ประกันชีวิตกับกองมรดก


หลายๆครั้งคนมักเทียบประกันชีวิตเข้ากับการจัดการมรดก แต่ข้อแตกต่างกลับมีเยอะมาก

มรดกกับประกันชีวิตเกี่ยวข้องกันอย่างไร? จริงๆแล้วอาจจะฟังแล้วแตกต่างกันมากเสียจนเอามาเทียบกันไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ มีผู้ได้รับผลประโยชน์จากผู้เสียชีวิต ซึ่งถึงจะดูโหดร้ายหรือเป็นการหาประโยชน์จากผู้ตายไปสักหน่อย แต่สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเรื่องการทำประกันชีวิตอยู่ เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของกฎหมายกองมรดก ภาษี และผลประโยชน์ที่ผู้รับจะได้

ทำความเข้าใจกับประกันชีวิต

การประกันชีวิตจะต้องมีผู้ทำประกัน ผู้รับผลประโยชน์ แตกต่างจากประกันวินาศภัยที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้รับผลประโยชน์แยกออกไป ทุนประกันของกรมธรรม์ประกันชีวิตคือตัวเลขที่ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเต็มๆ แยกจากข้อเสนอปัจจุบันที่มักมอบผลประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้ทำประกันอยู่แล้วด้วย (เช่นประกันบำนาญหรือประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้นเป็นต้น)

ทำความเข้าใจกับกองมรดก

กองมรดกที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยละคร “บ้านทรายทอง” ในโลกแห่งความจริง ไม่ได้ง่ายเหมือนกับในละครสักเท่าไหร่ เพราะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่มีรายละเอียดและข้อยกเว้นมากพอพอกับประกันชีวิตเลย

ข้อบังคับเกี่ยวกับกองมรดกเช่นผู้อาจจะเป็นทายาท พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย(ตามที่กฎหมายกำหนด) หรือเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามพินัยกรรมก็ได้ แต่หัวใจหลักที่เราอยากพูดถึงคงไม่พ้นเรื่อง "ภาษีกองมรดก"

ภาษีกองมรดก กำหนดไว้ว่ามรดกมากกว่า 100 ล้านบาท จะต้องรับผิดชอบภาษีในส่วนนี้ด้วย ซึ่งแม้จะเป็นเงินปริมาณที่แตกต่างจากทุนประกันชีวิตอย่างมาก แต่กองมรดกนับมูลค่าทรัพย์สินรวมกัน มิใช่เงินสดแต่อย่างใด (รวมถึงภาระหน้าที่ หนี้สินด้วย) มีกรณียกเว้นอยู่ด้วยสำหรับการจ่ายภาษีมรดก

แม้ว่า การทำประกันชีวิต จะมีข้อกำหนดเอาไว้เช่นเดียวกัน เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะคาดหวังเงินประกัน 100 ล้านบาท จากการทำประกันเพียงอย่างเดียว แต่หากคุณเลือกแบ่งสินทรัพย์ออกไปทำประกันชีวิตบ้างก็จะพบว่านอกจากจะไม่เสียภาษีแล้วยังเป็นการบริหารจัดการที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดด้วย เพราะประกันชีวิตปัจจุบันมีข้อเสนอที่มอบสิทธิประโยชน์ให้กับคุณตั้งแต่ก่อนเสียชีวิต

ข้อดีของประกันชีวิตที่แตกต่างจากกองมรดก

  • มีอัตราลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลเมื่อเลือกทำประกันชีวิต
  • ปลอดภาษี แตกต่างจากกองมรดกมูลค่าเกินหนึ่งร้อยล้าน
  • ปัจจุบันมีข้อเสนอที่มอบผลประโยชน์ตลอดสัญญา
  • สามารถทำประกันเสริมเช่น สุขภาพหรืออุบัติเหตุได้

ข้อเสียของประกันชีวิตที่แตกต่างจากกองมรดก

  • เนื่องจากเป็นการออมรูปแบบหนึ่ง จึงมีค่าใช้จ่าย (เบี้ยประกันชีวิต)
  • หากไม่ทำตามข้อกำหนด จะเสียผลประโยชน์ ทั้งหมด

ทั้งนี้ทั้งนั้น สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพร้อมมากน้อยแค่ไหน เพราะการทำประกันชีวิต แม้จะฟังดูคุ้มค่ากว่ากันมาก แต่ก็ต้องอาศัยการเตรียมใจที่จะรับผิดชอบภาระตรงนี้ด้วย หากคุณขาดส่งเบี้ยประกัน คุณอาจจะต้องเสียผลประโยชน์ทั้งหมดเลยก็ได้ แต่หากคุณปราถนาและอยากจะดูแลคนที่เรารักเมื่อเราต้องขากไป การทำประกันชีวิตจะคุ้มค่ามากกว่าการเก็บออมด้วยตัวเองอย่างแน่นอน