สิทธิ์ในการขอยกเลิกกรมธรรม์


คุณมีสิทธิ์ และสามารถยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณได้

การตัดสินใจเลือก ซื้อประกันชีวิต ผู้ซื้อประกันจะต้องจ่ายเบี้ยประกันจนกว่าจะครบสัญญาประกัน คือต้องจ่ายเบี้ยประกันเข้าไปทุกปี ในช่วงที่สภาพคล่องทางการเงินเริ่มลดน้อยลงการที่จะสามารถส่งเบี้ยประกันต่อไปได้ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก

จ่ายเบี้ยประกันชีวิตไม่ไหว ยกเลิกกรมธรรม์ได้ไหม?

เมื่อเริ่มจ่ายค่าเบี้ยประกันไม่ไหว หลายคนจึงอยากจะใช้สิทธิ์ในการ ขอยกเลิกกรมธรรม์ของตนเอง แต่ก็ยังคงมองถึงความคุ้มค่าในส่วนเงินที่จะได้คืนอยู่ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียเบี้ยไปแต่ละปีหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามที่ยกขึ้นมานั้น คุณสามารถ “ยกเลิกกรมธรรม์” ได้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมประกอบธุรกิจประกันภัยระบุไว้

โดยทั่วไปแล้วประกันชีวิตจะมีกำหนดในการส่งเบี้ยประกันชีวิต หากผู้เอาประกันส่งเบี้ยประกันไม่ถึงกำหนดที่กรมธรรม์ลงไว้แล้ว จะได้รับเงินเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นตามกำหนดของบริษัทประกันชีวิตแต่ละที่

การยกเลิกกรมธรรม์จะได้รับผลประโยชน์คืนไหม?

หากต้องการใช้สิทธิ์ในการขอยกเลิกกรมธรรม์แต่หวังที่จะเอาเงินเบี้ยประกันที่ส่งไปทั้งหมดคืน มันเป็นสิ่งที่นับว่าเป็นไปได้ยากมาก แต่หากภายในระยะเวลาที่อยู่ในความคุ้มครอง แล้วได้ใช้ประกันอยู่บ่อยครั้งก็ถือว่าคุ้มค่ากับ เงินเบี้ยประกันที่ส่งไปแล้ว แต่กับผู้ที่ไม่เคยได้ใช้สิทธิ์จากประกันชีวิตเลย ก็อาจดูเหมือนไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่

ผู้เอาประกันควรมี แนวคิดที่ดีเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยประกันซะก่อน

แต่ก็ไม่สามารถเลือกที่จะเรียกร้องเงินให้ได้มากกว่าที่ทำสัญญากับบริษัทประกันเอาไว้ได้ ถ้าใช้สิทธิ์ในการขอยกเลิกกรมธรรม์ก่อนที่จะครบกำหนด หากถามผู้เอาประกันมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกประกันหรือไม่ ก็สามารถใช้สิทธิ์ในการยกเลิกได้ตามความต้องการ ของผู้เอาประกัน เพียงแต่จะไม่ได้รับเงินคืนเต็มจำนวนที่ส่งไปเท่านั้น

หากสามารถยอมรับเงื่อนไขส่วนนี้ได้ก็สามารถทำการยกเลิกได้ทันทีโดยการแจ้งไปยังตัวแทนประกันหรือบริษัทประกันได้เลย เพื่อดำเนินการยกเลิกประกันชีวิตของผู้เอาประกันหลังจากนั้นก็รอการยืนยันยกเลิกประกันและรอรับเงินคืนในบางส่วน

เงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเลิกกรมธรรม์

หากเลือกทำประกันชีวิตและอยากได้ความคุ้มค่าต่อเงินที่ต้องเสียเบี้ยประกันเป็นรายปี แนะนำว่าควรเลือกทำประกันแบบที่เหมาะสม และให้ความคุ้มครองที่ต้องการ เบี้ยประกันที่ต้องส่งในแต่ละปีควรคิดถึงอนาคตในวันข้างหน้าว่าจะสามารถจ่ายได้ไหว เพื่อที่จะสามารถส่งเบี้ยประกันได้ครบตามสัญญา และได้รับเงินทดแทนแบบเต็มที่

เพราะหากไม่เลือกประกันให้ดี เมื่อไม่สามารถส่งเบี้ยต่อได้แล้ว ก็ต้องใช้สิทธิ์ในการขอยกเลิกกรมธรรม์และได้รับเงินคืนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ซึ่งการยกเลิกกรมธรรม์ หรือ Free Lock Period เป็นการยกเลิกกรมธรรม์หลังจากที่ได้รับหนังสือสัญญาไปแล้ว 15 วัน ถ้าผู้เอาประกันอยากยกเลิกก็ย่อมทำได้ หากระยะเวลานั้นยังไม่ได้รับหนังสือสัญญา ก็ต้องรอถึงจะยื่นเรื่องเพื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ได้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้กับบริษัทที่ทำประกันไว้อยู่ หรือโบรกเกอร์ประกันภัยก็ได้

ถ้าอยู่ในระยะเวลาภายใน 15 วัน ผู้เอาประกันจะได้รับเบี้ยประกันคืนเต็มจำนวนอย่างที่กล่าวไปข้างต้น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายฉบับละ 500 บาท และผู้เอาประกันภัยต้องส่งหนังสือแจ้งการยกเลิกทำประกันภัย และกรมธรรม์ประกัยภับคืนทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองและระบุที่อยู่ให้ถึงบริษัทโดยตรง

ในกรณีที่สัญญามีอายุเกิน 15 วัน ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกกรมธรรม์ไม่ได้ แต่ต้องพิจารณาจากกรมธรรม์ว่ามีมูลค่าเวนคืนหรือยัง เพราะถ้ายังจะไม่ได้เบี้ยประกันคือเลย ซึ่งมูลค่าเวนคืนจะน้อยกว่าเบี้ยประกันที่ส่งไป

อย่างที่รู้กันว่ายิ่งถือประกันนานเท่าไหร่ มูลค่าของกรมธรรม์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ถือกรมธรรม์ ซึ่งถ้าคิดยกเลิกกรมธรรม์ก็ได้จะได้เงินเวนคืนตามระยะเวลา โดยมูลค่าของกรมธรรม์จะมากหรือน้อยอยู่กับ

  • จำนวนปีที่ทำประกัน

  • จำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายไป

  • แบบประกันที่เลือกใช้

หลายคนอาจจะคิดว่าการทำประกันชีวิตเป็นสิ่งที่สร้างความสิ้นเปลืองให้แก่ผู้เอาประกัน เพราะต้องส่งเงินค่าเบี้ยประกันเป็นแบบรายปีและเป็นเงินก้อนที่ถือว่ามากสำหรับหลายคน แต่หากมองในความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่จะได้รับแล้วการมีประกันชีวิตเอาไว้ ถือว่าช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ชีวิตในแต่ละวันของผู้ทำประกันได้พอสมควร แต่ถ้าหากว่าจ่ายค่าเบี้ยประกันไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็ควรเลือกที่จะใช้สิทธิ์ในการขอยกเลิกกรมธรรม์

เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่อาจจะหนักเกินไปสำหรับการส่งเบี้ยในแต่ละปีหรือหากยังไม่ทำก็ควรเลือกที่เหมาะสมและคิดว่าพอที่จะส่งได้เท่านั้น