ภาษีรถมอเตอร์ไซค์


ภาษีรถจักรยานยนต์ คือ การเสียหรือจ่ายภาษีประจำปีสำหรับรถจักรยานยนต์ของคุณ

เชื่อว่าเรื่องของการจ่ายภาษีรถยนต์น่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่สำหรับเรื่องการจ่ายภาษีรถจักรยานยนต์อาจเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ค่อยได้นำมาพูดถึงกันสักเท่าไรนัก แม้ว่าการใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยจะมีจำนวนมากไม่แพ้กับการใช้รถยนต์ทั่ว ๆ ไปก็ตาม

สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้จัก การเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ มาก่อน คงสงสัยการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์จะมีความแตกต่าง และความคล้ายคลึงกับเสียภาษีรถยนต์อย่างไรบ้าง และมีอัตราค่าธรรมเนียมการเสียภาษีเท่ากันหรือไม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์กันค่ะ

ภาษีรถมอเตอร์ไซค์ หรือ ภาษีรถจักรยานยนต์ คือ การเสียหรือจ่ายภาษีประจำปีสำหรับรถจักรยานยนต์ของคุณ ซึ่งคล้ายกับการเสียภาษีของรถยนต์ แต่จะแตกต่างกันในเรื่องอัตราค่าธรรมเนียม รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์

การเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ ตามอัตราภาษีรถตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 เป็นการจัดเก็บภาษีประเภทรายคัน โดยอัตราค่าภาษีรถมอเตอร์ไซค์จะขึ้นอยู่กับประเภท และลักษณะการใช้งานของรถมอเตอร์ไซค์นั้นๆ ซึ่งสามารถแบ่งเกณฑ์ในการกำหนดอัตราค่าภาษีรถมอเตอร์ไซค์ได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

1.รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล ต้องเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ เป็นจำนวนเงิน คันละ 100 บาท

2.รถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ต้องเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ เป็นจำนวนเงิน คันละ 100 บาท

3.รถพ่วงของรถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล ต้องเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ เป็นจำนวนเงิน คันละ 50 บาท

4.รถพ่วงนอกเหนือจากข้อ 3. ต้องเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ เป็นจำนวนเงิน คันละ 100 บาท

ปัจจุบันช่องทางในการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์มีหลากหลายช่องทาง พอๆ กับช่องทางในการเสียภาษีรถยนต์ โดยช่องทางในการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ มีดังนี้

ช่องทางการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์นี้ รับเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ (รย. 12) ไม่ว่ารถมอเตอร์ไซค์จะจดทะเบียนที่จังหวัดใดก็ตาม โดยหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการเสียภาษี ได้แก่

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

-หลักฐานการเอาประกันภัย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่สิ้นอายุ

  • ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป)

เอกสารประกอบการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ช่องทางนี้ ใช้รูปแบบเดียวกับการเสียภาษีผ่านกรมการขนส่งทางบก

การเสียภาษีกับ ธ.ก.ส. ใช้เอกสารประกอบการเสียภาษีเช่นเดียวกันกับการเสียภาษี ณ กรมการขนส่งทางบก แต่จะมีเงื่อนไขและข้อกำหนดในการชำระภาษีมอเตอร์ไซค์ ดังนี้

  • เป็นรถที่ไม่มีภาษีค้างชำระหรือมีภาษีค้างชำระไม่เกิน 1 ปี หรือมีภาษีค้างชำระเกิน 1 ปี ที่นายทะเบียนได้ประกาศยกเว้นการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

  • ยื่นขอเสียภาษีประจำปีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันครบกำหนดเสียภาษี เว้นแต่รถที่มีภาษีค้างชำระให้ยื่นได้ทันที

ช่องทางการเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์นี้ ได้แก่ ห้างบิ๊กซี ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 14 สาขา, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขารามอินทรา, ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ด และศูนย์บริการร่วมคมนาคม

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ หรือสำเนา

  • หลักฐานการจัดให้มีประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่สิ้นอายุ

  • หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เฉพาะรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

  • หนังสือรับรองการตรวจ และทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง โดยรับชำระภาษีรถทั่วประเทศไม่ว่ารถนั้นจะจดทะเบียนไว้ที่จังหวัดใด

สถานที่รับเสียภาษีรถมอเตอร์ไซค์ของช่องทางนี้ ได้แก่ บริเวณหน้าอาคาร 3 ภายในกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และนนทบุรี โดยเอกสารที่ใช้ประกอบการเสียภาษีเป็นรูปแบบเดียวกับการเสียภาษี ณ กรมการขนส่งทางบก

หลักฐานและเงื่อนไขในการชำระภาษี ณ เคาน์เตอร์เซอร์วิส มีดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี

  • ทางกรมการขนส่งทางบกจะทำการนำส่งใบเสร็จ และป้ายวงกลมทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ที่ท่านระบุภายใจ 10 วันนับจากวันที่ชำระเงิน

  • ค่าบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส 20 บาท และค่าจัดส่งป้ายวงกลม 40 บาท

  • รถที่มียอดค้างชำระเกินกำหนด 3 ปี ชำระได้ที่กรมการขนส่งทางบกเท่านั้น