ทำไมต้อง Rabbit Finance?

สมัครง่ายผ่านเว็บไซด์

สมัครง่ายผ่านเว็บไซด์

ออมทรัพย์ คุ้มครองชีวิต
ใช้ลดหย่อนภาษีได้หลักแสน
แผนลดหย่อนภาษีที่คุ้มค่า

แผนลดหย่อนภาษีที่คุ้มค่า

ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมข้อเสนอดี ๆ
ที่นี่เท่านั้น เพราะเราคือ Exclusive
ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

เพราะเรามีผู้เชียวชาญพร้อมแนะนำ
เพื่อเลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณ จบที่เดียว!

เริ่มลดหย่อนภาษีอย่างชาญฉลาด

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

ปกติเวลาหาประกัน จะชอบไปเจอแต่เว็บที่ดูยาก ๆ ข้อมูลลายตาไปหมด แต่เว็บนี้ดี ข้อมูลครบแล้วก็เข้าใจง่าย

 

คุณนิ้ง
กรุงเทพฯ

reviewer photo

หน้าเว็บไซต์ดูสบายตาดี ใช้ง่าย ข้อมูลเยอะแต่ก็อ่านง่าย และละเอียดดี ไม่ต้องเสียเวลาไปหาข้อมูลให้วุ่นวาย

 

คุณทอม
กรุงเทพฯ

“การเกษียณอายุ” คือ การครบกำหนดอายุรับราชการ หรือสิ้นกำหนดเวลารับราชการหรือการทำงาน เมื่อบุคคลมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือ เริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งมักมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน อันได้แก่ ด้านร่างกาย, จิตใจ, สังคม และ สภาพทางการเงิน

 

          การเกษียณอายุ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราโดยตรง

การเกษียณอายุจะส่งผลต่อกระทบต่อสถานะการเงินโดยตรง เพราะจะทำให้ผู้เกษียณอายุสูญเสียรายได้หลัก และยังต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในช่วงวัยนี้ โดยเฉพาะการต้องเผชิญหน้ากับความเครียดที่เกิดจากการไม่มีงานทำให้ต้องอยู่บ้านเฉยๆ

 

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า หากอายุขึ้นเลขห้าแล้วโอกาสที่จะหางานทำในบริษัทที่มั่นคงนั้นมียากมาก เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นอาชีพที่ไม่จำกัดอายุในการทำงาน แต่ก็ต้องแลกกับการใช้แรงงานที่ไม่เหมาะกับสภาพร่างกาย ซึ่งอาจได้รับค่าจ้างที่น้อยลงกว่ามาก หากเทียบกับรายได้ที่ได้รับก่อนการเกษียณ แต่ถึงแม้บุคคลวัยเกษียณจะมีงานรองรับหลังวัยเกษียณ แต่ก็คงไม่สามารถฝืนสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงในทุกๆ วันได้

 

โดยปัญหาและความเปลี่ยนแปลงที่จะพบในวัยเกษียณนี้ ทำให้บุคคลวัยเกษียณต้องจำใจยอมรับสภาพ และพยายามปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้าสู่วัยเกษียณอย่างเหมาะสม เพราะหากยังฝืนทำงานต่อไป หรือไม่ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตก็จะมีแต่ผลเสียตามมามากมาย จึงทำให้หลายคน เริ่มวางแผนการเกษียณอายุไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ  

 

          ทำไมต้องวางแผนเกษียณอายุ ?

เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณต้องวางแผนเกษียณ คือ เพื่อที่คุณจะมี “เงิน” เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือภาระต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือค่ารักษาพยาบาลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะวัยเกษียณหรือวัยสูงอายุ มักจะมาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุ  และหากคุณไม่วางแผนเกษียณอายุตั้งแต่ตอนนี้รับรองว่า คุณต้องพบเจอ “ปัญหาเงินไม่พอใช้” อย่างแน่นอน โดยปัญหาเงินพอใช้ที่มักเกิดหลังวัยเกษียณมักมาจากสาเหตุ ดังต่อไปนี้

 

  • เริ่มต้นเก็บเงินเพื่อการเกษียณช้าเกินไป

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนมักนำเงินที่ได้จากการทำงาน ไปใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ทั้งการซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือย การท่องเที่ยว และใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุ่ร่าย โดยไม่มีการวางแผนเรื่องการออมเงินสำหรับไว้ใช้ในอนาคตหลังวัยเกษียณไว้เลย เพราะคิดว่ายังเหลือเวลาให้เก็บเงินอีกหลายปี

 

แต่ทางที่ดีแล้ว หากคุณเริ่มต้นเก็บเงินวางแผนเกษียณไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ และมีการคำนวณค่าใช้จ่ายหลังวัยเกษียณอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณมีเงินเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆ หลังวัยเกษียณ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

 

  • คำนวณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณผิดพลาดไป

หลายคนประเมินค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต หลังวัยเกษียณผิดพลาดไป เพราะมีความเข้าใจผิดว่า ชีวิตหลังวัยเกษียณไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายอะไรมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณหรือวัยสูงอายุมีมากเท่ากับวัยอื่นๆ แต่แตกต่างกันที่วัยสูงอายุมักจะใช้จ่ายไปกับความชอบส่วนตัว หรือความฝันในบั้นปลายชีวิต

 

เช่น การเลี้ยงสัตว์, การออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน, การท่องเที่ยว, การนัดสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในวัยเดียวกัน ทั้งหมดนี้มักนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่มหาศาล และหากบวกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลไปด้วยอาจจะทำให้ส่งผลต่อสถานะการเงินของคุณอย่างแน่นอน

          คำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ

เมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณหลายคนอาจจะนึกถึง “การออมเงิน” เป็นอันดับแรกๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า การวางแผนเกษียณที่เห็นผลได้อย่างชัดเจนและแน่นอน สามารถเริ่มจากการคำนวณจากค่าใช้จ่ายรายเดือน และคำนวณจากจำนวนปีที่เราคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ ดังนี้

 

  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน

ค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณ เป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ค่าอาหาร, ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล, ค่าเดินทาง, ค่าที่อยู่อาศัย หรือค่าใช้จ่ายทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาหลังชีวิตวัยเกษียณ คือ การไม่มีรายรับที่แน่นอนอย่างในวัยทำงาน

 

ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้การคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือน เข้ามามีบทบาทในการวางแผนเกษียณอายุ โดยเริ่มจากการประมาณค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง และมีประมาณเท่าไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะคิดจากอัตราค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่เหมาะสม คือ 70% ของค่าใช้จ่ายรายเดือนปัจจุบัน

 

  • จำนวนปีที่เราคาดว่าจะมีชีวิตอยู่

ปัญหาการคำนวณจำนวนปีที่เราคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ คือ ผู้วางแผนหลังเกษียณไม่สามารถกำหนด และคาดเดาได้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงเมื่อไร แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถคำนวณได้จากการยึดข้อมูลจาก การศึกษาของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม คือ ในปัจจุบันมีประชากรเพศชายที่อายุมากกว่า 65 ปี อยู่ประมาณ 3,151 คน และเป็นเพศหญิงประมาณ 4,053 คน และเมื่อมีอายุ 65 ปีแล้ว จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก โดยเพศชายจะมีอายุเพิ่มไปอีกประมาณ 16.4 ปี ส่วนเพศหญิงจะประมาณ 19.3 ปี สรุปได้ว่า เพศชายจะมีอายุได้ถึง 81 ปี ส่วนเพศหญิงจะมีอายุได้ถึง 84.3 ปี โดยเราสามารถนำมาคำนวณได้ตามสูตร ดังนี้

 

จำนวนเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณอายุ = ค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ X จำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ (โดยค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณคำนวณจาก ค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ X 70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน)

 

ตัวอย่างเช่น สมพงศ์ตั้งใจจะเกษียณอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณไปอีก 20 ปี ถ้าสมพงศ์มีค่าใช้จ่ายปัจจุบัน 40,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของสมพงศ์จะเท่ากับ 28,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 336,000 บาทต่อปี จากนั้นให้นำไปคูณกับจำนวนปีที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณ คือ 20 ปี หมายความว่า เมื่อสมพงศ์อายุ 60 ปี ควรมีเงินประมาณ 6,720,000 บาท หากเอามาแทนสูตรจะได้เป็น

 

จำนวนเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณอายุ = ค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ X จำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ จะได้ว่า (40,000 X 70%) X 20% ซึ่งมีผลลัพธ์เท่ากับ 6,720,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวถือว่า ไม่น้อยเลยและคงต้องใช้เวลาพอสมควรในการเก็บออม ดังนั้น หากคุณเริ่มต้นเก็บเงินเร็วก็จะทำให้มียอดเงินออม เพื่อใช้ในวัยหลังเกษียณสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วขึ้น

 

นอกจากนี้การเลือกทำ “ประกันชีวิตสะสมทรัพย์” หรือ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการวางแผนเกษียณที่หลายคนเลือกใช้เช่นกัน

การวางแผนเกษียณอายุ ด้วยการทำประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และยังช่วยให้คุณได้ออมเงินพร้อมๆ กันอีกด้วย นับว่าได้รับประโยชน์ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

 

          ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คืออะไร ?

“ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” คือ การประกันชีวิตที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย

 

ซึ่งการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นรูปแบบของการคุ้มครองชีวิตพร้อมกับการออมทรัพย์ โดย “การออมทรัพย์” ในที่นี้ คือ ส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด และหากเรายกเลิกก่อนที่จะครบสัญญาโดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปก่อนหน้านี้เลย โดยการออมเงินในแบบของประกันชีวิตสะสมทรัพย์จะมีทั้งแบบระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาว ที่มีอายุตั้งแต่ 3-5 ปี หรือยาวไปจนถึง 25-30 ปี เลยทีเดียว

 

การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองชีวิตหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นและผู้ถือกรมธรรม์เสียชีวิต ผู้เอาประกันภัยก็จะได้รับเงินชดเชย ส่วนของเงินปันผลซึ่งรวมแล้วมากกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปซึ่งะกลายเป็นผลพลอยได้ของการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั่นเอง

 

          ข้อดีของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

โดยข้อดีของการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือ ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากลักษณะการออมของการทำประกันภัยนั้น มีลักษณะเป็นแบบกึ่งบังคับ นอกจากนี้ หากหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบตามที่กรมธรรม์กำหนดไว้ ก็จะได้เงินคืนตามเงื่อนไขของสัญญา

 

ซึ่งการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์นี้ ถือว่าเหมาะสมแก่การใช้เป็นเครื่องมือในการออมเงิน สำหรับชีวิตหลังวัยเกษียณเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้คุณมีเงินเก็บอย่างแน่นอน รับรองว่าคุณจะไม่ต้องพบเจอ ปัญหาเงินไม่พอใช้ ในชีวิตหลังวัยเกษียณเลย และยังสามารถออมไว้เพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลานได้อีกด้วย

 

ทั้งนี้การออมเงินด้วยการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ไม่สามารถถอนเงินในลักษณะของการฝากเงินได้ แต่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งมูลค่าเวนคืนตามกรมธรรม์ที่ได้จะถูกหักค่าธรรมเนียมในการเวนคืนจำนวนหนึ่ง เพราะการ ทำประกันชีวิต มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว หรือหากครบอายุสัญญาในแต่ละปีแล้ว ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินในรูปแบบ “เงินคืนระหว่างสัญญา”

การเลือกวางแผนวัยเกษียณอายุด้วยการประกันชีวิตแบบบำนาญ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นตัวเลือกสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการผลตอบแทนที่แน่นอน และไม่ต้องการเป็นภาระแก่ลูกหลานในอนาคต รวมถึงคนโสดด้วย

 

          ประกันชีวิตแบบบำนาญ คืออะไร ?

การทำประกันชีวิตแบบบำนาญ คือ ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองรายได้ของผู้เอาประกันหลังเกษียณอายุการทำงาน โดยบริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์เป็นรายเดือน หรือรายปีอย่างสม่ำเสมอจนกว่าผู้เอาประกันจะเสียชีวิต หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกัน

 

โดยประกันชีวิตแบบบำนาญนี้จะเน้นไปที่การออมทรัพย์มากกว่าการคุ้มครองชีวิต ซึ่งผู้เอาประกระกันจะได้ผลประโยชน์สูงสุด จากการทำประกันชีวิตแบบบำนาญก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันชีวิตอยู่จนครบสัญญาเท่านั้น และเหมาะกับบุคคลที่มีอายุ 30 ไปจนถึง 55 ปี, ผู้ที่ลงทุนผ่านกองทุน RMF หรือบุคคลที่ไม่ชอบการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากนัก

 

การทำประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถแบ่งระยะของกรมธรรม์ออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่

 

             1. ช่วงสะสม

คือ ช่วงที่ผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ

 

             2. ช่วงรับบำนาญ

คือ ช่วงที่บริษัทประกันจ่ายเงินบำนาญให้แก่ผู้เอาประกัน เมื่อถึงเวลาที่กำหนดจนกว่าผู้เอาประกันจะเสียชีวิต หรือครบตามสัญญาที่กำหนดไว้

 

          รูปแบบของการรับเงินบำนาญ

ส่วนรูปแบบการรับเงินบำนาญคืนนั้น จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสะดวกของผู้เอาประกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

 

             1. เงินบำนาญแบบคงที่

เงินบำนาญแบบคงที่ (Fixed Annuity) คือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ที่มีการจ่ายเงินบำนาญแบบคงที่ทุกงวด ตั้งแต่วันแรกไปจนถึงวันสุดท้าย เหมาะกับคนทั่วไปที่ต้องการคำนวณเงินได้อย่างแน่นอนทุกเดือน

 

             2. เงินบำนาญแบบแปรผัน

เงินบำนาญแบบแปรผัน (Variable Annuity) คือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ที่จะจ่ายเงินบำนาญแบบไม่คงที่ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลประกอบการจากการลงทุนอื่นๆ เหมาะกับผู้ที่มีช่องทางสร้างรายได้จากการลงทุนอยู่แล้ว อาจเป็นในรูปแบบของพันธบัตร หุ้นกู้ หรือกองทุนรวมต่างๆ

 

นอกจากนี้ การทำประกันชีวิตประเภทบำนาญ ยังสามารถ ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้ เพื่อความคุ้มครองในด้านสุขภาพหลังเกษียณ และถึงแม้จะอยู่ไม่ครบกำหนดอายุสัญญา แต่ก็มีเงินบางส่วนที่สามารถส่งต่อให้แก่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังได้ ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานในอนาคต อีกทั้งยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และช่วยลดภาระของรัฐในระยะยาวได้

rabbit finance เป็นบริษัทโบรกเกอร์นายหน้าประกันภัยที่มีความน่าเชื่อ เพราะมีการรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย อีกทั้งเป็นบริษัทในเครือ BTS Group ซึ่งเป็น 1 ใน 50 ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 

          เหตุผลที่ควรเลือกทำประกันชีวิตกับ rabbit finance

หากคุณเลือกวางแผนการเกษียณอายุ กับ rabbit finance แล้วล่ะก็ คุณจะได้รับการบริการที่ประทับใจ รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษที่มากกว่าการทำประกันภัยกับโบรกเกอร์ หรือบริษัทประกันภัยรายอื่น ดังนี้

 

  • รับประกันความประหยัด

การเลือกวางแผนการเกษียณอายุ ด้วยการทำประกันชีวิตกับ rabbit finance จะช่วยให้คุณประหยัดค่าเบี้ยประกัน และได้รับราคาเบี้ยประกันถูกกว่าการซื้อประกันภัยชีวิต จากบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์รายอื่น

 

  • โบรกเกอร์ประกันชีวิตที่น่าเชื่อถือ

rabbit finance เป็นบริษัทโบรกเกอร์นายหน้าประกันภัยชีวิตที่มีความน่าเชื่อ เพราะมีการรับรองและได้รับใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.

 

  • เปรียบเทียบข้อเสนอแนะจาก 30 บริษัทประกันภัยชั้นนำ

การบริการเปรียบเทียบจาก rabbit finance เป็นการเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทประกันภัยชีวิตชั้นนำ และยังเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับความนิยมในการทำประกันชีวิตอย่างมาก

 

บริการเปรียบเทียบประกันชีวิตจะช่วยคัดเลือกสิทธิประโยชน์และราคาเบี้ยประกันที่ดีที่สุดให้คุณ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการภายใน 30 วินาทีเท่านั้น ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการสอบถามกับบริษัทประกันภัยโดยตรง

 

  • ปลอดภัยและเป็นกลาง

rabbit finance ใช้ระบบเก็บรักษาข้อมูล Omise ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล ที่ช่วยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง rabbit finance มีนโยบายไม่เปิดเผยข้อมูลของคุณให้แก่บุคคลที่ 3 ทำให้คุณไม่ต้องเป็นกังวลว่า ข้อมูลของคุณจะรั่วไหลและถูกนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ด้วยบุคคลอื่น

 

  • ช่องทางการชำระเงินหลากหลาย

การที่ rabbit finance มีช่องทางในการจ่ายเบี้ยประกันที่หลากหลาย ทำให้ผู้ทำประกันภัยชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์ หรือ การประกันชีวิตประเภทบำนาญ มีความสะดวกสบายในการชำระค่าเบี้ยประกันมากขึ้น

 

นอกจากความประหยัด ความรวดเร็ว และการให้บริการที่ประทับใจ จากการทำประกันภัยชีวิต เพื่อการเตรียมพร้อมสู่วัยเกษียณ กับ rabbit finance แล้ว คุณยังจะได้สิทธิพิเศษและข้อเสนอต่างๆ อีกมากมาย ที่จะช่วยให้การวางแผนการเกษียณอายุของคุณในครั้งนี้ได้รับความคุ้มค่าที่สุด

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

เนื้อหาสาระเกี่ยวกับภาษี