แนะนำประกันชีวิตลดหย่อนภาษี


ประกันชีวิตมีส่วนช่วยลดหย่อนภาษีจริงหรือไม่

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ทุกๆปีเมื่อถึงเวลาที่จะต้องยื่นเสียภาษี หลายคนมักวางแผนที่จะหาตัวลดหย่อนภาษีมาช่วยแบ่งเบาภาระภาษีที่จะต้องจ่าย ไม่ได้อยากจะหนีหรือหลีกเลี่ยงอะไร เพียงแต่ข้าวยากหมากแพง ก็เลยต้องการตัวช่วย การลดหย่อนปกติที่ผู้มีครอบครัวใช้เป็นปกติทุกปี เช่น ค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตรหรือแม้กระทั่งค่าลดหย่อนบิดามารดา ถามว่าเพียงพอไหม เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจริง ๆ กับการดูแลครอบครัวนั้น มันเทียบกันไม่ได้เลย ทำให้ผู้มีเงินได้หลายคนมองหาประกัน ที่ช่วยลดหย่อนได้มาช่วยอีกแรง

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีมีอยู่จริง ที่สามารถนำมายื่นลดหย่อนภาษีได้ จะมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือ ประกันชีวิตที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วกับประกันชีวิตแบบบำนาญ แม้จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด นั่นคือ

ลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตได้รวมทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 100,000 บาท หากมีจำนวนที่จ่ายจริงเกิน 100,000 บาท จะมีขั้นตอนการลดหย่อนดังนี้ โดยส่วนแรกหักหลังค่าใช้จ่ายได้ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่สองที่เกิน 10,000 บาทนั้นหักได้ในส่วนของค่าลดหย่อน แต่ต้องไม่เกินจำนวนเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและต้องไม่เกิน 90,000 บาท อีกด้วย ซึ่งก็มีเงื่อนไขของประกัน ดังนี้

กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และต้องเป็นประกันชีวิตที่ทำกับบริษัทที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในประเทศไทย มีการจ่ายภาษีให้ประเทศไทย และ ในกรณีที่มีการจ่ายเงินคืน เงินปันผลหรือจ่ายผลตอบแทนระหว่างที่ถือสัญญาจะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • กรณีที่ได้รับเงินคืนเป็นปกติทุกปี จำนวนยอดเงินคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี ส่วนกรณีที่ได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา ไม่ใช่ทุกปี เช่น 3 ปี 4 ปี จำนวนยอดเงินคืน จะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลานั้นๆ

  • กรณีอื่น จำนวนผลรวมของเงินคืน ตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืน ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันสะสมในช่วงเวลานั้น

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีประเภทนี้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มวัยทำงานทุกเพศ

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ประเภทที่สอง คือ การลดหย่อนด้วยเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นการยกเว้นเบี้ยประกันชีวิต โดยลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

และมีข้อแม้ว่า ประกันชีวิตแบบบำนาญ หากรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซื้อกับบริษัทที่ประกอบการในไทย ที่มีการกำหนดการจ่ายผลประโยชน์เป็นประจำสม่ำเสมอ ด้วยจำนวนตามกรมธรรม์ ผู้มีเงินได้อายุตั้งแต่ 55 ปี ถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้นก็ได้ และต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว ก่อนรับผลประโยชน์