ประกันชีวิต มีกี่ประเภท


ประเภทของประกันชีวิตที่เราต้องรู้ ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต

ประกันชีวิต หากทำความเข้าใจความหมายอย่างง่ายแล้ว ก็คือ สัญญาชนิดหนึ่งที่จะทำการตอบแทนคู่สัญญาที่เป็นผู้ซื้อประกันมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกัน หากผู้ซื้อประกันเกิดเสียชีวิตขึ้นมาหรือมีชีวิตอยู่ครบตามสัญญาของกรมธรรม์ ทางบริษัทประกันก็มีหน้าที่ต้องจ่ายทุนประกันเป็นผลตอบแทนให้แก่ผู้ซื้อประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ตามสัญญากรมธรรม์

ประกันชีวิตนั้น มี 3 ประเภท ด้วยกัน เมื่อเริ่มสนใจก็ควรทำการศึกษาเอาไว้ วันนี้เอามาฝากสามประเภทที่น่าสนใจ ซึ่งมีดังนี้

ประเภทสามัญ เป็นการประกันที่มีผลตอบแทนสูงมากตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จำนวนค่าเบี้ยที่ต้องจ่าย อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไปเท่านั้น เพราะจะต้องทำการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปีหรือราย 6 เดือน หรือราย 3 เดือน หรือรายเดือน ตามโปรโมชั่นสัญญาที่เลือกจากบริษัท จากนั้นอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจก็มี สำคัญที่จำนวนเงินเอาประกันภัยกับอายุของผู้ซื้อประกัน พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ประเภทอุตสาหกรรม เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินตอบแทนค่อนข้างต่ำอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 30,000 บาท จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลาง ถึงรายได้ต่ำ เพราะมีการกำหนดให้ชำระค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน แต่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ

แต่บางบริษัทก็กำหนดเงื่อนไขให้มีระยะเวลารอคอยผลตอบแทนเป็นเวลา 210 วัน ให้อารมณ์เหมือนฝากออมทรัพย์ ส่วนคำว่า ระยะเวลารอคอย นั่นเป็นระยะเวลาพิสูจน์สุขภาพของผู้ทำประกันภัย ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้โดยบริษัทประกัน หากผู้ทำประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด ด้วยโรคตามธรรมชาติ บริษัทประกันจะไม่ต้องจ่ายเงินประกันภัย แต่จะทำการคืนค่าเบี้ยประกันที่ผู้ทำประกันชำระมาทั้งหมด

ประเภทกลุ่มป็นการประกันชีวิตแบบทำร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนมากจะเหมาะกับกลุ่มของพนักงานบริษัท อาจมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจก็ได้ แต่จะพิจารณาถึงเรื่องของความเสี่ยงภัยที่อาจจะเกิดแก่คนในกลุ่มทั้งหมด โดยวิเคราะห์จากปัจจัย อายุ เพศ การงานและจำนวนเงินตอบแทนประกัน โดยมีอัตราค่าเบี้ยประกันถูกกว่าประกันชีวิตทุกประเภท

ประกันชีวิต มีส่วนช่วยในการเฉลี่ยความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีการตาย การสูญเสียของอวัยวะ เกิดอาการทุพพลภาพ รวมถึงการสูญเสียรายได้ในยามชรา โดยเหตุการณ์เช่นนี้ สามารถเกิดได้กับทุก ๆ คนที่ทำประกันและไม่ได้ทำประกัน บริษัทประกันภัยมีหน้าที่กระจายความเสี่ยงของความเสียหายจากเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น แก่ผู้ซื้อประกันทั้งหมด ด้วยการให้ผู้ซื้อประกันทำการจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นเงินจำนวนหนึ่งให้แก่บริษัทประกัน เพื่อนำมาไว้เป็นเงินกองกลาง ศูนย์รวมในการเฉลี่ยเงินช่วยเหลือ เมื่อผู้ซื้อประกันเกิดได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่มีกำหนดอยู่ในสัญญาประกัน บริษัทประกันก็จะนำเงินกองกลางส่วนหนึ่งไปชดใช้ตามจำนวนที่ได้ตกลงตามสัญญาด้วย