การกู้ร่วม


คือการเพิ่มฐานรายได้ของผู้กู้หลักให้มีความน่าเชื่อถือและเพียงพอต่อการชำระหนี้

ความรู้จักการกู้ร่วม

การกู้ร่วม คือ การเพิ่มผู้กู้เข้าไป เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการใช้จ่ายหนี้ เพิ่มฐานรายได้ของผู้กู้หลักให้มีความน่าเชื่อถือและเพียงพอต่อการชำระหนี้ เช่น คุณต้องการซื้อบ้านสักหลัง แต่คุณคนเดียวอาจซื้อบ้านไม่ไหว คุณเลยดึงพี่น้องคุณมาเป็นผู้กู้ร่วม ใครที่มีรายได้ดีหรือโปรไฟล์ดีกว่าก็จะเป็นผู้กู้หลัก

ผู้กู้ร่วมคือใคร

ผู้กู้ร่วม หมายถึง ลูกหนี้ร่วม ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมจะต้องรับผิดชอบหนี้เป็นส่วนเท่าๆกัน เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้นผู้กู้ร่วมควรเป็นบุคคลในครอบครัว หรือญาติพี่น้อง

แต่หากต้องการให้บุคคลอื่นก็สามารถทำได้ แต่ผู้กู้ร่วมจะต้องมีกรมสิทธิ์ร่วมกันในหลักทรัพย์นั้น และต้องยอมรับในภาระหนี้ ในกรณีผู้กู้หลักไม่สามารถชำระหนี้ได้

เมื่อคุณมีผู้ร่วมกู้แล้ว ทำให้เกิดการเพิ่มฐานรายได้ของผู้กู้ให้เพียงพอต่อ การผ่อนชำระหนี้ในวงเงินที่ต้องการ แต่ผู้ร่วมกู้คุณจะกลายเป็นลูกหนี้ร่วมไปด้วย คุณจำเป็นต้องจ่ายค่าผ่อนคนละครึ่ง หรือแล้วแต่จะตกลง หรือบางทีผู้กู้ร่วมอาจเป็นแค่ในนาม แต่คุณจำเป็นต้องผ่อนชำระหนี้ก้อนนี้ให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนด

โดยหลักการของทางธนาคารผู้ปล่อยเงินกู้ การเป็นผู้กู้ร่วมส่วนใหญ่จะให้อยู่ที่ 1-2 คน เป็นผู้กู้ร่วม คือ การเป็นหนี้ร่วม

เกณฑ์การพิจารณาผู้กู้ร่วม

โดยรวมคุณสมบัติของผู้กู้ร่วมกับผู้กู้ไม่ต่างกันมากนักคือ

  • ต้องเป็นผู้ที่มีอาชีพมั่นคง

  • เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

  • ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน เช่น ติดแบล็คลิสต์ ติดเครดิตบูโร

บางธนาคารอาจระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้กู้ร่วมต้องเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้กู้ เช่น เป็นพ่อแม่ เป็นสามีภรรยา เป็นพี่น้อง เนื่องจากธนาคารต้องการความมั่นใจว่า ผู้กู้ร่วมจะมีความรับผิดชอบต่อหนี้ร่วมกับผู้กู้นั่นเอง

สิทธิของผู้กู้ร่วม

ผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิในหนี้และในสินทรัพย์ ซึ่งในที่นี้หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้กู้และผู้ร่วมกู้คนละครึ่ง จนกว่าผู้กู้และผู้ร่วมกู้จัผ่อนชำรพหมดและทำการโอนเป็นของผู้ใดผู้หนึ่ง หรือจะเป็นเจ้าของร่วมกันต่อไปก็ได้เช่นกัน

ระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้

เมื่อคุณมีผู้กู้ร่วมการผ่อนชำระหนี้จึงมีระยะเวลานานมากแต่ไม่เกิน 30 ปี หรือ รวมกับอายุผู้กู้แล้วไม่เกิน 65 ปี

ทำไมต้องกู้ร่วม

การกู้ร่วมมีข้อดี คือ ช่วยให้ได้เงินที่สูงขึ้น และเป็นการร่วมรับผิดชอบของคนใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกันการกู้ร่วมก็มีความเสี่ยง เพราะหากใครคนใดคนหนึ่งไม่จ่ายหนี้ ปัดความรับผิดชอบ หนี้ทุกอย่างก็จะตกอยู่กับคนที่เหลือทั้งหมด ดังนั้นคุณควรเลือกผู้ร่วมที่ไว้ใจได้เท่านั้น

หรือบางสถานการณ์คุณเป็นผู้ร่วมกู้กับญาติพี่น้อง แต่คุณเริ่มรู้สึกว่าเขาไม่มีความรับผิดชอบ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป คุณจะเป็นคนชำระหนี้เพียงคนเดียว หรืออาจเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่คุณและผู้ร่วมกู้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้แล้ว คุณก็สามารถถอนตัวได้เช่นกัน

ขั้นตอนการถอนชื่อผู้กู้ร่วม

  • ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงสัญญากับธนาคาร

  • ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงสัญญากรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

  • มีค่าใช้จ่านในการโอนกรมสิทธิ์ 2 % ของราคาประเมิน

  • มีการคิดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายด้วย (หลักการ = ผู้กู้ร่วมขายกรรมสิทธิ์)

การกู้ร่วม กับ การค้ำประกัน ต่างกันอย่างไร

การกู้ร่วม การเพิ่มผู้กู้เข้าไป เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการใช้จ่ายหนี้ เพิ่มฐานรายได้ของผู้กู้หลักให้มีความน่าเชื่อถือและเพียงพอต่อการชำระหนี้ และมีสิทธิในหนี้และในสินทรัพย์

การค้ำประกัน ลักษณะของการค้ำประกันจะคล้ายกับการกู้ร่วม คือต้องช่วยผู้กู้ผ่อนหนี้ แต่จะมีส่วนต่างกันตรงที่ ผู้ค้ำประกันจะไม่มีส่วนทำให้วงเงินที่ต้องการกู้เพิ่มขึ้น