จะซื้อประกันชีวิต ต้องรู้อะไรบ้าง


เมื่อคุณสนใจที่จะซื้อประกันชีวิต นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้

หนึ่งในสิ่งที่ช่วยประกันความมั่นคงของชีวิตที่หลายคนมักจะนึกถึง คงจะเป็นประกันชีวิต

ประกันชีวิตในปัจจุบันมีอยู่หลากหลายรูปแบบ หลายบริษัท หลายกรมธรรม์ ให้เหล่าผู้ที่อยากจะมีประกันไว้สำหรับตัวเองทั้งหลายได้เลือกซื้อกัน โดยที่ประโยชน์ของประกันชีวิต นอกจากจะมีวงเงินที่ช่วยคุ้มครองของผู้เอาประกันในกรณีต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีได้อีกจำนวนหนึ่งด้วย

ทีนี้ ผู้ที่กำลังจะซื้อประกันชีวิต หลายคนคงจะกำลังมีปัญหาว่ามีตัวแทนมากมายเข้ามาเชียร์ขายประกัน โดยที่ตัวแทนเหล่านั้นมักจะบอกว่า ทำ ๆ ไปเหอะ ไม่ได้สอบถามเลยว่าความต้องการของเราคืออะไร จนนำมาซึ่งปัญหา การทำประกันที่ไม่ตรงกับความต้องการ การใช้ชีวิตและกลายเป็นคำถามว่า ประกันชีวิตแบบไหนที่เหมาะกับเรา ซึ่งในบทความนี้ เราจะขอกล่าวถึงในประเด็นที่ว่า ถ้าเกิดอยากซื้อประกันดี ๆ สักกรมธรรม์หนึ่ง เราควรจะรู้อะไรบ้าง

สิ่งที่เราควรรู้เป็นอันดับแรก เวลาที่จะซื้อประกันชีวิต นั่นก็คือ วัตถุประสงค์ของการทำประกัน ปัจจัยตัวนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแน่นอนว่าเวลาคนเราจะซื้อประกันสักตัวก็ต้องมีความต้องการอยู่แล้ว จริงไหม คงไม่มีใครที่ซื้อประกันโดยที่ไม่รู้ว่าจะเอาประกันนั้นไปทำอะไรหรอก ซึ่งวัตถุประสงค์ของการซื้อประกันมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาไว้คุ้มครองชีวิตตัวเองเพียงอย่างเดียว ซื้อมาเพื่อต้องการเงินก้อนในอนาคต ซื้อมาเพื่อเป็นแหล่งรายได้ในวันที่เกษียณการทำงาน วัตถุประสงค์ที่ต่างกันย่อมส่งผลให้มีการเลือกซื้อประกันที่แตกต่างกันด้วย

ถ้าเกิดอยากจะได้ไว้คุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว ก็ให้ซื้อประกันแบบคุ้มครองทั่วไป แต่ถ้าอยากจะซื้อมาเพื่อเอาเงินก้อนในอนาคต ก็ให้ซื้อแบบสะสมทรัพย์หรือถ้าอยากจะซื้อมาไว้เป็นแหล่งเงินเดือนตอนเกษียณก็ให้ซื้อแบบบำนาญ ส่วนถ้าอยากได้ประกันแบบยืดหยุ่นมีผลตอบแทนเยอะก็ให้ซื้อประกันแบบควบการลงทุน เห็นไหมล่ะว่าแค่รู้วัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวก็ทำให้การซื้อประกันชีวิตกลายเป็นเรื่องง่ายและถูกต้องแล้ว

สิ่งที่ควรรู้ข้อต่อมา อันนี้จะขอกล่าวควบไปสองปัจจัยเลยแล้วกัน ก็คือ อยากได้ทุนประกันเท่าไรและเบี้ยประกันเท่าใดที่สามารถจ่ายได้ไหว เนื่องจาก 2 ข้อนี้มันต้องไปด้วยกัน หากผู้ซื้อดูแต่ทุนประกันมาก ๆ เพียงอย่างเดียว ก็จะมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาการจ่ายเบี้ยไม่ไหวหรือถ้าเน้นถูกเข้าว่า ก็ย่อมมีความเสี่ยงต่อการซื้อประกันมา แล้วคุ้มครองไม่ครอบคลุมเช่นกัน เพราะฉะนั้น เมื่อเราได้ประเภทของประกันที่เหมาะสมแล้ว ขั้นต่อไป ก็คือ ลองเอาทุนประกันที่ตัวแทนเสนอมา มาลองคำนวณดูว่าต้องจ่ายนานเท่าไรจึงจะหมด ถ้าเกิดอยากได้ทุนประกันสูง ๆ แต่เบี้ยถูก คงต้องคุยกับตัวแทน ว่าจะผ่อนจ่ายนาน ๆ ได้ไหม เพราะยิ่งระยะเวลาสั้นเท่าไร เบี้ยประกันก็ยิ่งแพง

กฎข้อสำคัญเลย ก็คือ เบี้ยประกันในแต่ละเดือน ไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ในแต่ละเดือน ถ้าเกินมากไปกว่านี้ อาจทำให้จ่ายไม่ไหวได้

ทั้ง 2 ข้อนี้ ก็คือ สิ่งที่ทุกควรรู้ ก่อนที่จะซื้อประกันชีวิตมาเป็นของตัวเอง ขอให้คำนึงถึง 2 ข้อนี้เอาไว้ให้มาก ๆ เพื่อที่จะได้ซื้อประกันได้ตรงกับความต้องการและไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจในภายหลัง