วิธีปิดบัตรเครดิต


ระงับการใช้งานหรือยกเลิกบัตรเครดิตทำอย่างไร? มีข้อเสียข้อดีหรือเปล่า?

เมื่อมีบัตรเครดิตไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสถานะทางการเงินของคุณเหมือนที่ผ่านมา บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดที่มีประโยชน์ในการใช้จ่ายจึงกลายเป็นเหมือนหนึ่งในผู้ร้าย ทำลายทรัพย์สินของเรา

ดังนั้น การปิดบัตรเครดิตหรือจะยกเลิกใช้บริการก็เป็นเรื่องปกติ ทว่าหลายๆ คนมักประมาทการยกเลิกบัตรเครดิตแบบนี้ คิดว่าแค่เลิกใช้ไปดื้อๆ หรือตัดบัตรทิ้งก็จบ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ความเป็นจริงการตัดบัตรทิ้งไปดื้อๆ อาจนำมาสู่เรื่องร้ายแรงอย่างบัญชีดำของเครดิตบูโรได้เลย

ยกเลิกเองทำยังไง

ติดต่อผ่าน Call-Center

ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการยกเลิกบัตรเครดิต ไม่ว่าจะบัตรหายแล้วต้องการระงับหรือยกเลิกบริการไปเลย โดยบริการรูปแบบนี้นั้นแม้จะดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีการที่ได้ผลไวที่สุด โดยที่ขั้นตอนต่างๆมีดังนี้

  • แจ้งความประสงค์ต้องการปิดบัตรเครดิต
  • ตอบคำถามเพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของบัตรเครดิตจริง
  • ยกเลิกสิทธิ์ทันทีที่วางสายโทรศัพท์
  • หลังจากนั้นหนึ่งเดือนจะมีเอกสารยืนยันว่าคุณยกเลิกบัตรเครดิตแล้วจริง

ติดต่อยกเลิกกับเคาน์เตอร์ธนาคาร

เลือกเดินตรงเข้าเคาน์เตอร์ธนาคารที่เป็นเจ้าของบัตรเครดิตของท่านโดยตรง โดยจะมีเอกสารให้กรอกเพื่อเป็นหลักฐานในปิดบัตรจริง แม้จะมีเอกสารและหลักฐานให้เห็นชัดเจน แตกต่างจากการแจ้งผ่าน Call-center แต่ยังไงก็ลำบากและกินเวลามากกว่า

ยกเลิกบัตรเครดิตมีผลกระทบหรือเปล่า?

แม้ว่าการตัดช่องทางการจับจ่ายออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะช่วยประหยัดและส่งเสริมสถานะทางการเงินของเราเสมอไป การปิดบัตรเครดิตมีข้อเสียหนึ่งที่ส่วนมากจะยังไม่ทราบด้วย คือเรื่องของเครดิตบูโร การปิดบัตรเครดิตไม่ได้ทำให้คุณติดบัญชีดำของเครดิตบูโรนะครับ แต่จะทำให้ "เครดิต" หรือ ความน่าเชื่อถือเรื่องสุขภาพการเงินของคุณมีคุณภาพต่ำลง ซึ่งหมายถึงการขอสินเชื่อหรือกู้เงินของคุณจะยากขึ้น ไม่มากก็น้อย (ตีไปว่ามีเครดิตมากๆ ก็จะกู้ง่ายขึ้น แต่ก็จะมีค่าธรรมเนียมหรือค่าดูแลต่างๆเพิ่มขึ้นเช่นกัน) รวมถึงจะไม่สามารถสมัครบัตรเครดิตใหม่ได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนอีกด้วย

สุดท้ายนี้อยากฝากเรื่องการยกเลิกบัตรเครดิตโดยธนาคารฝากไว้ด้วย โดยเหตุผลที่ทางผู้ให้บริการจะยกเลิกเครดิตของเรามีดังนี้

  • ไม่มีการเปิดใช้งานบัตรมาก่อนตั้งแต่เปิดบัตรเป็นระยะเวลา 1 ปี
  • เปิดใช้งานบัตรไปแล้ว แต่หยุดใช้งานเกิน 2-3 ปี
  • ค้างชำระหนี้บัตรเครดิตหลายๆครั้ง
  • ผู้ถือบัตร (ในนาม) เสียชีวิต