ไทยประกันชีวิต สมาย คิดส์ ทำไมต้องซื้อให้ลูก
ไทยประกันชีวิต สมาย คิดส์
ไทยประกันชีวิต สมาย คิดส์ สมัครง่าย ได้ความคุ้มครองเพื่อลูกครบถ้วน
ไทยประกันชีวิต สมาย คิดส์ แผนประกันและความคุ้มครอง
ไทยประกันชีวิต สมาย คิดส์ แผนประกันและความคุ้มครอง
ไทยประกันชีวิต สมาย คิดส์ รีวิวจากลูกค้า

          ประกันชีวิตเด็ก “สมาย คิดส์” จาก ไทยประกันชีวิต

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ และต้องการให้บุตรหลานได้ออกไปเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงที่ลูกน้อยอาจเผชิญได้จากสิ่งแวดล้อม ขอแนะนำความคุ้มครองจากประกันชีวิตเด็ก Smile Kids จาก ไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตที่ดูแลชีวิตคนไทยมาเป็นเวลายาวนาน โดยแผนความคุ้มครองจากประกันเด็กที่ไทยประกันชีวิตขอนำเสนอก็คือ Thailife Smilekids แผนนี้นั่นเอง โดยจุดที่น่าสนใจของประกันชีวิตสำหรับเด็กแผนนี้ มีดังต่อไปนี้

 

 

  • เงินชดเชยรายวันเมื่อรักษาตัวในโรงพยาบาล

 

ในกรณีที่บุตรหลานมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ประกันชีวิตเด็ก Smile Kids จะมอบเงินชดเชยรายวัน สูงสุดถึงวันละ 3,000 บาท

 

 

  • รับเงินเพิ่มสำหรับโรคในเด็กที่พบบ่อย

 

ในกรณีที่บุตรหลานในความคุ้มครองของประกันฯ เจ็บป่วยด้วย 5 โรคที่พบบ่อยในเด็ก (โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ, โรคมือเท้าปาก, โรคอาหารเป็นพิษ, โรคบาดทะยัก และโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส) รับเงินคุ้มครองค่าชดเชยรายวันเพิ่มสูงสุดวันละ 3,000 บาท และในกรณีผู้ป่วยในที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Day Case) รับเงินค่าชดเชยรายวัน สูงสุดวันละ 3,000 บาท

 

 

  • ความคุ้มครองอุบัติเหตุ

 

ประกันชีวิตเด็ก Smile Kids จากไทยประกันชีวิต มอบความคุ้มครองชีวิตพร้อมความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ แบบไม่ต้องทำประกันอุบัติเหตุเพิ่มก็ได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับดูแลความเสี่ยงให้ลูกน้อยของคุณ โดยมอบเงินค่ารักษาพยาบาล อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ สูงสุดครั้งละ 100,000 บาท

 

 

  • รับเงินคืน

 

เมื่อผู้เอาประกันมีการชำระเบี้ยประกันภัยเพื่อรับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 8 รับเงินคืนสูงสุดถึง 40,000 บาท และเมื่อครบกำหนดสัญญากรมธรรม์ รับเงินคืนอีก สูงสุด 600,000 บาท

 

 

            ประกันเด็ก Smile Kids จาก ไทยประกันชีวิต เหมาะกับใคร

 

  • ผู้ปกครองที่กำลังมองหาแหล่งออมเงินพร้อมทั้งเตรียมการเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพ การเจ็บป่วยต่าง ๆ รวมทั้งการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยงให้กับตัวบุตรหลาน
     
  • ผู้ปกครองที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับตัวบุตรหลาน
     
  • ผู้ปกครองที่ต้องการความดูแลเพิ่มเติมในกรณีที่บุตรหลานเกิดเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐาน

          โรคที่พบบ่อยในเด็ก ผู้ปกครองควรรู้และระมัดระวัง

 

            โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ

 

สำหรับโรคปอดบวมในเด็กนั้นจะพบว่ามีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียร่วมกัน เชื้อไวรัสที่พบบ่อย คือ เชื้อ Respiratory Syncytial Virus (RSV), เชื้อ Influenza (ไข้หวัดใหญ่), เชื้อ parainfluenza ส่วนผู้ป่วยปอดบวมในเด็กที่มีเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุนั้น เกิดจากการติดเชื้อ Streptococcus Pneumoniae มากที่สุด เชื้อแบคทีเรียทีเป็นรายอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุ ได้แก่เชื้อ Haemophilus Influenza Type B หรือ ฮิบ,เชื้อ Staphylococcus Aures หรือ กลุ่มเชื้อ Mycoplasma Pneumonia, Chlamydia Pneumonia.

 

อาการของโรคปอดบวมที่สังเกตได้คือผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ไอ หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจเร็ว ทานนมได้ลำบาก จมูกบาน ซี่โครงบาน อกบุ๋ม ซึม และอาจมีอาการตัวเขียวได้ ในบางรายอาจร้องกวน งอแง กระสับกระส่ายและหน้าสั่น ในบางรายที่มีอาการไม่เฉพาะเจาะจง อาการส่วนมากในเด็กมักไม่มีลักษณะเฉพาะ ผู้ป่วยอาจมีไข้ หรือไม่มีไข้ก็ได้ อาจมีอาการซึม อาเจียน และไม่ยอมดูดนมหรือน้ำ ส่วนในเด็กโตจะมีอาการเจ็บหน้าอกตลอดเวลาหายใจเข้าออก

 

 

            โรคมือเท้าปาก

 

เด็กที่ป่วยด้วยโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะมีอาการไม่มากและหายเองได้ แต่บางรายที่มีอาการหนักและต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็มีไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งเด็กที่เป็นโรคนี้ในช่วงวันแรก ๆ อาจดูไม่ค่อยมีอาการผิดปกติอะไรมาก นอกจากเจ็บปาก มีแผลในปาก โดยจะเห็นเป็นแผลเล็ก ๆ หลายจุดในส่วนเพดานปากด้านในใกล้ทอนซิล และอาจมีไข้ร่วมด้วย ต่อมาจะเริ่มเห็นจุดน้ำใส ๆ ตามฝ่ามือฝ่าเท้า หรือตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

 

ในเด็กที่เป็นไม่มากและไม่มีโรคแทรกซ้อนอาการจะดีขึ้นในช่วง 4-5 วันต่อมา ส่วนเด็กที่มีอาการแทรกซ้อนที่สมองและหัวใจเกิดขึ้นได้อาจทำให้อาการทรุดลงและถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากอาการแทรกซ้อนทางด้านสมองและหัวใจนั้นอาจเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

 

 

            โรคอาหารเป็นพิษ

 

โรคนี้มีโอกาสเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากระบบย่อยอาหารที่อ่อนวัยและระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอกว่าในการต่อสู้กับเชื้อโรค รวมไปถึงปริมาณกรด เอ็นไซม์และแบคทีเรียมีประโยชน์ในท้องที่มีน้อยกว่าในผู้ใหญ่ และโรคอาหารเป็นพิษบางชนิดเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

ทั้งนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้ปกครองต้องให้ความใส่ใจลูกน้อยถ้าพบว่ามีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดท้องเกร็ง (อย่างรุนแรง) อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด/ท้องเสีย มีไข้ ปวดเมื่อยตัว หากลูกของคุณมีอาการข้างต้น ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

 

 

            โรคบาดทะยัก

 

อาการบาดทะยักในทารกแรกเกิด อาการมักจะเริ่มเมื่อทารกอายุประมาณ 4-10 วัน อาการแรกที่จะสังเกตได้ คือ เด็กดูดนมลำบาก หรือไม่ค่อยดูดนม ทั้งนี้เพราะมีขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ ต่อมาเด็กจะดูดนมไม่ได้เลย เด็กอาจร้องคราง ต่อมา มือ แขน และขาเกร็ง หลังแข็งและแอ่น ถ้าเป็นมากจะมีอาการชักกระตุกและหน้าเขียว ทำให้เป็นอันตรายถึงตายได้

 

ส่วนในเด็กโต ก่อนที่จะมีอาการประมาณ 5-14 วัน อาการเริ่มแรกขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ มีคอแข็ง หลังจากนี้ 1-2 วัน จะเริ่มมีอาการเกร็งแข็งของหลัง แขน ขา จะยืนและเดินหลังแข็ง แขน เหยียดเกร็ง ก้มหลังไม่ได้ หน้าจะมีลักษณะเฉพาะคล้ายแสยะยิ้ม ต่อไปอาจมีอาการกระตุกมากขึ้น มีหลังแอ่น และหน้าเขียว บางครั้งมีอาการรุนแรงมาก อาจทำให้มีการหายใจลำบากและอันตรายถึงชีวิตได้

 

 

            โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส

 

เป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดจากเชื้อได้หลายชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส แต่ที่พบมากในประเทศไทย มักจะเกิดจากเชื้อไวรัส Japanese Encephalitis (JE) หรือที่เรียกกันว่า ไข้สมองอักเสบเจอี ซึ่งมีโอกาสพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

 

ส่วนใหญ่อาการเริ่มต้นที่สังเกตเห็น คือ มักมีไข้สูง และปวดศีรษะ ซึ่งในเด็กเล็กหากได้รับเชื้อเข้าไปในปริมาณที่มาก อาจมีโอกาสที่จะเกิดอาการเกี่ยวกับสมองมากขึ้น เช่น มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ลุกลี้ ลุกลน สับสน ถ้ามีอาการอักเสบของเนื้อสมองมากขึ้น ก็จะส่งผลต่อการทำงานของสมอง อาจทำให้ชักได้ และอาจมีอาการซึมลง ไม่รู้สติ บางรายอาจจะมีความผิดปกติการทำงานของระบบทางเดินหายใจ

          เรื่องที่คุณควรรู้ เมื่อสนใจซื้อประกันให้ลูก

 

ถ้าคุณคือคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาความคุ้มครองดี ๆ เพื่อช่วยดูแลและรองรับความเสี่ยงที่อาจขึ้นกับบุตรหลานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองอุบัติเหตุ, ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยหรือต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล การเลือกทำประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุให้กับลูกน้อย ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยรองรับความเสี่ยง

 

 

            เพราะเหตุใด? ประกันเด็ก จึงจำเป็น

 

 

  • เด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำ

 

เด็กในวัยแรกเกิด และเด็กเล็กที่มีอายุไม่กี่ปี เป็นวัยที่ภูมิคุ้มกันยังต่ำเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ และร่างกายของเด็กยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมภายนอกมากนัก ด้วยเหตุนี้ เหล่าเด็ก ๆ จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อโรคได้ง่ายกว่า หรือมีโอกาสเจ็บป่วยสูงกว่าคนในวัยผู้ใหญ่ หากมีวงเงินคุ้มครองจากประกันเด็กเข้ามาช่วย ก็จะบรรเทาปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่ายลงไปได้

 

 

  • เด็กสื่อสารเรื่องอาการป่วยได้น้อย

 

เพราะเด็กที่ป่วยบางคนก็ยังไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ว่าตนเองกำลังรู้สึกเจ็บป่วยหรือไม่สบายอย่างไร ผู้ปกครองอาจต้องสังเกตและหมั่นเฝ้าระวังอาการของลูกน้อยอยู่ตลอด และในบางครั้งต้องให้ทีมแพทย์ช่วยดูแลเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการใช้ยาในการรักษา-ควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามระดับการรักษา หากผู้ปกครองไม่มีทุนทรัพย์มากพอ หรือไม่มีความคุ้มครองจากประกันเด็กมาช่วยดูแลเลยก็อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินได้

 

 

  • ประกันเด็กช่วยดูแลอย่างครอบคลุม

 

ประกันเด็กจะมอบข้อเสนอคุ้มครองให้กับตัวเด็กในขอบเขตที่กว้างและครอบคลุมความเสี่ยงที่เด็กอาจเจอเอาไว้อย่างหลากหลาย สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเพิ่มการดูแลบุตรหลานของคุณให้มากกว่าเดิม ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษายามเจ็บป่วย, เงินผลประโยชน์จากประกันชีวิต และเงินชดเชยเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ลงได้ไม่น้อยเลย

 

 

            ถ้าต้องการซื้อประกันเด็ก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

 

ผู้ปกครองที่กำลังอยู่ในระหว่างการเลือกซื้อประกันเด็ก เพื่อให้ลูกน้อยรับความคุ้มครองจากประกันและเพิ่มความอุ่นใจให้กับทุกคนในครอบครัว จะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้

 

 

  • รายละเอียดความคุ้มครองของประกันเด็ก

 

ควรพิจารณาขอบเขตของความคุ้มครองอย่างละเอียด ว่าแผนประกันนี้จะมอบความคุ้มครองตั้งแต่อายุเท่าไรจนถึงอายุเท่าไร วงเงินคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาส่วนใดบ้าง ให้วงเงินเท่าไร และบริษัทประกันฯ เจ้านั้น มีโรงพยาบาลคู่สัญญาที่อยู่ใกล้เคียงบ้างหรือไม่

 

 

  • ประเมินค่าใช้จ่าย

 

การจะรับความคุ้มครองจากประกันอย่างต่อเนื่องได้นั้น ตัวผู้เอาประกันเองก็ต้องมีการชำระเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่องด้วย ดังนั้น ต้องพิจารณาเบี้ยประกันที่สามารถชำระได้ไหว ไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่องวดที่หนักจนเกินไป ทั้งนี้ ตัวผู้ปกครองเองก็ต้องประเมินรายรับและคำนวณเงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นออกแล้ว เมื่อนำเงินอีกส่วนมาชำระเบี้ยประกันให้ลูก จะเหลือเงินเพียงพอต่อการดำรงชีพหรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่าเบี้ยประกันมีราคาสูงเกินไป แนะนำให้ลองลดขอบเขตและวงเงินคุ้มครองที่น้อยลง หรือเลือกประกันชีวิตเด็กที่มีความคุ้มครองแบบคุ้มค่า

 

 

  • บริษัทประกันภัยที่วางใจได้

 

เลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับเด็กที่มาจากบริษัทฯ ที่ไว้วางใจได้ เพราะในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทางตัวแทนและบริษัทฯ ต้องพร้อมให้ความช่วยเหลือ สามารถตอบคำถามได้อย่างครบถ้วน และสามารถติดต่อได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ปกครองและตัวเด็กเอง

 

หากคุณกำลังมองหาประกันเด็ก ที่เป็นทั้งประกันชีวิตที่คุ้มครองในเรื่องของสุขภาพและคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ และยังได้รับเงินผลประโยชน์คืน ขอแนะนำ Thailife Smile Kids จาก ไทยประกันชีวิต ให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่ลองพิจารณาดู กับวงเงินคุ้มครองที่เลือกได้หลายแบบ เพื่อให้ลูกน้อยของคุณได้รับความคุ้มครองที่ดีและเหมาะสมที่สุด