ทำไมต้องแรบบิทไฟแนนซ์?

พันธมิตรทางการค้าชั้นนำ

พันธมิตรทางการค้าชั้นนำ

เราร่วมงานกับแบรนด์ประกันวินาศภัยชั้นนำมากมายเพื่อมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
ความน่าเชื่อถือจาก คปภ.

ความน่าเชื่อถือจาก คปภ.

เราเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต
สิทธิประโยชน์เฉพาะแรบบิท

สิทธิประโยชน์เฉพาะแรบบิท

รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มเติม เฉพาะกับลูกค้าของแรบบิท ไฟแนนซ์เท่านั้น

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

ลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์มือถือ พร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับบริการต่างๆ ได้ที่ แรบบิท ไฟแนนซ์

 

คุณพีท


ต้องการลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์มือถือใหม่ เลยตัดสินใจใช้บริการกับ แรบบิทไฟแนนซ์ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ทำง่าย แถมยังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับโปรโมชั่นและบริการอื่นๆ ด้วย

 

 

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

สำหรับปี 2018 นี้ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกปีที่มี สมาร์ทโฟน น่าจับตามองกำลังทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับขาช้อปหรือ คนที่อยากสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ คงต้องมาดูกันหน่อยแล้วล่ะว่า สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ของแต่ละค่าย มีรุ่นอะไรกันบ้าง

 

  • Nokia 9

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2018
 

Nokia 9 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นต่อไปของ HMD Global ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอัปเกรดกล้องหลังที่ใช้เลนส์ Zeiss

 

  • Huawei P11 และ Mate 11

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงปี 2018
 

อย่างที่ทราบกันดีว่า Huawei เน้นการพัฒนาด้านกล้องร่วมกับ Leica และชิปเซ็ตที่รองรับการทำงานร่วมกับ AI จึงทำให้เป็นที่น่าสนใจว่า ตระกูล P และ Mate รุ่นต่อไปจะได้รับการพัฒนาไปในรูปแบบใด

 

  • Moto Z3 Force

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงซัมเมอร์ปี 2018
 

Moto Z3 Force ที่จะเปิดตัวในปี 2018 ก็คาดว่าจะมีบอดี้ที่แข็งแรงมากขึ้น , หน้าจอแบบ ShatterShield และโมดูลเสริมเจ๋งๆ อีกมากมาย

 

  • Essential Phone 2

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงซัมเมอร์ปี 2018
 

Essential Phone 2 คือ ผลงานการออกแบบของ แอนดี รูบิน ผู้ให้กำเนิดระบบปฏิบัติการ Android โดยเน้นความพรีเมียม , ระบบปฏิบัติการที่สะอาดและ กล้องระดับสุดยอด

 

  • HTC U12

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2018
 

สำหรับ U12 ในปี 2018 ก็คาดว่าจะมีหน้าจอแบบไร้ขอบ และอินเทอร์เฟซ Sense UI ที่พัฒนามากขึ้นกว่าเดิม

 

  • LG G7 และ V40

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงปี 2018
 

LG ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ V30 ที่ตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับ LG และสำหรับในปี 2018 ก็คาดว่าจะมีรุ่นเล็กอย่าง G7 ที่จะเปิดตัวก่อน และรุ่นพรีเมียมอย่าง V40 ก็จะเปิดตัวในช่วงครี่งหลังของปี 2018

 

  • OnePlus 6 และ 6T

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงซัมเมอร์ปี 2018
 

OnePlus ประสบความสำเร็จอีกครั้งกับ OnePlus 5 และ 5T ด้วยสเปคระดับพรีเมียม แต่ราคาถูกมาก และในปี 2018 ก็คาดว่า OnePlus 6 และ 6T จะได้รับการพัฒนากล้องหลังให้ดีมากยิ่งขึ้น

 

  • Google Pixel 3 และ 3 XL

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2018
 

Pixel ปี 2018 คาดว่าจะมีการพัฒนาด้าน AI , แบตเตอรี่ และกล้องให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

 

  • Samsung Galaxy S9 และ Note 9

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงปี 2018
 

Samsung ในปี 2018 คาดว่าจะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายในหน้าจอของ Galaxy S9 และ S9+ เป็นรุ่นแรก

 

  • Apple iPhone Xs , 8s และ 8s Plus

คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2018
 

ในปี 2018 มีข่าวลือว่า Apple จะออกรุ่น iPhone Xs รวมถึง iPhone 8s และ 8s Plus ที่มีดีไซน์เหมือนกับ iPhone X

ปีใหม่แล้ว มีใครไปสอยโทรศัพท์ใหม่กันมาบ้างหรือยัง ก็แหม ปีใหม่ทั้งที ก็ต้องมีของใหม่บ้างอะไรบ้าง อีกทั้ง ในปี 2018 นี้ ยังมีโทรศัพท์ออกมาใหม่มากมายหลายรุ่น ประชันความหรูหรา และความเจ๋งกันแบบสุดๆ

 

ซึ่งแน่นอนว่าเราคงอดใจไม่ไหว ไม่นานก็ต้องไปจัด โทรศัพท์รุ่นใหม่ราคาแพง มาเป็นเจ้าของกันคนละเครื่องสองเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่เราจะใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่ได้นั้นก็ต้อง ทำการลงทะเบียนซิมการ์ด

 

ดังนั้น วันนี้ rabbit finance จะพาเพื่อนๆ ไปดูกันว่า การลงทะเบียนซิมการ์ดมีกี่แบบ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

 

          การลงทะเบียนซิมการ์ด

การลงทะเบียนซิมการ์ด สามารถทำได้ 2 ขั้นตอน ดังนี้

 

  • กรณีลงทะเบียนเอง

คุณสามารถลงทะเบียนซิมการ์ดได้ทั้งซิมใหม่ และซิมเก่า ที่ศูนย์บริการเครือข่ายใกล้บ้าน หรือ ณ จุดจำหน่ายที่มีสัญลักษณ์สองแชะ

 

โดยคุณจะต้องแสดง บัตรประจำตัวประชาชน หรือหากคุณซื้อซิมใหม่ และขอลงทะเบียนซิมเลยทันที คุณก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลยค่ะ

 

  • กรณีมอบอำนาจ

ในกรณีนี้คุณจะสามารถลงทะเบียนได้ที่ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เครือข่ายของคุณเท่านั้น ซึ่งคุณจะต้องนำเอกสาร 4 อย่างนี้ไปด้วย

 

1. หนังสือมอบอำนาจ
 

2. บัตรประชาชนตัวจริงของผู้มอบอำนาจ หรือ Passport ตัวจริงของผู้มอบอำนาจ ในกรณีที่เป็นชาวต่างชาติ / บัตรประจำตัว แรงงานต่างด้าว ของผู้มอบอำนาจ หรือเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์
 

3. บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ หรือ Passport ตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่เป็นชาวต่างชาติ / บัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวของผู้รับมอบอำนาจ
 

4. เครื่องโทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมของผู้มอบอำนาจ

 

          การลงทะเบียนซิมด้วย App สองแชะ

ขั้นตอนการลงทะเบียนซิมด้วย App สองแชะ มี 5 ขั้นตอน ดังนี้

 

1. เลือกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่คุณต้องการลงทะเบียนซิม
 

2. กรอก Username และ Password
 

3. คุณต้องเลือกว่าต้องการ “ลงทะเบียนซิมเก่าที่ใช้มาก่อน” หรือ “ลงทะเบียนซิมที่เปิดใช้งานใหม่” ซึ่งสำหรับการลทะเบียนซิมเก่าที่ใช้มาก่อน ก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป ให้คุณทำตามคำสั่งที่ระบบให้มา
 

4. ถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชนให้อยู่ในกรอบสีแดง
 

5. กรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์

 

ง่าย และสะดวกสบายใช่ไหมล่ะ ซึ่งเพียงเท่านี้ ซิมในระบบของเพื่อนๆ ก็ลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าถูกตัดสัญญาณอีกต่อไปค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีว่าการใช้สมาร์ทโฟนมีความเสี่ยงเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากตัวโทรศัพท์เอง หรือเป็นความเสี่ยงจากผู้ไม่หวังดี

 

เพราะฉะนั้น วันนี้ rabbit finance จึงได้รวบรวม ความเสี่ยงของการใช้สมาร์ทโฟน มาให้อ่านกัน เพื่อให้ทุกคนเฝ้าระวังกันตั้งแต่เนิ่นๆ

 

          ความเสี่ยงจากการใช้สมาร์ทโฟน

 

  • ความเสียหายจากอุบัติเหตุ

ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุแล้ว ก็จะรวมได้ถึงความเสียหายจากภัยจากธรรมชาติ และความประมาทของตัวผู้ใช้เอง อาทิเช่น การทำโทรศัพท์ตกน้ำ การทำหน้าจอแตก การหลงๆ ลืมๆ วางโทรศัพท์ทิ้งไว้ จึงหายแบบไม่รู้ตัว

 

  • ความเสียหายจากความผิดปกติของโทรศัพท์

ในกรณีนี้ เรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดจริงๆ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า โทรศัพท์มือถือของเราจะพังเมื่อไหร่ หรือจะมีปัญหาตรงไหน อะไรยังไงบ้าง อย่างเช่น มือถือระเบิด เครื่องรวน เครื่องค้าง หรือจอดับ เป็นต้น

 

  • การสูญหายจากฝีมือโจรผู้ร้าย

ก็แหม โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมานั้น มันมีดีไซน์ที่เฉียบ เท่ ซะเหลือเกิน ที่สำคัญราคาแต่ละเครื่องก็แพงหลายหมื่น และนี่คือสิ่งที่ทำให้สมาร์ทโฟนกลายเป็นเป้าหมายของเหล่าหัวขโมยอยู่เสมอ

 

เพราะฉะนั้น การทำประกันโทรศัพท์ และแท็บเล็ตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งการทำประกันโทรศัพท์ จะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท หลักๆ ดังนี้

 

          ประเภทของประกันภัยโทรศัพท์
 

  • ประกันโทรศัพท์จากทางร้าน

เป็นเรื่องที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อเราตัดสินใจซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่กับร้านใดร้านหนึ่ง เราก็จะได้รับสิทธิความคุ้มครองสมาร์ทโฟนจากทางร้านมาเป็นของแถมเสมอ

 

โดยส่วนใหญ่ทางร้านจะให้ความคุ้มครองประมาน 1 - 2 สัปดาห์เท่านั้น โดยทางร้านจะรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของโทรศัพท์ที่ซื้อมาจากร้านของตนเองเท่านั้น ซึ่งตัวอย่างปัญหาที่เกิดกับตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่ร้านรับผิดชอบ มีดังต่อไปนี้

 

1. ตัวเครื่องเปิดไม่ติด
 

2. เลนซ์กล้องมีปัญหา
 

3. หน้าจอแสดงผลผิดพลาด
 

4. รวมถึงกรณีอื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากตัวผู้ใช้ หรืออุบัติเหตุ

 

แต่ถึงอย่างไรคุณก็อย่าลืมนะคะว่าประกันที่ได้รับจากทางร้าน ครอบคลุมระยะเวลาที่น้อยมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อการรับมือความเสี่ยงระยะยาวอย่างแน่นอน

 

  • ประกันโทรศัพท์ โดยศูนย์บริการ

ประกันโทรศัพท์ โดยศูนย์บริการ ก็คือ ประกันที่ให้ความคุ้มครองโดยค่ายมือถือนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วค่ายมือถือจะมอบความคุ้มครองในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หากโทรศัพท์มีความผิดปกติในระยะเวลาเอาประกัน ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบ

 

นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถใช้สิทธิในการส่งซ่อมโทรศัพท์มือถือ หรือหากมือถือมีปัญหาที่ตัวเครื่องก็สามารถ เคลมสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ได้ฟรีๆ

 

แต่ถ้าหากผู้ใช้งานทำให้สมาร์ทโฟนเสียหาย หรือเป็นความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดจากผู้ซื้อ กรณีนี้ลูกค้าก็สามารถส่งซ่อมโทรศัพท์มือถือกับทางศูนย์บริการได้ โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนอีกด้วย

 

  • ประกันโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต จากบริษัทประกันภัย

อย่างที่ได้บอกไปว่า การใช้โทรศัพท์นั้นเราต้องพบเจอกับความเสี่ยงแทบจะตลอดเวลา และการประกันโทรศัพท์ทั้ง 2 ประเภทข้างต้น ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาการรับประกัน


เพราะฉะนั้น ประกันสมาร์ทโฟน จากบริษัทประกันภัยต่างๆ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากประกันโทรศัพท์นี้ให้ความคุ้มครองที่หลากหลายครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หาย หน้าจอแตก หรือโทรศัพท์ตกน้ำ

          ความคุ้มครองที่ได้รับจากประกันภัยโทรศัพท์

เพื่อนๆ คงทราบกันแล้วว่าทำไมเราถึงควรทำประกันโทรศัพท์ และประกันโทรศัพท์มีกี่ประเภท ดังนั้น เรามาดูกันต่อเลยว่า ประกันโทรศัพท์ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง

 

  • ความคุ้มครองโทรศัพท์จากภัยพิบัติ

โดยส่วนใหญ่ ประกันโทรศัพท์จะให้ความคุ้มครองมือถือ ที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติแทบทุกกรณีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเกิดไฟไหม้ น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว หรือกรณีอื่นๆ ที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์นั้นๆ

 

และหากมือถือของคุณโดนภัยพิบัติเล่นงาน คุณก็สามารถแจ้งเคลมโทรศัพท์เสียหาย เพื่อรับความคุ้มครองจากประกันโทรศัพท์ได้ทันที

 

  • ความคุ้มครองโทรศัพท์จากอุบัติเหตุฉุกเฉิน

ในกรณีนี้ ประกันโทรศัพท์จะคุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การก่อจราจล การก่อเหตุร้าย รวมถึงความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดจากเหตุไม่คาดคิด

 

ซึ่งในส่วนของความเสียหายที่เกิดจากตัวผู้ใช้งานเอง อย่างการทำโทรศัพท์ตกน้ำ ทำโทรศัพท์หน้าจอแตก หรือเผลอทำโทรศัพท์หาย อาจต้องศึกษาจากเงื่อนไขกรมธรรม์โดยละเอียดอีกที แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ประกันจะไม่ค่อยให้ความคุ้มครองในส่วนนี้สักเท่าไหร่

 

  • ความคุ้มครองโทรศัพท์จากภัยการโจรกรรม

ความคุ้มครองโทรศัพท์จากภัยการโจรกรรม โดยจะครอบคลุมถึงการลักเล็กขโมยน้อย และการปล้นจี้ชิงทรัพย์ที่ใช้ความรุนแรง แต่สิ่งสำคัญคือผู้เอาประกันจำเป็นต้องมีร่องรอย หรือหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า โทรศัพท์หายจากการถูกชิงทรัพย์อย่างชัดเจน

 

          เงื่อนไขและข้อยกเว้น ประกันโทรศัพท์

คุณควรอ่านเงื่อนไข และข้อยกเว้นของประกันโทรศัพท์ให้ถี่ถ้วน เช่นเดียวกับประกันภัยประเภทอื่นๆ เนื่องจากประกันโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเองก็มีเงื่อนไขในการสมัคร การซื้อกรมธรรม์ รวมถึงข้อยกเว้นกรณีต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องศึกษาอย่างละเอียด

 

          ระยะเวลาในการรับประกัน ของประกันโทรศัพท์

สำหรับ ประกันภัยโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จะมีการกำหนดระยะเวลาในการรับประกันที่ชัดเจน รวมถึงการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนอีกด้วย ดังนั้น ในบางครั้งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ เราจึงไม่สามารถใช้สิทธิความคุ้มครองนี้ได้

 

          วงเงินการคุ้มครอง และเอกสารที่ใช้ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

นับเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับวงเงินการคุ้มครอง และเอกสารที่ใช้ในการเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทน

 

ดังนั้น ผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันโทรศัพท์ควรเลือกวงเงินการคุ้มครองให้เหมาะสมกับราคาโทรศัพท์ และความเสี่ยงของเรามากที่สุด เพื่อให้ในท้ายที่สุดแล้ว คุณจะได้รับทั้งความคุ้มค่า และความคุ้มราคากลับไป

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก สมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ของเราไปแล้ว และเหตุผลนี้นี่เอง จึงทำให้เกิดบริการด้านการประกันภัยใหม่ๆ ขึ้นมา นั่นคือ การประกันภัยโทรศัพท์มือถือ

 

ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการประกันภัยที่ตอบสนองต่อ ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะในกรณีที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน , โดนขโมย หรือสูญหาย ประกันภัยโทรศัพท์มือถือ ก็จะช่วยชำระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม หรือทำการ เปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ หากโดนขโมย

 

หากถามว่าการทำประกันภัยมือถือดีอย่างไร เราก็คงตอบว่า การทำประกันภัยมือถือจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่เกิดจากอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องจ่ายในราคาเต็ม ยังไงล่ะคะ

 

ดีแบบนี้ คงอยากทำกันแล้วใช่ไหมล่ะ ฉะนั้น วันนี้เราขอแนะนำให้คุณทำประกันโทรศัพท์ผ่านทาง rabbit finance นี้เลย

 

          rabbit finance ผู้ช่วยเรื่องประกันภัย

rabbit finance พร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดให้แก่คุณเสมอ เมื่อไหร่ที่คุณมีคำถามเกี่ยวกับประกันภัย ผู้เชี่ยวชาญของเราก็พร้อมจะไขข้อสงสัยให้แก่คุณ นอกจากนี้เรายังเลือกใช้ระบบ Omise ที่เป็นระบบมาตรฐานสากล เพื่อเป็นตัวช่วยป้องกันให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไม่ให้รั่วไหลอีกด้วย สบายใจได้เลยค่ะ

 

          ทำไมต้องซื้อประกันโทรศัพท์กับ rabbit finance

 

  • rabbit finance รับประกันราคาถูกที่สุด แต่ถ้าเจอถูกกว่าเราคืนส่วนต่างให้ทันที
     
  • rabbit finance ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
     
  • rabbit finance สามารถเปรียบเทียบราคาจาก 30 บริษัทชั้นนำได้ในเว็บเดียว
     
  • rabbit finance ให้ฟรีค่าจัดส่งกรมธรรม์ คุณแค่รอรับกรมธรรม์อย่างเดียว ซึ่งจะได้เลยภายใน 30 วัน
     
  • rabbit finance เป็นโบรกเกอร์ประกันภัยอันดับ 1 ในเครือ BTS

 

          ขั้นตอนการซื้อประกันภัยโทรศัพท์กับ rabbit finance

 

  • กรอกแบบฟอร์มออนไลน์

โดยการคลิ๊กปุ่ม สมัคร และกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นในแบบฟอร์ม

 

  • รอรับสายจากผู้เชี่ยวชาญ

ในขั้นตอนนี้ คุณก็แค่รอการติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย

 

  • เลือกความคุ้มครอง

คุณสามารถเปรียบเทียบ เลือก และซื้อแผนประกันที่ตรงตามความต้องการของคุณ

 

  • นอนรอรับกรมธรรม์ และความคุ้มครองได้เลย

กรมธรรม์ที่คุณเลือกและ ทำการชำระเงิน จะจัดส่งให้คุณถึงที่อย่างแน่นอน

 

          สิทธิประโยชน์มากมาย จาก rabbit finance

 

  • ไม่ว่าคุณจะจ่ายสดหรือจ่ายผ่อน ก็สบายใจได้ เพราะ rabbit finance ให้คุณเลือกผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน แต่ถ้าคุณเลือกชำระสดเราลดให้ทันที 8% ! รวมกว่า 2,000 บาท
     
  • rabbit finance พร้อมให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และช่วยเหลือพิเศษบนถนนอีก 24 ชั่วโมง พร้อมดาวโหลดฟรี Prompt แอปพลิเคชั่น ที่ App Store และ Play Store

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์