ภาษีกับการวางแผนทางการเงิน


การวางแผนทางการเงินเพื่อช่วยลดหย่อนภาษีที่จำเป็นต้องรู้

เชื่อว่า คนวัยทำงานทุกคน คงจะมีเป้าหมายอย่างหนึ่งว่า จะต้องมีเงินก้อนเอาไว้ใช้ยามเกษียณ จะได้ไม่ลำบาก

เงินก้อนในยามเกษียณ แน่นอนที่สุดว่าเป็นเงินเพื่ออนาคตที่ไม่แน่นอน เพราะฉะนั้น การเก็บรวบรวม อาจจะยากกว่าเงินที่จะใช้อนาคตอันไม่ไกลนี้ ถ้าเกิดตอนนี้ เราได้เงินมา แล้วเอาแต่หมุนใช้ในปัจจุบันอย่างไม่ยั้งคิดก็ย่อมไม่มีเงินเหลือเก็บยามเกษียณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น การวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ

แต่ก่อนที่เราจะวางแผนทางการเงินได้นั้น เราต้องรู้ก่อนว่า ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันนั้นมีอะไรบ้าง ทั้งค่าอาหารแต่ละมื้อ ค่าสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ฯลฯ ซึ่งในบรรดาค่าใช้จ่ายทั้งหมดมักจะมีค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งที่เป็นตัวสูบเงินในกระเป๋าของคนวัยทำงานออกไปมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประกอบการลงทุนบางทีถ้าเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้มารวมกันตลอดชีวิต อาจจะซื้อรถได้เป็นสิบๆ คันเลยด้วยซ้ำ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั่นก็คือ ภาษี นั่นเอง เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าควรจะมีการวางแผนทางการเงินในเรื่องของการจ่ายภาษีอย่างไร จึงจะสามารถจ่ายได้อย่างสบายและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้เยอะ ๆ

สำหรับวิธีการวางแผนทางการเงินเพื่อประหยัดภาษี ถ้าจะแบ่งโดยกว้าง ๆ ก็จะสามารถแบ่งได้เป็น 3 วิธี ได้แก่ การลดเงินได้ให้น้อยลง การเพิ่มค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้นและการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีให้สูงขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

การลดเงินได้ให้น้อยลง หมายถึง การลดเงินได้ส่วนที่ต้องเสียภาษีให้น้อยลง แล้วไปเพิ่มยอดเงินได้ส่วนยกเว้นภาษีให้เพิ่มมากขึ้น หรือไม่ก็เอาการรู้เงินได้ไปไว้ในปีภาษีอื่น แทนที่จะให้เสียในปีที่ได้เงินมาทั้งหมด การทำเช่นนี้ จะช่วยให้ภาษีที่ต้องเสียลดลง โดยที่รายได้ของเราอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างหรือบางทีอาจไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็ได้

การเพิ่มค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้เอาเงินไปใช้ฟุ่มเฟือยจนหมดนะ แต่หมายความว่าโดยปกติ การคิดอัตราภาษีจะดูตามอาชีพที่คน ๆ นั้น ประกอบอยู่แล้วนำมาคำนวณว่าภายใต้อาชีพนั้นๆ จะถูกหักค่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เมื่อคำนวณจนได้ยอดเงินที่เหลือแล้วจะเริ่มคิดภาษีเป็น % เพราะฉะนั้น เราต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้น ด้วยการเลือกอาชีพที่มีการหักอัตราค่าใช้จ่ายมากที่สุด เพียงเท่านี้ ภาษีที่จะต้องจ่ายก็จะลดน้อยลง โดยที่เรายังมีเงินเหลือเก็บอยู่มาก

การเพิ่มค่าลดหย่อนภาษี ข้อนี้ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นั่นก็คือ พยายามเข้าร่วมกิจกรรม อย่างเช่น การทำประกัน การทำบุญหรืออะไรก็ได้ที่ระบุว่าสามารถนำหลักฐานไปลดหย่อนภาษีได้ กิจกรรมเหล่านี้ ยิ่งทำมากการลดหย่อนภาษีก็จะยิ่งทำได้มาก

การลดภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องของภาษี โดยรวม ๆ ก็จะมีอยู่ 3 ข้อนี้ เราสามารถนำเอาวิธีการทั้ง 3 ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนทางการเงินได้ ถ้ามนุษย์เงินเดือนคนใดประยุกต์ใช้วิธีการดังกล่าวได้ รับรองว่าภาษีของท่านจะไม่มาเป็นตัวสูบเงินรายได้อีกต่อไป