ประกันชีวิตสำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป


ถ้าอายุเยอะเกิน 50 ปี ทำประกันชีวิตได้ไหม? ถ้าทำได้ต้องมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

ตามที่ องค์การสหประชาชาติ หรือ United Nations (UN) ได้กล่าวไว้ว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด หรือมีประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งหมด ถือได้ว่า เป็นประเทศที่เข้าสู่งสังคมของผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากข้อมูลของประมวลสถิติด้านสังคมของประเทศไทยปี พ.ศ. 2559 พบว่าในปี พ.ศ. 2558 ประชากรประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 65.1 ล้านคน เป็นประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 11 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรทั้งหมด เรียกได้ว่าตอนนี้ประเทศไทยได้ก้าวเข้ามาสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้นทำให้บริษัทประกันภัยหลายๆ แห่งได้เริ่มออกกรมธรรม์สำหรับผู้สูงอายุขึ้นมาเพื่อให้ทันกับยุคสมัย อย่างที่ทราบกันดีว่าประกันผู้สูงอายุ เป็นประกันของผู้ใหญ่ที่เริ่มมีอายุตั้งแต่ 50 ปื - 75 ปี แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละบริษัทประกัน

ซึ่งประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุก็มีทั้งที่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตรวจสุขภาพ ซึ่งอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับประวัติสุขภาพให้ผู้สูงอายุที่จะทำประกันได้ตอบกันสักหน่อย ในบางบริษัทก็มีบ้างที่ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ จนทำให้กลายเป็นแรงจูงใจใน การทำประกันชีวิต ของผู้สูงอายุ เพราะมีความสะดวก ง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก จึงเน้นความคุ้มครองการเสียชีวิตมากจากดูแลเรื่องความเจ็บป่วย

ซึ่งผู้สูงอายุสามารถเลือกทำประกันที่มีสัญญาเพิ่มเติมสำหรับการดูแลรักษาสุขภาพได้อีกด้วย เมื่อลองอ่านข้อมูลกันให้ดีแล้ว ก็จะพบว่าประกันชีวิตผู้สูงอายุเป็นประกันประเภทหนึ่ง ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนที่มีอายุมาก มีแนวโน้มที่จะมีโรคประจำตัวมากกว่ากลุ่มอื่น

เงื่อนไขการจ่ายเงินผลประโยชน์ของประกันผู้สูงอายุ

มาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าคุณผู้อ่านก็คงจะเริ่มมีคำถามในใจกันบ้างแล้วว่า สมัครประกันได้ง่ายแบบนี้จะมีเงื่อนไขอะไรบ้างในการรับสินไหม หากสงสัยตามมาดูกันเลยดีกว่า

1.จ่ายเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น

ถ้าพิการ ป่วย หรือเข้าโรงพยาบาลรักษา ขอให้คุณรู้ไว้เลยว่าบริษัทประกันภัยนั้นไม่จ่ายแน่นอน เพราะไม่ใช่ ประกันสุขภาพ ยกเว้นว่าคุณจะไปซื้อแบบที่เขาขายสัญญาเพิ่มเติมพ่วงด้วย หรือบางทีอาจขายเป็นแพ็คเกจซึ่งก็พอมีอยู่บ้าง แต่เงื่อนไขของการสมัครทำประกันก็อาจแตกต่างจากที่บอกไปนั่นเอง

2.ถ้าเสียชีวิตภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่อนุมัติในกรมธรรม์ จะจ่ายต่างกันจาก 2 สาเหตุ

  • ถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

จ่ายเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันเต็มจำนวน แล้วยังได้รับเบี้ยที่ เราจ่ายไปทั้งหมดคืน + เงินอีก 2-5% ของเบี้ยนั้น

  • ถ้าเสียชีวิตจากกรณีเป็นโรค

ไม่จ่ายเท่ากับจำนวนเงินประกัน แต่จ่ายเบี้ยที่เราจ่ายไปทั้งหมดคืน + เงินอีก 2-5% (ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท)

3.ถ้าเสียชีวิตหลัง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์เริ่ม

บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันเต็มจำนวน ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือจากโรคก็ตาม

ดังนั้นแล้วเมื่อคุณคิดที่จะ ทำประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปล่ะก็ ขอให้อุ่นใจได้เลยว่ามีกรมธรรม์นั้นอยู่ในทุกบริษัทประกันภัยแน่นอน สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดที่ต้องรู้ก่อนทำประกันอย่างเงื่อนไขกรมธรรม์มากกว่า ที่คุณควรจะอ่านรายละเอียด คำอธิบายให้ชัดเจนหรือสอบถามข้อมูลให้ครบถ้วนจากตัวแทนขายประกัน

ซึ่งคำถามที่ควรให้ความสำคัญก็มี ความคุ้มครองการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย เช่น เกิดเป็นโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติแล้วเสียชีวิตภายใน 2 ปี โดยทำการนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติกรมธรรม์เรียบร้อยแล้ว