ภัยธรรมชาติ คุ้มครองได้ด้วยประกันภัยบ้าน


เคยได้ยินคำว่า “ธรรมชาติเป็นผู้สร้าง และเป็นผู้ทำลาย” ไหมคะ อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ธรรมชาติสร้างอากาศขึ้นให้เราหายใจ สร้างต้นไม้ขึ้นเพื่อความร่มเย็น สร้างความร้อนขึ้นเพื่อให้เราอบอุ่น แต่ธรรมชาติก็ทำร้ายเราได้เช่นกัน ซึ่งมาในรูปแบบ "ภัยธรรมชาติ" นี่แหละค่ะ

ภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ และเราเดาไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไหร่ คำว่า "ภัยพิบัติ" ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนหวาดกลัว เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ พายุ ภูเขาไฟระเบิด ฟ้าฝ่า แต่ประเทศไทยของเราค่อนข้างโชคดีที่ภัยพิบัตไม่รุนแรงเหมือนต่างประเทศ

ซึ่งภัยธรรมชาติที่ประเทศไทยมักเจอก็คือ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า พายุฝน น้ำท่วม โดยภัยธรรมชาติพวกนี้ นอกจากสร้างความเสียหายแก่เราแล้ว ยังส่งผลต่อบ้านอีกด้วย ถ้าเราไม่มีประกันภัยบ้าน ที่คุ้มครองบ้านคุณจากภัยธรรมชาติล่ะก็ รับรองคุณตามจ่ายค่าเสียหายไม่ไหวแน่ๆ

ถ้าภาษาปากที่พูดกันทุกวัน ก็คือ ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว แต่ในภาษาของประกันภัย หรือภาษาทางการขึ้นมา ภัยธรรมชาติเหล่านี้ก็มีชื่อเฉพาะเหมือนกัน เช่น น้ำท่วม คือ อุทกภัย, ลมพายุ คือ วาตภัย, ไฟไหม้ คือ อัคคีภัย และ แผ่นดินไหว คือ ธรณีพิบัติภัย แต่ทุกภัยธรรมชาติที่กล่าวมาข้างต้น จะได้รับประกันจากประกันภัยบ้าน ต้องมีเงื่อนไขดังนี้

  • ต้องมีประกาศจาก ครม. ว่าเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติ
  • ค่าสินไหมทดแทนรวมของผู้เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติมากกว่า 4,000 ล้านบาท ต่อหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องค่าสินไหมตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป
  • กรณีแผ่นดินไหว จะต้องมีความรุนแรงตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป
  • กรณีลมพายุ ตองมีความเร็วลมตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

อ่านถึงตรงนี้ ถ้าเจ้าของบ้านหลายๆ คน กำลังมองหาประกันบ้านอยู่ล่ะก็ นอกจากเงื่อนไขภัยธรรมชาติ ที่ ครม. ตั้งเงื่อนไขเอาไว้แล้ว เรายังจะต้องแบ่งแยกประเภทของประกันภัยพิบัติ และอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอีกด้วย ซึ่งสามารถแจกจงได้ ดังนี้

  • บ้านพักอาศัย จะสามารถซื้อความคุ้มครอง ประกันภัยพิบัติได้ไม่เกิน 100,000 บาท และอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 0.5%
  • SME (ทุนประกันไม่เกิน 50 ล้านบาท) ซื้อความคุ้มครองได้ไม่เกิน 30% ของทุนประกันรวม โดยอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 1%
  • อุตสาหกรรม (ทุนประกันภัยเกิน 50 ล้านบาท) ซื้อความคุ้มครองได้ไม่เกิน 30 % ของทุนประกันอัตราเบี้ยประกันอยู่ที่ 1.25%

จากที่กล่าวไว้ข้างต้นประกันภัยพิบัติมีเพดานความคุ้มครองการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอยู่ที่ 100,000 บาท ดังนั้น สำหรับบ้านที่มีราคาหลายล้านบาท เจ้าของบ้านสามารถเพิ่มความคุ้มครองมากกว่า 100,000 บาทก็ได้ เพียงแต่ต้องคิดค่าเบี้ยประกันในส่วนที่เกินความคุ้มครอง 100,000 บาทแรกนั้นอาจไม่ใช่ 0.5% อีกต่อไป แต่อาจเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า

เนื่องจากความคุ้มครองส่วนนี้เป็นความคุ้มครองโดยบริษัทประกันไม่ใช่กองทุนและนอกจากนี้วิธีคิดเบี้ยประกันอาจแตกต่างจากกองทุนที่คิดอัตราเท่ากันทุกพื้นที่ ในขณะที่บริษัทประกันอาจคิดเบี้ยประกันตามอัตราเสี่ยงที่เกิดขึ้น