ให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่ายๆ แบ่งเบาทุกภาระการเงินกับสินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้

วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบาย

วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบาย

  • วงเงิน 5 เท่าของรายได้ หรือ 1,500,000 บาท 
  • ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 15.99%* /ปี (สำหรับลูกค้าที่เป็น เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ และบริษัทมหาชน)
  • ชำระง่าย จ่ายเท่ากันทุกเดือน
อนุมัติเร็ว โอกาสอนุมัติสูง ผ่อนนาน

อนุมัติเร็ว โอกาสอนุมัติสูง ผ่อนนาน

  • ทราบผลอนุมัติใน 1 วันทำการ
  • โอกาสกู้ผ่านมากขึ้น
  • ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน
เพิ่มสภาพคล่อง รวมหนี้ที่เดียว

เพิ่มสภาพคล่อง รวมหนี้ที่เดียว

  • เพิ่มสภาพคล่อง เพื่อใช้จ่ายยามต้องการ
  • เงินก้อนเอนกประสงค์ ทั้งเรียน งาน บ้าน ฯลฯ
  • รวมหนี้ที่เดียว ผ่อนน้อยกว่า 

สิทธิประโยชน์มากมาย เพียงเริ่มต้นกับซิตี้

ขยายโอกาสทางการเงิน เริ่มต้นที่ซิตี้

ขยายโอกาสทางการเงิน เริ่มต้นที่ซิตี้

  • ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์  

  • ตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น การใช้จ่ายส่วนตัว การศึกษา การปรับปรุงที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล 

เพิ่มวงเงินง่ายๆ สบายใจ

เพิ่มวงเงินง่ายๆ สบายใจ

  • รับวงเงินเพิ่ม พร้อมส่วนลดได้ง่ายๆ สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่มีประวัติชำระดี

  • ช่วยเพิ่มความคล่องตัวกับหลากหลายช่องทางการจ่ายเงิน

รวมหนี้ (Debt Consolidation) ง่ายๆ ที่ ซิตี้

รวมหนี้ (Debt Consolidation) ง่ายๆ ที่ ซิตี้

  • เพิ่มสภาพคล่องด้วยดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และเหมาะสมกว่า

  • ลดภาระการจ่ายหนี้สินหลายธนาคาร

สินเชื่อพิเศษสำหรับคุณเท่านั้น!

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

ก่อนหน้าจะมาสมัครสินเชื่อบุคคลของซิตี้ ก็เคยทำกับที่อื่นมาก่อน มีเพื่อนๆ คนรู้จักส่วนใหญ่ถามเราว่าทำไมไม่สมัครของซิตี้ พอวันนี้ได้ลองด้วยตัวเอง พบว่าสะดวกมากเลยครับ รู้ผลการอนุมัติภายใน   1-2 วัน และยังให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือนที่เราได้รับอีกด้วย แบ่งเบาทุกเรื่องการเงินอย่างที่เขาว่าจริงๆ

 

คุณกร, นนทบุรี

reviewer photo

ไม่ต้องบรรยายอะไรมากเลยค่ะ ง่ายๆ สั้นๆ แค่ 3 คำ สมัครง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมยังส่งใบสมัครผ่านอีเมล์ได้อีก แต่มีอย่างนึงที่ดิฉันรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ คือความอุ่นใจค่ะ

 

คุณปราง, กรุงเทพฯ 

ทำไมต้องสมัครกับ rabbit finance?

ประหยัดเวลาในการค้นหา เปรียบเทียบทั้งสินเชื่อ
และบัตรเงินสดพร้อมกัน

สอบถามข้อมูล หรือ ปรึกษาปัญหาได้กับพนักงาน
ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เสนอสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย
ผ่านการสมัครที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

ปัญหาหนี้สิน อาจจะเป็นเรื่องที่หลายๆคนกำลังประสบอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าจะ หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้รถ หรือหนี้จิปาถะอีกมากมาย ซึ่งถ้าใครที่มีหนี้หลาบช่องทาง ก็คงจะเป็นเรื่องแย่หากไม่สามารถนำเงินมาหมุนจ่ายได้ทัน ดอกเบี้ยก็คงจะเพิ่มพูน สร้างความท้อแท้ หนักใจให้ตัวเอง

 

          ทางออกของชีวิตที่เต็มไปด้วยหนี้สิน

 

             1. เงินกู้นอกระบบตัดทิ้งไปได้เลย

หากใครที่กำลังคิดจะตัดสินใจ กู้หนี้นออกระบบ เพื่อมาจ่ายหนี้ต่างๆ อยู่ตอนนี้ ตัดความคิดนั้นทิ้งไปได้เลยค่ะ เพราะการกู้หนี้นอกระบบนอกจะเป็นการเพิ่มหนี้แล้ว ยังจะเป็นการเพิ่มปัญหามากกว่าการแก้ปัญหาด้วยซ้ำ ด้วยอัตราดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบบางแห่งที่มีอัตราสูง ดังนั้นไม่ควรเสี่ยงกับหนี้นอกระบบค่ะ ถ้าจำเป็นจริงๆ ลองมองหาสินเชื่อรูปแบบอื่นๆ น่าจะดีกว่าอย่างแน่นอน

 

             2. รู้ทันการเงินตัวเอง

เมื่อไม่ดูสถานการณ์ทางการเงิน ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้ และต้องรู้ให้เร็วด้วย คือการใช้เงินของตัวเอง รู้จักจดบันทึกรายรับ – รายจ่าย เพื่อตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และนำเงินที่เหลือไปใช้หนี้

 

             3. แบ่งหนี้เป็นระบบ

หากมีหนี้ไม่มากนัก ควรจัดการแบ่งจ่ายหนี้ให้เป็นระบบ หนี้ก้อนไหนที่มีก้อนใหญ่ก็ให้รีบใช้ก่อนเป็นก้อนใหญ่ๆ และแบ่งเงินให้เหลือพอใช้จ่ายประจำวัน แต่หากมีหนี้หลายทางก็ควรต้องรีบหาเงิน จ่ายหนี้ขั้นต่ำไปก่อน เมื่อมีเงินก้อนก็จะได้รีบโปะหนี้ทั้งหมดให้เร็ว

 

             4. หันหน้าพึ่งกองทุน

หากหนี้ที่เรามีหนักหนาไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ทันแล้ว อีกหนทางคือ การมองหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสวัสดิการพนักงาน สหกรณ์บริษัทที่ทำงานอยู่ นำเงินที่ได้มาโปะหนี้ที่มีแล้ว ไปใช้หนี้ดอกเบี้ยต่ำก็ดูจะเป็นการที่ดีกว่า

 

             5. ปรับโครงสร้างหนี้

เมื่อมีปัญหาทางการเงินแล้วไม่สามารถใช้หนี้ได้ทันตามกำหนดเวลา สิ่งหนึ่งที่ต้องทำเลยคือ ติดต่อกับเจ้าหนี้ไม่ใช่หนีหาย ไม่ติดต่อกลับ เพื่อหาทางแก้ไขไม่ว่าจะเป็น การช่วยยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป รวมหนี้มาเป็นยอดเดียวกัน แต่ถ้าไม่มีเงินจ่ายหนี้ในกรณีที่มีหนี้หลายตัว ไม่ควรปรับโครงสร้างหนี้ เพราะถ้าผิดนัดแม้แต่งวดเดียวอาจถูกอายัดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือนได้

 

             6. รีไฟแนนซ์หนี้ หรือ การรวมหนี้

การรีไฟแนนซ์หนี้ หรือ การรวมหนี้ เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจสำหรับใครที่มีหนี้หลายช่องทาง เพราะการรีไฟแนนซ์หนี้จะดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม และมีหนี้เพียงแห่งเดียว แต่อย่าลืมว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย คือจะต้องเป็นหนี้นานขึ้นกว่าเดิม เช่น จากเดิมต้องจ่าย 20 เดือน ก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 42 เดือนแทน

สินเชื่อรวมหนี้ คือ การรวมหนี้สินไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีอยู่หลายแห่งจากสถาบันการเงินต่างๆ มารวมทั้งหมดไว้ในเงินกู้เดียวที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เป็นหนี้จากที่มีหนี้หลายทางจะมีหนี้เพียงแห่งเดียว ช่วยให้วางแผนใช้หนี้ได้ง่ายขึ้น

 

          คุณสมบัติของผู้สมัครสินเชื่อรวมหนี้
 

1. มีสัญชาติไทย
 

2. มีอายุระหว่าง 20 - 60 ปี
 

3. กรณีที่ทำงานประจำต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
 

4. กรณีที่ทำธุรกิจส่วนตัว ต้อมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
 

5. มีอายุงานเกิน 4 เดือนขึ้นไปสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ
 

6. สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัวต้องมีการจดทะเบียนการดำเนินกิจการ 2 ปี ขึ้นไป

 

          เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอสินเชื่อรวมหนี้

 

  • กรณีที่เป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ
     

1. สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาข้าราชการ และสำเนาทะเบียนบ้าน
 

2. สลิปเงินเดือนตัวจริง หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
 

3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อ และเลขบัญชีของผู้สมัคร
 

4. เอกสารแสดงภาระหนี้สินของสถาบันการเงินอื่นๆ

 

  • กรณีเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวหรือประกิบกิจการต่างๆ
     

1. สำเนาบัตรประชาชน
 

2. สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนหรือสำเนาทะเบียนการค้า(สำหรับธุรกิจส่วนตัว)
 

3. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น(กรณีนิติบุคคล)
 

4. สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ย้อนหลัง 6 เดือนหรือสำเนาภาษีเงินได้ (ภ.พ.30) หรือสำเนางบการเงินปัจจุบัน
 

5. เอกสารแสดงภาระหนี้ของสถาบันการเงินอื่นๆ

 

ซึ่งเอกกสารประกอบในการสมัครทั้งหมดนี้ ควรมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนอกจากนี้แล้วเงื่อนไขและคุณสมบัติอื่นๆ ก็อาจจะแตกต่างกันไปตามสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ดังนั้นควรที่จะตรวจสอบหาข้อมูลให้ดีก่อน

 

          สิ่งที่ควรรู้ก่อนขอสินเชื่อรวมหนี้

สำหรับการขอสินเชื่อรวมหนี้ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือคนที่มีหนี้หลายแห่ง และ ไม่สามารถที่จะใช้หนี้ได้ทันกำหนดเวลา  เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าคุณจะขอสินเชื่อรวมหนี้ดีหรือไม่? เรามีข้อดี ข้อเสีย ของการ ตัดสินใจขอสินเชื่อ มาฝากกันค่ะ

 

  • ข้อดีของการทำสินเชื่อรวมหนี้

 

1. อัตราดอกเบี้ยถูกลงกว่าเดิม ทำให้สะดวกต่อการผ่อนชำระมากยิ่งขึ้น
 

2. ในบางรายอาจจะได้วงเงินมากกว่ายอดของหนี้ที่ต้องจ่าย
 

3. ลดภาระหนี้ ทำให้จำนวนเงินที่ต้องจ่ายต่อเดือนลดลง
 

4. ได้เงินส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้มีเงินเหลือนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นการเสริมสภาพคล่องทางการเงินที่ดีมากขึ้น
 

5. ไม่เสียเครดิตกับธนาคารเจ้าของหนี้

 

  • ข้อเสียการทำสินเชื่อรวมหนี้

 

1. ระยะเวลาการผ่อนนานขึ้น หรือก็คือต้องเป็นหนี้นานขึ้นนั้นเอง
 

2. ยอดหนี้และดอกเบี้ยที่ต้องเสียไม่ได้ลดลง เพียงแค่เป็นการทำให้หนี้ที่ต้องจ่ายมารวมเป็นก้อนเดียว
 

3. แน่นอนว่า มีความยุ่งยากในการเตรียมเอกสารต่างๆ ทั้งเอกสารเกี่ยวกับรายได้ ซึ่งหากปัจจุบันผู้ต้องการขอสินเชื่อ เกิดตกงาน ไม่มีรายได้ ไม่สามารถหาเอกสารยืนยันรายได้ตนเองได้ การขอสินเชื่อรวมหนี้ก็อาจจะไม่ผ่าน

 

เมื่อรู้ในข้อดี ข้อเสียของการยื่นขอสินเชื่อรวมหนี้ไปแล้ว คุณก็ต้องตัดสินใจเองแล้วว่าตัวเองเหมาะกับการขอสินเชื่อรวมหนี้หรือไม่ และสำหรับผู้ที่มีหนี้สินเยอะไม่ว่าหนี้สินนั้นจะมาจากแหล่งใด ไม่ควรที่จะไปใช้ช่องทางหาเงินด้วยวิธีผิดๆ อย่างการกู้เงินด่วน เงินกู้นอกระบบ หรือแหล่งเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงๆ เพราะนั้นไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่เป็นช่องทางเพิ่มปัญหาต่างหาก ทางที่ดีลองมองหา สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ถูกต้อง น่าจะปลอดภัยและมีผลดีต่ออนาคตระยะยาวอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะทำสินเชื่อรวมหนี้ การเปรียบเทียบข้อมูลของสินเชื่อ ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน เพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดที่ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ย หรือ วงเงินที่ได้รับ เพราะหากวงเงินที่ได้รับมีมาก ก็อาจจะมีเงินเหลือเพื่อนำมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้คุณได้

 

เปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้ คือ การนำข้อมูลของสินเชื่อที่มีอยู่มาเปรียบเทียบกัน เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับสูงที่สุดจากสถาบันการเงิน

 

ซึ่งช่องทางในการเปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้ก็มีอยู่อย่างหลากหลายตามอินเทอร์เน็ตทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินต่างๆ หรือ โบรกเกอร์ประกันภัย แต่ก็ควรที่จะระมัดระวัง มิจฉาชีพที่อาจจะมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อหลอกล่อให้คุณหลงเชื่อและใช้บริการจากเขาเหล่านั้น แล้วไม่นานก็หายเข้าไปในกรีบเมฆหรือถูกหลอกจากโบรกเกอร์เถื่อนนั่นเอง เราจึงมีวิธีสังเกตโบรกเกอร์มาฝาก เพื่อที่คุณจะได้รู้ทันไม่ตกเป็นเหยื่อ

 

          วิธีการเลือกโบรกเกอร์ที่ดี
 

            1. เลือกจากความน่าเชื่อถือของบริษัทโบรกเกอร์

ความน่าเชื่อถือของบริษัทเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าบริษัทที่ท่านจะเข้าใช้บริการเปิดให้บริการมานานหรือยัง มีประวัติในการดำเนินคดีมากหรือน้อยแค่ไหน เพราะความน่าเชื่อถือของบริษัทก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่คุณสามารถวัดได้ว่าจะเชื่อใจในบริษัทนี้ ให้มาดูแลเรื่องการเงินของคุณได้มากน้อยเพียงใด

 

             2. ความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์ที่ให้บริการ

แน่นอนว่าสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการคุณ ก่อนอื่นคุณควรที่จะตรวจสอบ ชื่อ - นามสกุล รวมถึง ใบอนุญาตตัวแทนการขายประกัน เพื่อความชัวร์ว่าเจ้าหน้าที่ประกันนั้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่ปลอม ที่หากเกิดข้อผิดพลาดก็จะไม่ได้รับความดูแลใดๆ

 

             3. เช็คความน่าเชื่อถือได้จากเว็บไซต์ของ คปภ.

เพื่อความแน่นอนก่อนที่จะตกลงเลือกใช้บริการโบรกเกอร์ประกันภัยที่ใด คุณสามารถเข้าเว็บไซต์ของ คปภ. เพื่อตรวจสอบรายชื่อบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยในด้านต่างๆ เพราะในเว็บไซต์ของ คปภ.จะมีทุกอย่างไว้งครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยรถยนต์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ

เปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้คงจะเป็นปัญหาสำหรับใครหลายๆ คนที่ต้องการ นำข้อมูลแหล่งสินเชื่อที่เชื่อถือได้มาเปรียบเทียบเพื่อหาผลประโยชน์สูงสุด แต่จะให้มานั่งหาข้อมูลแต่ละแหล่งสถาบันการเงินคงเสียเวลามากเกินไป

 

ดังนั้น อีกหนึ่งช่องทางการช่วยลดระยะเวลาการเปรียบเทียบที่ยาวนานคือ บริการเปรียบเทียบสินเชื่อจาก rabbit finance โบรกเกอร์ประกันภัยที่สามารถเปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้ที่คุณต้องการได้ภายในเวลา 30 วินาที ซึ่ง rabbit finance ไม่ได้มีเพียงบริการเปรียบเทียสินเชื่อรวมหนี้เท่านั้น ยังมีบริการสินเชื่ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ตลอดจนกรมธรรม์ประกันภัยต่างๆ ไม่ว่าจะประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันการเดินทาง ประกันบ้าน หรือแม้แต่ประกันสัตว์เลี้ยง ก็มีให้บริการอย่างครบครัน

 

          ทำไมต้องไว้ใจ rabbit finance
 

  • เป็นบริษัทที่เชื่อถือได้

เพราะ rabbit finance เป็นโบรกเกอร์ประกันที่เป็นบริษัทในเครือ BTS ซึ่งเป็นบริษัท 1 ใน 50 ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

 

  • บริการออนไลน์ที่ตอบโจทย์

มีบริการผู้ช่วยออนไลน์ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินให้คำตอบและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ หรือข้อมูลสินเชื่อที่คุณสนใจ และอาจจะเป็นอีกช่องทางที่คุณจะสามารถกรอกข้อมูลของตัวเอง เพื่อให้เราติดต่อกลับก็ได้เช่นเดียวกัน

 

  • สิทธิพิเศษที่จะได้รับ

แน่นอนว่าเมื่อใช้บริการเปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้กับเรา คุณจะได้รับของรางวัลพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็น บัตรของขวัญ และคะแนน Rabbit Rewards เพื่อให้คุณได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

 

  • ความปลอดภัย

ไม่ต้องกังวลเรื่อง ความปลอดภัยในข้อมูลต่างๆ เพราะเรามีระบบความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งรับรองได้ว่าจะไม่มีข้อมูลของลูกค้ารั่วไหลไปข้างนอกแน่นอน

 

  • ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อคุณไว้ใจเปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้กับ rabbit finance คุณจะได้รับผลประโยชน์สูงที่สุดไม่ว่าจะเป็น วงเงินอนุมัติ การจัดการในเรื่องเอกสาร

 

แม้การเปรียบเทียบสินเชื่อรวมหนี้จะมีหลายช่องทางให้คุณเลือกใช้บริการ แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าที่ที่คุณจะเลือกใช้บริการจะมีมาตรฐาน จะเชื่อมั่น และเชื่อใจได้เท่า rabbit finance หรือเปล่า? ถึงอย่างไร คุณสามารถที่จะติดต่อสอบถามกับเราก่อนตัดสินใจใช้บริการได้ที่ เบอร์ 02-022-1222

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์