ทำไมต้องแรบบิท

ข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำ

ข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำ

เราเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ประกันวินาศภัยที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือด้านประกันสุขภาพ
มาตรฐานที่ คปภ. ยอมรับ

มาตรฐานที่ คปภ. ยอมรับ

ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการ ในราคาที่ถูกที่สุด
สิทธิประโยชน์เฉพาะแรบบิทไฟแนนซ์

สิทธิประโยชน์เฉพาะแรบบิทไฟแนนซ์

รับข้อเสนอประกันภัยสุดพิเศษ ที่มีให้กับลูกค้าของแรบบิทเท่านั้น

รายละเอียดราคา

เบี้ยประกันเริ่มต้น

บริษัทประกันภัย ประเภทประกัน ราคาเริ่มต้น
เอเชียอาคเนย์ 2+,3+ 1,199
เอเชีย 2+,3+  1,699
ไทยศรี 1,2+,3+ 1,870
ไทยวิวัฒน์ 3+ 1,880

 

หมายเหตุ: รายละเอียดการคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันแตกต่างกันไปตามข้อมูลของผู้เอาประกันและเงื่อนไขของบริษัทประกัน 

ขั้นตอนการสมัคร

กรอกแบบฟอร์มออนไลน์

กรอกแบบฟอร์มออนไลน์

คลิ๊ก ปรึกษา เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น
รับการติดต่อจากพนักงาน

รับการติดต่อจากพนักงาน

รับการตืดต่อการผู้เชี่ยวชาญทางด้านประกัน
ปรุงแต่งแผนประกันของคุณ

ปรุงแต่งแผนประกันของคุณ

เลือกและซื้อแผนประกันอุบัติเหตุที่คุณต้องการ
รับกรมธรรม์ประกันภัย

รับกรมธรรม์ประกันภัย

x

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับแบรนด์อื่น

Harley Davidson

Harley Davidson

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

แบ้งค์

Yamaha R-6

 

ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยซื้อประกันออนไลน์เลย แต่จากนี้ไปคงไม่ใช่แล้ว บริการเปรียบเทียบของแรบบิทไฟแนนซ์ช่วยผมได้มาก เลือกข้อเสนอประกันต่างๆให้ฮาร์เลย์ของผมได้ง่ายและละเอียดขึ้น ช่วยประหยัดเวลาได้มากจริงๆ

 

36,500฿ จ่ายจริง 33,100฿

          ยามาฮ่า ประเทศไทย

ยามาฮ่า เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2507 ในนามของบริษัท สยามยามาฮ่า จำกัด โดยไม่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยทางบริษัท สยามยามาฮ่า ได้มีส่วนทำให้ อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายทางรัฐที่ สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้เติบโตขึ้นในประเทศไทย

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยามาฮ่า ก็ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทางภาครัฐบาล และบริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และในปีพ.ศ. 2543 บริษัทยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ในเรื่องของคุณภาพ และราคาที่ย่อมเยา

 

ยามาฮ่าถือเป็นแบรนด์ รถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมจากคนไทย โดยมีโรงงานในประเทศไทย ซึ่งโรงงานแห่งแรกของยามาฮ่าก่อตั้งเมื่อ มิถุนายน 2509 บนถนนสุขุมวิท จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาจึงได้ย้ายและเป็นโรงงานปัจจุบันอยู่บน ถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ

 

ในปี 2524 ยามาฮ่า ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่น “เบลล์ 80” ซึ่งเป็นประเภท Sport-Meped รุ่นแรก โดยผลิตที่โรงงานเมืองไทย เรียกได้ว่า เมืองไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก สามารถผลิตรถจักรยานยนต์คุณภาพดีขึ้นมาได้

 

          ธุรกิจด้านยานยนต์ของ ยามาฮ่า

ในปัจจุบันบริษัท ยามาฮ่า มีสาขาหลายร้อย หลายพัน อยู่ในเมืองไทย แสดงว่า คนไทยต่างก็ไว้ใจจักรยานยนต์ของยามาฮ่า ปัจจุบัน ยามาฮ่า มีประเภทธุรกิจอยู่หลายอย่าง เช่น

 

  • ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ รวมถึง อะไหล่รถจักรยานยนต์
     
  • นำเข้าและจำหน่าย สินค้าจากกลุ่มบริษัทยามาฮ่าทั่วโลก อาทิ รถจักรยานยนต์ประกอบสำเร็จ (CBU)
     
  • ยานยนต์ทางน้ำ เครื่องยนต์ติดท้ายเรือ และอื่นๆ  

 

โดยสาเหตุที่ทำให้ ยามาฮ่า เป็นบริษัทชั้นนำทางรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพราะ ยามาฮ่า เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งในด้านการตลาดและการผลิตสินค้ายามาฮ่า เป้าหมายหลักของยามาฮ่า คือ การมีตราสินค้าที่มีคุณค่าสูงสุดในอุตสาหกรรม

 

          หลักการบริหารที่ทำให้ ยามาฮ่า ประสบความสำเร็จ

ด้วยการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วย นวัตกรรม คุณภาพ เทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะให้สินค้าและบริการที่เป็นเลิศ ปลอดภัย และเหนือความคาดหวังของลูกค้า ซึ่งจะตรงกับหลักการในการบริหาร

 

  • สร้างคุณค่าที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า
     
  • สร้างบรรยากาศการทำงาน ที่ส่งเสริมให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า
     
  • ตอบสนองความรับผิดชอบต่อสังคมโลก

 

          แคมเปญที่ประสบความสำเร็จของ ยามาฮ่า

ด้วยนโยบายทางการตลาด ที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยรู้จัก ยามาฮ่า ก็มีหลายนโยบายด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น กลยุทธ์ทางการตลาดเชิงเพิ่มมูลค่า ด้วยการสร้างสรรค์แคมเปญต่างๆ

 

  • SWITCH YAMAHA Makes Your Life Different (2003-2006)

เป็นแคมเปญที่สร้างกระแสให้วัยรุ่นไทยหันมาให้ความนิยมกับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกกันอย่างล้นหลาม

 

  • Yes! We Are Different (2007-2011)

ซึ่งเป็นแคมเปญที่สร้างกระแสความแตกต่างเช่นเดียวกับแคมเปญแรก ด้วยหลักของการบริหาร พันธกิจ และคุณภาพสินค้า ของบริษัท ยามาฮ่า จึงทำให้รถจักรยานยนต์ของ ยามาฮ่า เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก รวมถึงคนไทยด้วย

 

ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลักการบริหารที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ รถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ บิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ ของยามาฮ่า ได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างล้นหลามเสมอมา

 

ยามาฮ่า เป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะคุณภาพของรถจักรยานยนต์ที่รับการการันตีจากคนไทย ราคาก็คุ้มค่า ดีไซน์ก็ล้ำสมัย ทำให้ยามาฮ่าเป็น รถจักรยานยนต์ที่คนไทยนิยมใช้กันมาก จนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

 

ถ้าใครไม่เชื่อ rabbit finance จะยกตัวอย่าง 5 รุ่นของยามาฮ่า ที่พอพูดถึงคนไทยต้องร้อง อ๋อ! แน่นอน

 

          รถจักรยานยนต์ออโต้ที่ได้รับความนิยมของ ยามาฮ่า

 

             1. Yamaha Fino

ยามาฮ่า ฟีโน่ เป็นชื่อที่คนไทยแทบทุกคนต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน ถ้าไม่รู้นี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนในประเทศไทย เพราะรถจักรยานยนต์นี้มีหลายรุ่น แต่ละปีก็เปลี่ยนแปลงไป เอาใจวัยรุ่นที่มักจะเบื่ออะไรง่าย ในปี 2017  Fino ก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบเช่นกัน

 

Yamaha Fino Deluxe เป็นรุ่นที่ประหยัด ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เพราะปกติ ในขณะที่เราขับขี่ ก็ต้องหยุดรถนานเกิน 5 วินาที ขึ้นไป แต่ระบบ Stop & Start System จะทำการสั่งให้เครื่องยนต์หยุดทำงานโดยอัตโนมัติ และมีสัญญาณไฟกระพริบแจ้งการทำงานของระบบที่มอนิเตอร์

 

             2. Yamaha QBIX

ยามาฮ่า คิวบิกซ์ เทรนใหม่ของดีไซน์แฟชั่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมโค้งมน โมเดิร์นกับฟังก์ชั่นสุดสมาร์ทรอบคัน และด้วยระบบ เครื่องยนต์ Blue Core 125cc เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ลดการสูญเสียกำลัง ช่วยให้สมรรถนะความแรงมาพร้อมกับความประหยัดน้ำมัน และช่วยลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

และยังมีระบบ STOP & START SYSTEM เทคโนโลยีอัจฉริยะ ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เครื่องยนต์หยุดทำงานอัตโนมัติภายใน 5 วินาที เมื่อรถจอดนิ่ง และเพียงบิดคันเร่งเครื่องยนต์ จะทำงานต่อทันทีช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ลดการสร้างมลพิษอีกด้วย

 

             3. Yamaha Grand Filano

รถเกียร์ออโต้ของ ยามาฮ่า ที่มาพร้อมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ส่งสัญญาณบอกตำแหน่งรถและเปิดช่องกุญแจอัตโนมัติ เพร้อมไฟเรืองแสง สะดวกสบายด้วยปุ่มกดเปิดเบาะที่นั่งแลพเปิดฝาถังน้ำมัน ไฟหน้าฮาโลเจนทรงโมเดิร์น

 

ระบบ Blue Core เทคโนโลยีแห่งความแรงและความประหยัด เป็นระบบหัวฉีดอัจฉริยะและกระบอกสูบไดอะซิลที่ออกแบบครีบระบายความร้อนให้เผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น เครื่องยนต์สั่นสะเทือนน้อยลง ขับขี่สบายมากขึ้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะช่วยให้คุณได้ใช้รถจักรยานยนต์พร้อมกับรักษ์โลกด้วย

 

             4. Yamaha Tricity 155 (2017)

ด้วยดีไซน์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนรถจักรยานยนต์อื่นๆ ทั่วไป เพราะล้อหน้าของรถจักรยานยนต์คันนี้มีด้วยกันถึง 2 ล้อ และให้พลัง เครื่องยนต์ที่แรงถึง 155cc ระบบวาล์วแปรผันด้วยระบบ VVA นอกจากนั้น รถจักรยานยนต์คันนี้ยังมีระบบ กลไก อื่นด้วย

 

  • กลไก LMW (Leaning Multi Wheel) ลิขสิทธิ์เฉพาะของยามาฮ่า

ช่วยให้ล้อคู่หน้าสามารถเอียง ในขณะที่รถจักรยานยนต์ต้องเข้าโค้ง ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัว รับมือกับสภาพผิวถนน และช่วยให้ความคล่องตัว

 

  • ระบบกันสะเทือนคู่หน้า

ช่วงล่างอิสระเชื่อมโยงกลไกกับล้อคู่หน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ทั้งสภาพพื้นผิวแบบต่างระดับ หรือถนนขรุขระ

 

  • ระบบเบรก UBS (Unified Brake System)

เมื่อบีบเบรกทางด้านซ้าย กลไก UBS จะส่งผลผ่านกลไกควบคุมเพื่อสั่งการสู่ล้อหลังและล้อหน้า ให้มีการควบคุมการหยุดรถที่สมดุลกันอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากรถจักรยานยนต์รูปแบบเกียร์ออโต้เมติกแล้ว ยามาฮ่า ยังผลิตรถจักรยานยนต์รูปแบบ สตรีท ด้วย โดยรูปแบบจะมาในสไตล์สปอร์ตคล้ายกับ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ นั่นเอง โดยบริษัท ยามาฮ่า มีรถจักรยานยนต์ 4 รุ่น ดังนี้

 

          รถจักรยานยนต์สตรีทที่ได้รับความนิยมของ ยามาฮ่า

 

             1. Yamaha M SLAZ 2017

ความพิเศษของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ เป็นรถจักรยานยนต์ที่ผลิตเพียงแค่ 1,500 คันเท่านั้น โช้คหลัง OHLINS แท้ เพื่อเพิ่มสมรรถนะแกร่งให้ช่วงล่างอีกขั้น แฮนด์บาร์แต่งรูปทรงดัน จากสำนักแต่ง BIKERS อุปกรณ์ตกแต่ง ดีไซน์พิเศษ พร้อม Run Number บ่งบอกตัวตนแห่งความเท่ โดยราคาของรถจักรยานยนต์นี้ราคาอยู่ที่ 105,500 บาท

 

ระบบเครื่องยนต์สูบเดี่ยว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีดอัจฉริยะสั่งจ่ายน้ำมันได้อย่างแม่นยำ กระบอกสูบไดอะซิล

 

             2. Yamaha YZF-R15

เป็นรถจักรยานยนต์ที่มีแรงถึง 155 cc โดยรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลมาจากก R-SERIES เป็นรถจักรยานยนต์ที่มาจากสนามแข่งระดับโลก นอกจากความแรงของเครื่องยนต์ 155 cc สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำและกระบบอกสูบไดอะซิล พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ช่วยให้อัตราเร่งดีเยี่ยม

 

ระบบสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลัง ขณะลดเกียร์จากสูงลงมาสู่เกียร์ต่ำ เพิ่มความต่อเนื่องและ ความราบรื่นในการขับขี่

 

             3. Yamaha YZF-R3

เป็นรถจักรยานยนต์แบบสปอร์ตไบค์สายพันธุ์ตระกูล R-Series เช่นเดียวกัน เครื่องยนต์ 321 cc 42 แรงม้า สูบคู่ 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ให้พละกำลังเต็มเปี่ยม พร้อมเทคโนโลยี ที่วิเคราะห์การเผาไหม้อย่างแม่นยำและกระบอกสูบไดอะซิล ที่ได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแนกในเครื่องยนต์ 2 สูบ

 

ระบบกันสะเทือนหลังแบบโมโนโช้ค น้ำหนักเบา รักษาสมดุลได้ดี ตั้งแต่ออกตัวจนถึงอัตราเร่งสูงสุด มาพร้อมกับไฟท้าย LED ดีไซน์สไตล์รถแข่ง พร้อมกับฟังก์ชั่น สไตล์สปอร์ตไบค์

 

             4. Yamaha M-SLAZ   

สตรีทไบค์ 150 cc ขับขี่มันส์คล่องตัวสไตล์ Street Extreme ช่วงล่างมั่นคงแข็งแกร่งพร้อมโช้คหัวกลับ แบบ Upside Down ขนาดใหญ่ แฮนด์บาร์กว้างสัมพันธ์กับท่านั่งสไตล์ MT ควบคุมได้ดั่งใจ ไฟ FULL LED นอกจากความแรงของรถจักรยานยนต์ 150 cc มาพร้อมกับ 6 สปีด เร้าใจทุกการขับขี่ เครื่องยนต์สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยน้ำ

 

พร้อมกับระบบหัวฉีดอัจฉริยะสั่งจ่ายน้ำมันได้อย่างแม่นยำ กระบอกสูบไดอะซิล สวิซต์สตาร์ทมือสไตล์รถตระกูล MT สวิงอาร์มหลังอะลูมิเนียมติดตั้งกับโมโนโช้ค ทรงตัวดีเยี่ยมทั้งทางตรงและการเข้าโค้ง น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ลดการสั่นสะเทือน โช้คหัวกลับขนาดใหญ่ 37 มม. ช่วยกันแรงสั่นสะเทือนได้ดี


ด้วยรถจักรยานยนต์ที่ออกมาในรูปแบบสตรีท ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์รูปแบบสปอร์ต ทำให้ราคาของรถจักรยานยนต์มีราคาสูงกว่ารถจักรยานยนต์ออโต้เมติก ด้วยขนาดเครื่องยนต์ ทำให้รถมีความเร็วแรง และอื่นๆ ทำให้ราคาสูงขึ้นไปด้วย

สำหรับรถจักรยานยนต์ทุกคันในเมืองไทย ประกันภัยรถมอเตอร์ไซค์เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์บนท้องถนนได้เลย อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรืออาจเกิดเหตุไม่คาดคิดรูปแบบอื่นๆ เช่น รถจักรยานยนต์ชำรุด เกิดไฟไหม้ หรือ สูญหาย หากไม่มีประกันรถจักรยานยนต์ ก็อาจมีปัญหาเรื่องทางการเงินได้

 

ถ้าหากใครต้องการทำประกันรถจักรยานยนต์คุณจะต้องรู้ก่อนว่า ประกันรถจักรยานยนต์เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ดังนี้

 

ประกันรถจักรยานยนต์ คือ หลักประกันที่คอยคุ้มครองรถจักรยานยนต์ของผู้เอาประกัน ทั้งความเสียหายจากอุบัติเหตุ และความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันและคู่กรณีด้วย แต่ประกันรถจักรยานยนต์จะแบ่งออกเป็น 2 ภาค ดังนี้

 

          ประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.

เป็นภาคที่ทางหน่วยงานรัฐบาลออกกฎหมายกำหนดให้รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องทำประกันภัยอย่างน้อยที่สุด คือประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือที่เรารู้จักกันว่า พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ โดยมีความคุ้มครองดังนี้

 

  • ค่ารักษาพยาบาล จ่ายไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน
     
  • กรณีที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

 

          ประกันภาคสมัครใจ

เป็นภาคที่คุณสามารถ เลือกทำประกันภัยรถมอเตอร์ไซค์กับบริษัทประกันภัยได้ โดยไม่จำกัดว่าคุณจะซื้อประกันกี่อัน ก็แล้วแต่ว่าคุณสามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ แต่ประกันภาคสมัครใจมีหลายแบบ หลายประเภท และแต่ละประเภทก้ให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

 

             1. ประกันชั้น 1 สำหรับรถจักรยานยนต์

เป็นประกันรถจักรยานยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่สูงสุด โดยคนส่วนใหญ่มักจะทำประกันชั้น 1 ให้กับรถจักรยานยนต์ที่มีราคาแพง เช่น บิ๊กไบค์ รถจักรยานยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ อะไหล่ที่มีราคาแพง ดังนั้นเบี้ยประกันสำหรับประกันชั้น 1 จึงมีราคาสูง

 

               ความคุ้มครอง ต่อคู่กรณี
 

  • รับผิดชอบต่อชีวิต และร่างกายของคู่กรณี
     
  • รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
     
  • ค่ารักษาพยาบาลสำหรับคู่กรณี

 

               ความคุ้มครอง ต่อผู้เอาประกัน
 

  • ไฟไหม้กับจักรยานยนต์ของผู้เอาประกัน
     
  • จักรยานยนต์ของผู้เอาประกันสูญหาย
     
  • เงินชดเชยในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร
     
  • ค่ารักษาพยาบาลของผู้เอาประกัน
     
  • การประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา

 

เดี๋ยวนี้บริษัทประกันภัยหลายบริษัทไม่ค่อยมีผลิตภัณฑ์ ประกันชั้น 2 กับ ประกันชั้น 3 เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ประกันชั้น 2+ และ 3+ มาแทน เพราะการคุ้มครองที่มากกว่า แต่ราคาเบี้ยประกันกับอยู่ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งประกันชั้น 2 + และ ประกัน ชั้น 3 + สำหรับรถจักรยานยนต์มีดังนี้

 

             2. ประกันชั้น 2 + สำหรับรถจักรยานยนต์

ประกันชั้น 2+ สำหรับรถจักรยานยนต์ ความคุ้มครองจะคล้ายกับประกันรถยนต์ชั้น 2 + โดยความคุ้มครองครอบคลุมในหลายกรณีด้วยกันดังต่อไปนี้

 

               ความคุ้มครอง ต่อคู่กรณี
 

  • รับผิดชอบต่อชีวิต และร่างกายของคู่กรณี
     
  • รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
     
  • ค่ารักษาพยาบาลสำหรับคู่กรณี

 

               ความคุ้มครอง ต่อผู้เอาประกัน
 

  • รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจากไหม้
     
  • กรณีรถจักรยานยนต์สูญหาย
     
  • ได้รับความคุ้มครองค่าเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ
     
  • ค่ารักษาพยาบาล ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

 

โดยคนส่วนใหญ่มักจะนิยมทำประกันชั้น 2 + กัน เนื่องจากความคุ้มครองที่ค่อนข้างครอบคลุมเหมือนประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 1 แต่ค่าเบี้ยประกันกลับมีราคาถูกกว่ามาก เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จึงเลือกประกันชั้น 2 + นั่นเอง

 

             3. ประกันชั้น 3 + สำหรับรถจักรยานยนต์

ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3 + เป็นประกันภาคสมัครใจรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความคุ้มครองในกรณีต่างๆ ดังนี้

 

               ความคุ้มครอง ต่อคู่กรณี
 

  • รับผิดชอบต่อชีวิต และร่างกายของคู่กรณี
     
  • รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
     
  • ค่ารักษาพยาบาลสำหรับคู่กรณี

 

               ความคุ้มครอง ต่อผู้เอาประกัน
 

  • คุ้มครองทรัพย์สิน ความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ
     
  • คุ้มครองการบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ทั้งผู้ขับและผู้ซ้อน
     
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล

 

ประกันชั้น 3 + สำหรับรถจักรยานยนต์ จะไม่คุ้มครองในกรณีถูกโจรกรรม สูญหาย และกรณีที่รถจักรยานยนต์เสียหายจากกรณีไฟไหม้

เพราะรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีขนาดเล็ก ซึ่งง่ายต่อการถูกโจรกรรม แล้วยิ่งถ้าคุณมี รถจักรยานยนต์ที่มีราคาสูง รถจักรยานยนต์ที่นำเข้า อะไหล่ที่หายาก หากไม่ล็อคล้อ หรือจอดรถในสถานที่ที่ปลอดภัย ก็อาจเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมได้

 

โดยการทำ ประกันภัยโจรกรรมจักรยานยนต์ มีความคุ้มครองที่ค่อนข้างครอบคลุม โดยจะให้ความคุ้มครองการสูญหายของรถทั้งคัน เนื่องจากการโจรกรรม เช่น ลักทรัพย์, ชิงทรัพย์, ปล้นทรัพย์ นอกจากนี้ ยังคุ้มครองกรณีรถจักรยานยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ (เสียหายกว่า 80 % ของทุนประกัน ซ่อมไม่ได้)

 

หากเกิดเหตุผู้เอาประกันจะได้รับค่าสินไหมตามทุนประกัน เต็มจำนวน ข้อยกเว้นสำคัญของกรมธรรม์ ไม่คุ้มครองกรณีการยักยอกทรัพย์ โดยบุคคลที่ได้รับมอบหมาย เช่น เจ้าของรถให้คนอื่นเอารถไปใช้, ให้เช่า, ให้เช่าซื้อ, แต่บุคคลนั้นยักยอกรถไป หรือผิดสัญญา ไม่นำมาคืน

 

          ประกันภัยการโจรกรรมแต่ละประเภท

ซึ่งการ ซื้อประกันภัยโจรกรรมจักรยานยนต์ มีหลายแบบขึ้นอยู่กับสภาพของรถจักรยานดังนี้

 

             1. รถใหม่ป้ายแดง
 

  • ได้ทุนประกันประมาณ 80 % ของราคารถจักรยานยนต์
     
  • ส่วนราคาเบี้ยประกันจำเป็นต้องเช็คแล้วแต่บริษัทประกันภัย
     
  • หากท่านเพิ่งออกรถ แนะนำให้ทำตั้งแต่ยังเป็นรถป้ายแดง เนื่องจากราคาถูกกว่าทำหลังจากรถจดทะเบียนแล้ว
     
  • ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย และ สามารถจดทะเบียนได้

 

             2. รถมือสอง อายุ 1-3 ปี
 

  • ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีอายุ 1-3 ปี
     
  • ทุนประกันสูงสุด ไม่เกิน 5,000 บาท
     
  • ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย และสามารถจดทะเบียนได้
     
  • ขนาดเครื่องยนต์ 75 cc ขึ้นไป
     
  • ทำประกันแบบ ปีต่อปี

 

โดยรถอายุ 1 ปี : ทุนประมาณ 80 % ของราคาซื้อขาย
 

โดยรถอายุ 2 ปี : ทุนประมาณ 70 % ของราคาซื้อขาย
 

โดยรถอายุ 3 ปี : ทุนประมาณ 60 % ของราคาซื้อขาย

 

             3. รถมือสอง อายุ 4-7 ปี
 

  • ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีอายุ 4 ปี ทุนประกันภัย ประมาณ 10,000 บาท
     
  • ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีอายุ 5-7 ปี ทุนประกันภัย ประมาณ 6,000 บาท
     
  • สามารถจดทะเบียนได้ มีรายการจดทะเบียน
     
  • ขนาดเครื่องยนต์ 75cc ขึ้นไป


เพราะประกันภัยโจรกรรมรถจักรยานยนต์เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าหากรถจักรยานยนต์ของคุณโดนโจรกรรม แล้วคุณไม่ได้ทำประกันภัยโจรกรรมจักรยานยนต์ นอกจากรถจักรยานยนต์ของคุณหายแล้ว คุณก็คงเสียใจน่าดู เพราะกว่าจะซื้อรถจักรยานยนต์ได้สักคัน ต้องใช้เวลา ใช้แรง กว่าจะได้เงินมา ดังนั้น ทำประกันภัยโจรกรรมจักรยานยนต์เถอะค่ะ แล้วคุณจะได้หมดห่วง

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์