ประเภทและประโยชน์ของการประกันสุขภาพ


ประโยชน์ของการทำประกันสุขภาพมีอะไรบ้าง

การประกันสุขภาพ หมายถึง การที่ผู้รับทำประกันจ่ายเงินจำนวนหนึ่งซึ่งเรียกว่า เงินทดแทนให้กับผู้เอาประกันสำหรับเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์และค่ายา เป็นต้น ซึ่งการจ่ายเงินจะครอบคลุมความเจ็บป่วย โรคภัยไข้เจ็บและการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุตามประเภทหรือลักษณะที่เราเลือกทำประกันกับบริษัทประกัน

การประกันสุขภาพโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกันแบบรายบุคคล และการประกันแบบกลุ่ม ประโยชน์ที่ผู้เอาประกันได้รับ คือ บริษัทประกันจะคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บ และการบาดเจ็บนั้นทำให้ผู้เอาประกันต้องรับการรักษาพยาบาล บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น โดยการประกันแบบรายบุคคลและการประกันแบบกลุ่มจะให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันในรายละเอียดดังนี้

บริษัทประกันรับผิดชอบค่ายา ค่านอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายจากการบาดเจ็บ ค่าอาหารและค่าบริการทางการแพทย์ ในกรณีที่ผู้เอาประกันเข้ารับบริการและนอนที่โรงพยาบาลโดยใช้ระยะเวลาในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

บริษัทประกันรับผิดชอบค่าผ่าตัด ค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในการปรึกษาแพทย์ ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองในกรณีนอนรักษาตัวเพื่อรอการคลอดบุตร ผู้เอาประกันจะได้รับค่าชดเชยในเรื่องของทันตกรรม ทั้งค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล

ในกรณีการทำประกันสุขภาพ การเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลขนาดเล็กหรือคลินิก บริษัทประกันให้ความคุ้มครอง และจ่ายค่าชดเชยให้สำหรับค่ารักษาพยาบาล และค่าบริการทางการแพทย์

ผู้เอาประกันจะได้รับค่าชดเชยในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ผู้เอาประกันจะได้รับค่าชดเชยในกรณีที่ได้รับการดูแลจากพยาบาลพิเศษ ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลหรืออยู่ที่บ้าน บริษัทจะรับผิดชอบค่าชดเชยในส่วนของค่ารักษาพยาบาล และค่าบริการให้แก่ผู้เอาประกัน

สำหรับข้อยกเว้นในการไม่คุ้มครองผู้เอาประกัน ได้แก่ การเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บ หรือโรคภัยไข้เจ็บ เช่น การลดความอ้วน การทำศัลยกรรม การทำหมัน การติดสารเสพติด การตรวจสายตา กามโรค โรคประสาทและโรคที่เกิดจากการพักผ่อน เป็นต้น

อัตราค่าเบี้ยประกันสุขภาพขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้ เพศ ตามปกติเพศหญิงกับเพศชายมีอัตราความเสี่ยงภัยที่ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก แต่เนื่องจากเพศหญิงใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บนานกว่าเพศชาย จึงทำให้เพศหญิงมีอัตราค่าเบี้ยประกันสูงกว่าเพศชาย

อายุ บุคคลที่มีอายุมากจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมาก ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสุขภาพที่มากกว่าและใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บหรือโรคภัยไข้เจ็บนานกว่าบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า จึงทำให้เบี้ยประกันสูงกว่า

อาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการได้รับบาดเจ็บมากกว่าจะมีเบี้ยประกันสูงกว่า

ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล การดำเนินชีวิต เช่น การเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยง การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เป็นต้น

การทำประกันหมู่ บริษัทจะมีการพิจารณาถึงจำนวนของผู้เอาประกันด้วย หากมีจำนวนมากจะทำให้เบี้ยประกันถูกลง เนื่องจากมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น