เทคนิคการลดค่าเบี้ยประกันชีวิต


ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่เราต้องเสียอยู่เป็นประจำ รู้หรือเปล่าว่ามีเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถลดเบี้ยประกันได้อยู่ด้วย!

การซื้อประกันชีวิต เพื่อความปลอดภัยในชีวิตนับเป็นเรื่องที่ดี นอกจากจะเป็นการวางแผนที่ปลอดภัยให้กับเราและครอบครัวในวันข้างหน้าแล้ว ยังเป็นตัวช่วยลดภาระค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเราในอนาคตอีกด้วย แต่ถ้าหากวันหนึ่งเราเกิดมีปัญหาทางการเงิน จนไม่สามารถส่งเบี้ยประกันชีวิตได้ล่ะจะทำอย่างไร? หากจะต้องยกเลิกประกันชีวิตไปคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย

ปัญหาการส่ง ประกันชีวิต ไม่ไหวนั้นแท้จริงแล้ว เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ สาเหตุก็อาจจะมาจากการออกจากงานแล้วก็ไม่มีเงินเดือนเพียงพอที่จะส่งประกันชีวิต, มีภาระหนี้สินจากการเจ็บป่วยต้องใช้เงินในการรักษาตัวเอง คนในครอบครัว พ่อแม่ ภรรยาหรือลูกของเราอย่างด่วนก็มี หรืออาจจะมีภัยต่างๆ เช่นไฟไหม้ น้ำท่วม ทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินของเราต้องเสียหายจำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก

ปัญหาเหล่านี้ คือสาเหตุที่อาจทำให้การส่งประกันชีวิตของเราทำต่อไปไม่ไหว ดังนั้นวันนี้ rabbit finance จะมาบอกเคล็ดไม่ลับกับ “เทคนิคลดค่าเบี้ยประกัน” ให้ได้ทราบกัน

การลดค่าเบี้ยประกันคืออะไร?

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ “เทคนิคการลดค่าเบี้ยประกัน” เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าแท้จริงแล้วการลดค่าเบี้ยประกัน สามารถเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า “การลดทุนประกัน” ซึ่งการลดค่าเบี้ยประกันเป็นการลดวงเงินสำหรับการเอาประกันภัยในกรณีที่เสียชีวิต จากเดิมที่เคยตั้งไว้จำนวนหนึ่งอาจจะต้องการความคุ้มครองมากขึ้น หรือ ลดความคุ้มครองลงก็สามารถทำได้ เมื่อเข้าใจกันแล้วก็ไปสู่ขั้นตอนของ “เทคนิคลดค่าเบี้ยประกัน”

เคล็ดไม่ลับ! เทคนิคลดค่าเบี้ยประกัน

1.ปรึกษาตัวแทน

การที่อยู่ๆ เราจะไปลดค่าเบี้ยประกันชีวิตลงนั้น ไม่สามารถทำได้เลย เนื่องจากการ เพิ่ม-ลด ทุนประกันแต่ละครั้ง มักจะมีเรื่องของกฎหมายและค่าตอบแทนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นก่อนจะทำการเพิ่มหรือลดทุนประกัน ควรปรึกษานายหน้าที่เป็นผู้ดูแลเราในกรมธรรม์นั้นก่อนว่า ทำได้หรือไม่อย่างไร?

แน่นอนค่ะว่าส่วนใหญ่บริษัทประกันภัยเขาจะยินดีมากถ้าหากว่าเราขอเพิ่มทุนประกัน แต่บริษัทประกันภัยจะไม่ยินดีเป็นอย่างแน่นอนหากว่าเราขอลดทุนประกัน แต่ถ้าเรายืนยันว่าฉันจะลด ไม่ว่าอย่างไรตัวแทนของบริษัทก็ต้องยอมลดทุนประกันให้คุณอยู่ดีค่ะ

2.ศึกษาเงื่อนไข

การขอลดทุนประกันนั้นแท้จริงแล้วค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีเรื่องของเงินปันผล และรายได้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเงื่อนไขการลดทุนประกันจะมี 5 ข้อหลัก ดังนี้

  • ทุนประกันที่ขอลด ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราทุนประกันที่กำหนดในแต่ละแบบประกัน

  • กรมธรรม์ต้องไม่มีหนี้สินเงินกู้ในขณะขอลดทุนประกัน หากมีต้องชำระหนี้สินเงินกู้ตามกรมธรรม์ทั้งหมดก่อนจึงขอลดทุนประกันได้

  • กรมธรรม์ประเภทรายเดือนที่มีมูลค่าเงินสดแล้ว ให้ขอลดทุนประกันภายในระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน(60 วัน) หากเกินกว่านั้น กรมธรรม์จะถูกเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จโดยอัตโนมัติ และไม่สามารถลดทุนประกันได้

  • กรมธรรม์ประเภทรายงวดที่มีมูลค่าเงินสดแล้ว ให้ขอลดทุนประกัน ภายในระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันงวดต่อไป 31 วัน หากเกินกว่านั้นกรมธรรม์จะมีการกู้ชำระเบี้ยประกันโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่สามารถขอลดทุนประกันได้

  • กรมธรรม์ที่มีมูลค่าเงินสดแล้ว ผู้เอาประกันจะได้รับผลต่างค่าเวนคืนระหว่างทุนประกันเดิมกับทุนประกันใหม่

3.เอกสารที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเช็คข้อมูลจาก 2 ข้อมูลข้างต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้ยื่นต่อตัวแทนประกันภัยให้เรียบร้อยค่ะ โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วย

  • กรมธรรม์

  • คำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์

การลดทุนประกัน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญในการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยที่ไม่ว่าใครก็ต้องเจอจริงๆ ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังผันผวนเอาแน่เอานอนไม่ได้แบบนี้ การรู้เคล็ดลับดีๆ แบบนี้เอาไว้ก่อนก็ช่วยเราได้ไม่น้อยเลยจริงๆ

สุดท้ายหากเราคิดจะลดทุนประกันภัย แนะนำว่าควรปรึกษาตัวแทนก่อนเพื่อคำนวณค่าเบี้ยและข้อมูลอื่นให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ ทำประกันชีวิต จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลังกันค่ะ