตรียมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วน ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ได้จากแหล่งข้อมูลของสถาบันการเงินผู้ให้บริการแต่ละที่ว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้วตรวจสอบความถูกต้องและชัดเจนของเอกสารด้วย

เพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ควรจะให้ที่อยู่ที่ตรงกับบัตรประชาชน หรือที่อยู่ตามใบแจ้งค่าน้ำค่าไฟ และในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ควรให้เบอร์บ้านไว้ด้วย ไม่ใช่แค่เพียงเบอร์โทรศัพท์มือถือ