ขั้นตอนของการทำประกันชีวิต ทำกันอย่างไร


เมื่อคุณจะต้องทำอย่างไร ถ้าหากต้องการประกันชีวิต

เมื่อสนใจใน การทำประกันชีวิต หรือได้รับการเสนอขายประกันแล้ว ควรมีขั้นตอนในการดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการคุ้มครองที่ดี ปลอดภัยและเชื่อมั่นในการ บริการที่ดีนั้นมีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างรอบคอบ ตั้งแต่เริ่มติดต่อ ตัวแทนขายประกัน ดังนี้

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับขึ้นตอนการทำ ประกันชีวิต

1.ตรวจสอบใบอนุญาต

ขอดู ใบอนุญาตให้เป็นตัวแทนประกันชีวิต ออกโดยกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ศึกษาข้อมูลในใบอนุญาตต่างๆ ทั้งอายุในอนุญาตและหน่วยงานที่สังกัดอยู่

2.ตรวจสอบเอกสาร

เอกสารสัญญาที่เกี่ยวกับการประกันชีวิตให้กระจ่างชัดเจน อ่านอย่างละเอียด อย่าด่วนตัดสินใจหรือลงชื่อในเอกสารต่างๆ ก็ควรตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารก่อนว่ามีผลผูกมัดอะไรบ้าง

3.ศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ

เมื่อสนใจทำสัญญาประกันให้ตัวแทนประกันนำตัวอย่างสำเนากรมธรรม์ประกันมาอธิบายให้ฟัง ซึ่งในสำเนากรมธรรม์ควรมีรายละเอียดให้ทราบรูปแบบของการประกันชีวิต ผลประโยชน์ที่ได้จากการทำสัญญารูปแบบต่างๆ ซึ่งขั้นตอนนี้ควรใส่ใจฟังอย่างละเอียด

4.รายละเอียดตอนทำสัญญา

เอกสารในการทำสัญญาประกันต้องเป็นลายลักษณ์อักษรและมีการลงนามทั้งลูกค้าและตัวแทนประกัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ารายละเอียดของประกันชีวิตที่ลูกค้าได้เลือกเอาไว้ ต้องมีรายละเอียดเบี้ยประกันที่ต้องชำระแนบพร้อมสำเนากรมธรรม์ ซึ่งคุณต้องมั่นใจก่อนว่า เลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะอาจทำให้เสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับในภายหลัง

5.รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์

เมื่อทำสัญญาแล้ว ทางตัวแทนประกันจะต้องนำกรมธรรม์ฉบับจริงมามอบให้ภายหลัง เอกสารนี้จะออกโดยบริษัทประกันโดยตรง ซึ่งลูกค้าต้องตรวจสอบเทียบรายละเอียดกับเอกสารที่ตัวแทนประกันชีวิตเสนอมาให้

หากพบความไม่สอดคล้อง ต้องรีบแจ้งบริษัทประกันเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์ให้ถูกต้องทันที

หากลูกค้าต้องการให้ได้สัญญาประกันชีวิตที่สอดคล้องกับความต้องการ ลูกค้าควรตรวจสอบรายละเอียดของเอกสารในขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามที่ต้องการ เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิต

ควรพิจารณาขั้นตอน การชำระเบี้ยประกัน เอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่รับชำระเงิน เฉพาะธนาคารตัวแทนที่กำหนด ชำระผ่านบัตรเครดิตหรือชำระผ่านตู้ ATM หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้หรือไม่

เพราะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ทำประกันเอง นอกจากนี้ควรดูรายละเอียดความยืดหยุ่นในการชำระ ซึ่งสำคัญมากในกรณีที่ลูกค้ามีความจำเป็นทางการเงิน จนไม่สามารถชำระเบี้ยประกันได้ตามที่กำหนด

ซึ่งบางสัญญาประกันก็จะยืดหยุ่นโดยเปลี่ยนระยะเวลาชำระหรือผ่อนชำระเบี้ยได้ อันจะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับลูกค้าโดย ไม่เสียผลประโยชน์ตามสัญญา ของกรมธรรม์อีกด้วย

ทำอย่างไร เมื่อพบว่าเงื่อนไขไม่เป็นไปตามที่กำหนด ?

ข้อสำคัญที่ผู้ทำประกันควรทราบ คือถ้าหากทำสัญญาประกันแล้วพบเงื่อนไขไม่เป็นไปตามที่กำหนด ลูกค้าสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ทำสัญญาประกัน โดยจะได้รับเบี้ยประกันที่จ่ายคืนไปครบถ้วนและเสียค่าทำสัญญาเพียง 500 บาท เท่านั้น

เราจะเห็นได้ว่ารายละเอียดในการทำสัญญาประกันนั้นมีรายละเอียดมากมาย ซึ่งผู้สนใจทำประกันควรให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกตัวแทนประกัน

การอ่านสัญญาประกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองตามต้องการและไม่ต้องเสียรู้คนไม่ซื่ออีกด้วย