ความคุ้มครอง

คุ้มครองกรณีเสียชีวิต

คุ้มครองกรณีเสียชีวิต

รับเงินทันทีเมื่อสัตว์เลี้ยงของคุณเสียชีวิตลง
ค่ารักษาพยาบาล

ค่ารักษาพยาบาล

หากสัตว์เลี้ยงของคุณเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ประกันสัตว์เลี้ยงครอบคลุมดูแลค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทันที
คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดคุณจากสัตว์เลี้ยงของคุณ
ดูแลเพื่อนคู่กายของคุณ

ดูแลเพื่อนคู่กายของคุณ

ครอบคลุมเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆของเพื่อนคู่ใจคุณ
ไมโครชิฟ

ไมโครชิฟ

รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 50% สำหรับค่าติดตั้งไมโครชิฟ

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

กำลังมองหาประกันสัตว์เลี้ยงอยู่พอดี จนได้เจอข้อมูลจากแรบบิท ไฟแนนซ์ ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ
 

 

คุณมีน 
ลูกค้าผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสัตว์เลี้ยง เมืองไทยประกันชีวิต

 

ขั้นตอนการสมัคร

กรอกแบบฟอร์มออนไลน์

กรอกแบบฟอร์มออนไลน์

คลิ๊กปุ่ม สมัคร และกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นในแบบฟอร์ม
รอรับสายจากผู้เชี่ยวชาญ

รอรับสายจากผู้เชี่ยวชาญ

รอการติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย
เลือกความคุ้มครอง

เลือกความคุ้มครอง

เปรียบเทียบ เลือก และซื้อแผนประกันที่ตรงความต้องการของคุณ
รับกรมธรรม์และความคุ้มครอง

รับกรมธรรม์และความคุ้มครอง

หมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำฟันครั้งหน้าได้เลย

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักที่ใครๆ ก็อยากจะมีเป็นของตัวเองสักตัวหนึ่ง แต่ก่อนที่คุณจะไปซื้อมาเลี้ยงนั้น คุณพร้อมแล้วจริงๆหรอ? เพราะฉะนั้น วันนี้ rabbit finance จึงนำข้อมูลเบื้องต้นที่คุณจะต้องเจอเมื่อเลี้ยงสัตว์ มาให้คุณเช็คกันก่อนว่าไหวหรือเปล่า?

 

             1. รักสัตว์จริงหรอ?

คุณต้องถามตัวเองก่อนว่าคุณรักสัตว์จริงหรือเปล่า เพราะบางคนอาจจะมีความสุขกับการเล่นสนุกกับเจ้าตัวเล็กเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่หากต้องอยู่ด้วยกันตลอดนานนับสิบปีก็อาจจะไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด นอกจากนี้คุณยังต้องศึกษาข้อมูลสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ที่คุณสนใจอย่างละเอียดก่อนซื้อ เพราะสัตว์เลี้ยงแต่ละสายพันธุ์จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันของแต่ละสายพันธุ์อีกด้วย

 

             2. รับมือกับค่าใช้จ่ายไหวไหม?

ค่าใช้จ่ายและสัตว์เลี้ยงเป็นของที่คู่กัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรจะมีความพร้อมทางด้านการเงินมากพอ เพราะการพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ในแต่ละครั้งนั้น มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทีเดียว นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ ยังมีโรคประจำตัวของแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์อีกด้วย

 

             3. มีเวลาให้สัตว์เลี้ยงหรือเปล่า?

สัตว์เลี้ยงทุกตัวต้องการเวลาจากคุณ ต้องการที่จะได้เล่นกับคุณ ได้อยู่ใกล้ๆ คุณตลอดเวลา ดังนั้น คุณต้องแบ่งเวลาของคุณให้แก่สัตว์เลี้ยงด้วย เพราะเขาจำเป็นต้องได้รับความเอาใส่ใจเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อไหร่ที่เขามีพฤติกรรมผิดแปลกไปจากเดิม เช่น ไม่ค่อยทานอาหาร เซื่องซึม ถ่ายเหลว เป็นต้น คุณควรนำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพราะหากคุณยิ่งรู้ช้า สัตว์เลี้ยงของคุณก็จะได้รับการรักษาช้า และคุณอาจจะต้องเสียเพื่อนที่แสนดีของคุณไปก็ได้

 

             4. พร้อมหรือยังที่จะพาไปพบสัตวแพทย์ตามกำหนดทุกครั้ง

สัตว์เลี้ยงทุกตัวตั้งแต่แรกเกิด ควรได้รับการดูแลจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงและต้องพบสัตวแพทย์ตามกำหนดทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนตามโปรแกรม การถ่ายพยาธิและอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อป้องกันการเกิดโรคและยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเจ็บป่วยของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

 

เห็นไหมล่ะคะว่า "การเลี้ยงสัตว์สักตัวนั้นไม่ง่ายเลย" หากคุณไม่ได้รักหรือต้องการดูแลจริงๆ ก็อย่าซื้อมาเลี้ยงเลย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่ามันเป็นภาระ คุณก็คงทิ้งขวางมัน แต่ในทางกลับกันมันคงเสียใจมากหากรู้ว่าคุณจะทิ้งมันไป เพราะคุณคือเจ้าของที่มันรักมากที่สุด

แมวเป็นนักล่าที่รักอิสระอีกทั้งยังชอบท่องเที่ยวสู่โลกภายนอกเป็นที่สุด นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้แมวติดเชื้อโรคต่างๆ ได้มากมาย จนอาจเกิดโรคร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคที่พบได้บ่อย มีดังนี้

 

  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว หรือ Feline Immunodeficiency Virus (FIV)

โรคนี้เป็นโรคติดต่อทางน้ำลาย ซึ่งจะมีระยะการฟักตัวที่นานและรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต โดยอาการบ่งชี้ของโรค FIV ไม่อาจคาดการณ์ได้ 100% แต่สามารถดูได้จาก

 

1. มีอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหลายประเภท
 

2. มีอาการเลือดจาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยับยั้งของไขกระดูก

 

  • โรคลำไส้อักเสบติดเชื้อไวรัสในแมว หรือ Feline Infectious Enteritis (FIE)

โรค FIE เป็นโรคติดต่อผ่านสารคัดหลั่งและของเสียที่ขับออกจากร่างกายของสัตว์ที่ติดเชื้อนี้ หรือผ่านสิ่งสกปรกต่างๆ แมวที่เป็นโรค FIE จะติดเชื้ออยู่นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ เพราะไวรัสชนิดนี้มีความอดทนสูง มันสามารถมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิห้องได้นานถึงหนึ่งปี ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาก็อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

               อาการบ่งชี้ของโรค
 

1. อาเจียนและท้องร่วงอย่างรุนแรง โดยอาจมีเลือดปนออกมาด้วย
 

2. มีอาการเซื่องซึมและเมินเฉยต่อสิ่งต่างๆ
 

3. มีอาการขาดน้ำ

 

  • โรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวในแมว หรือ Feline Leukaemia Virus (FeLV)

โรคนี้เป็นโรคติดต่อทางน้ำลาย ทางปัสสาวะ และทางสารคัดหลั่งอื่นๆ ของแมวที่ติดเชื้อ หรือเกิดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งอาจติดต่อผ่านการสัมผัสอย่างใกล้ชิด รวมทั้งผ่านชามอาหาร ชามน้ำและถาดรองมูล โรค FeLV จะมีระยะฟักตัวค่อนข้างนานหลายปีและมักจะลุกลามจนติดเชื้อระยะสุดท้าย โดยอาการบ่งชี้ของโรคไม่อาจคาดการณ์ได้ แต่สามารถดูได้จาก

 

1. มีพัฒนาการของเซลล์มะเร็งในเม็ดเลือดขาว เช่น มีเนื้องอกร้ายของต่อมน้ำเหลือง
 

2. มีอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหลายประเภท
 

3. มีสภาวะเลือดจาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยับยั้งของไขกระดูก

 

  • โรคพิษสุนัขบ้า หรือ Rabies

โรคพิษสุนัขบ้าจะติดต่อผ่านทางน้ำลาย จากการถูกกัดโดยสัตว์ที่ติดเชื้อ ซึ่งความจริงแล้วแมวสามารถต้านทานการติดเชื้อนี้ได้ตามธรรมชาติ เพราะไวรัสชนิดนี้อ่อนแอและไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากไม่อาศัยอยู่ในพาหะ แต่ถ้าเกิดเป็นขึ้นมาก็อาจมีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นอันตรายจนถึงขึ้นเสียชีวิตได้ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดต่อไปสู่คนได้อีกด้วย

 

               อาการบ่งชี้ของโรค
 

1. เซื่องซึม
 

2. กลืนอาหารลำบาก
 

3. เป็นลม
 

4. ก้าวร้าวมากขึ้น

 

บางคนพอสัตว์เลี้ยงแสนรักป่วยเป็นโรค ก็รีบหาเงินเพื่อพามันไปรักษา แต่ในขณะที่บางคนกลับปล่อยให้มันทรมานจนตาย หรือเอาไปทิ้งตามถนน ตามวัด ไม่รับผิดชอบชีวิตมันต่อแล้ว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการติดไม่โครชิพขึ้นมา เพื่ออย่างน้อยเราก็สามารถตรวจสอบและรู้ประวัติความเป็นมาของมันได้

คุณคงปวดหัวไม่น้อยเลย หากเจ้าตัวเล็กของคุณชอบหนีเที่ยวหรือบังเอิญหลุดออกจากบ้านไป คุณคงไม่รู้ว่าจะหาเจ้าตัวเล็กของคุณได้จากที่ไหน ดังนั้นการติดไมโครชิพจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากของคุณ

 

          การติดไมโครชิพมีประโยชน์อย่างไร ?

 

  • ระบุตัวตนและการติดต่อ

แม้ว่าไมโครชิพจะไม่สามารถติดตามได้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอยู่ที่ไหน แต่อย่างน้อยหากมีผู้พบและนำมาให้ศูนย์ติดตั้งไมโครชิพที่มีอยู่ทั่วไป เพื่อตรวจสอบหมายเลขหรือทางหน่วยงาน กทม. เมื่อพบเข้าก็จะสามารถทราบเลขประจำตัวและตรวจสอบหาเจ้าของได้จากฐานข้อมูลที่เก็บบันทึกไว้ สัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณจะถูกส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย หรือหากมีผู้จับสัตว์ไปอุปการะแต่ไม่ยอมคืนเจ้าของ คุณก็สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของได้จากใบรับรองการติดตั้งบัตรประจำตัวสัตว์อิเล็กทรอนิกส์

 

  • ช่วยให้การซื้อขายไม่ผิดตัว

ไมโครชิพจะทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา หากคุณเป็นผู้ขายและทำไมโครชิพในสัตว์เลี้ยงของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อมีผู้สนใจมาสั่งจองสัตว์เลี้ยงของคุณ คุณก็สามารถให้หมายเลขไมโครชิพกับผู้สั่งจองไปได้เลย เมื่อถึงกำหนดวันรับตัวก็จะไม่มีปัญหาการรับผิดตัวเกิดขึ้น

 

  • ช่วยในการพัฒนาสายพันธุ์

การติดไมโครชิพในพ่อแม่พันธุ์สัตว์เลี้ยงรวมถึงลูกรุ่นต่อๆ มา จะทำให้เกิดความแน่นอนในการยืนยันสายพันธุ์ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างแน่นอน

 

  • ช่วยในการทำทะเบียนในกรณีของกลุ่มชมรมหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก

จำเป็นต้องมีการจัดทำทะเบียนโดยการทำเครื่องหมายที่สัตว์เลี้ยง ไมโครชิพสามารถจะให้หมายเลขที่แน่นอน การติดตั้งทำได้ง่ายและปลอดภัย เมื่อต้องการตรวจสอบก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดตำหนิภายนอกอีกด้วย โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดเล็ก

 

  • ช่วยในการประกวดสัตว์

การติดไมโครชิพจะช่วยลดปัญหาการสลับตัว หรือการลงทะเบียนไว้ตัวหนึ่งและนำอีกตัวหนึ่งมาประกวด รวมถึงการอ้างว่าสัตว์เลี้ยงของตนเป็นแชมเปี้ยนมาจากที่ใด

 

รู้แบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมขับรถพาสัตว์เลี้ยงของคุณไปติดไมโครชิพกันนะคะ แต่การติดตั้งจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ไปดูกันในหน้าถัดไปเลยค่ะ

ทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ว่าการติดไมโครชิพให้เจ้าตัวเล็กมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้น "เรามาดูขั้นตอนการติดไมโครชิพกันต่อเลยดีกว่า" ซึ่งการติดไมโครชิพนี้ เกิดมา 30-45 วันก็ทำได้แล้ว โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ อีกด้วย เรามาดูขั้นตอนการติดตั้งไมโครชิพ เพื่อสัวต์เลี้ยงที่เรารัก กันเถอะ!

 

          ขั้นตอนการติดตั้งไมโครชิพ
 

1. แจ้งความประสงค์ของคุณต่อคลีนิคสัตวแพทย์ หรือสถานพยาบาลสัตว์ที่เป็นศูนย์ติดตั้งไมโครชิพ
 

2. กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์ม
 

3. ตรวจสอบว่าสัตว์เลี้ยงมีไมโครขิพหรือไม่
 

4. สัตวแพทย์เตรียมไมโครชิพ โดยใช้ไมโครชิพชนิดปลอดเชื้อที่มีการฆ่าเชื้อโรคโดยการอบ GAS ฆ่าเชื้อโรค และมีการตรวจสอบหมายเลขไมโครชิพที่อยู่ในเข็มปลอดเชื้อ ว่าตรงกับหมายเลขบนสติกเกอร์หรือไม่
 

5. สัตวแพทย์ทำการฉีดไมโครชิพให้สัตว์เลี้ยง โดยจะฉีดที่ตำแหน่งกึ่งกลางแนวหลังระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง
 

6. ตรวจสอบว่าไมโครชิพได้อยู่ที่ตัวสัตว์แล้ว
 

7. สัตวแพทย์ออกบัตรประจำตัวสัตว์ ให้สัตว์เลี้ยงที่มีการระบุหมายเลขไมโครชิพที่ตรงกับในตัวสัตว์
 

8. สัตวแพทย์ส่งข้อมูลสัตว์ให้บริษัทฯ เพื่อบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูล

 

          เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้เพื่อติดตั้งไมโครชิพ
 

  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
     
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่
     
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของบ้าน ใช้ในกรณีเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน

 

  • หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า อายุไม่เกิน 1 ปี

 

  • หนังสือรับรองทะเบียนสัตว์เลี้ยงหรือใบเพ็ด แต่หากสัตว์เลี้ยงของคุณยังไม่มีใบเพ็ด ก็สามารถไปขอใบรีจิสได้ โดยมีขั้นตอนต่อไปนี้

 

1. นำสัตว์เลี้ยงไปฝังไมโครชิพแล้วให้เก็บหมายเลขไมโครชิพไว้เพื่อแจ้งทำใบรีจิส โดยตอนไปฝังไมโครชิพต้องนำใบวัคซีนไปด้วย
 

2. เมื่อฝังแล้ว ให้เตรียมรูปถ่ายด้านหน้าและด้านข้างของสัตว์เลี้ยงที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป พร้อมกับแบบฟอร์มการขอขึ้นทะเบียนและหมายเลขไมโครชิพไปติดต่อที่สมาคม SCFC หรือ TCC
 

3. ต้องสมัครสมาชิกสมาคม แล้วดำเนินการขอขึ้นทะเบียนตัว โดยจะได้รับเป็นใบรีจิสสีเขียวทันที

 

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่สามารถพาลูกรักไปฝังไมโครชิพในวันดังกล่าวได้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะ กทม.เปิดให้ฝังไมโครชิพที่คลินิกสัตวแพทย์ของ กทม.หรืออาจจะนำไปฝังไมโครชิพที่คลินิกเอกชนก็ได้ ซึ่งจะเสียค่าบริการตัวละ 500-800 บาทเท่านั้น

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าปัจจุบันมีประกันภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว แถมยังเป็นประกันภัยที่ให้ประโยชน์มากมายแก่สัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณอีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงกันค่ะ

 

          ทำไมต้องทำประกันภัยสัตว์เลี้ยง ?

อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัญหาอันดับต้นๆ ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงแทบทุกคนจะต้องพบเจอนั่นก็คือ ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ที่เรียกได้ว่าไม่แพ้คนเลยทีเดียวหรืออาจจะแพงกว่าคนเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย ค่าใช้จ่ายอุบัติเหตุ ค่าวัคซีน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตามหาสัตว์เลี้ยงกรณีสูญหายอีกด้วย ซึ่งวงเงินในการคุ้มครองก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบริษัทที่รับประกัน

 

          ประกันภัยน้องแมว

ประกันภัยสำหรับแมว จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
 

               1. แบบมีไมโครชิฟ
 

               2. แบบไม่มีไมโครชิพ
 

ซึ่งทั้ง 2 แบบจะให้ความคุ้มครองอย่างครบถ้วนในเรื่องเดียวกัน คือ
 

  • การเสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วย
     
  • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
     
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย
     
  • ความรับผิดชอบต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยง
     
  • ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยง
     
  • ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา การประกาศเพื่อติดตามสัตว์เลี้ยงที่สูญหาย
     
  • ค่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยง
     
  • ค่าฝังไมโครชิฟ

 

          เงื่อนไขการรับประกัน
 

1. สัตว์เลี้ยงต้องมีอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 7 ปี
 

2. สัตว์เลี้ยงต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีอาการบาดเจ็บ พิการหรือเจ็บป่วย
 

3. สัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในอาณาเขตประเทศไทยเท่านั้น
 

4. สัตว์เลี้ยงต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบตามประเภทโรคและกำหนดเวลาตามมาตรฐาน
 

5. จำนวนกรมธรรม์สูงสุด 1 ฉบับ ต่อ สัตว์เลี้ยง 1 ตัว
 

6. กรณีทำประกันแบบฝังไมโครชิพ สัตว์เลี้ยงจะต้องได้รับการฝังไมโครชิพมาแล้วไม่เกินกว่า 30 วัน

 

          ข้อยกเว้นที่สำคัญ
 

  • การเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในช่วง 60 วันแรก นับจากวันที่กรมธรรม์ประกันภัยใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้
     
  • การเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากพยาธิ เห็บ หมัด ไร เล็น โรคเรื้อนหรือโรคผิวหนังทุกชนิด
     
  • การถูกฆ่าโดยเจตนา ถูกวางยาพิษหรือถูกกลั่นแกล้ง
     
  • โรคระบาดของสัตว์เลี้ยง
     
  • ภาวะโรคขาดอาหารหรือการจัดเก็บอาหารสัตว์ไม่ถูกสุขลักษณะ
     
  • การอยู่รวมกันในที่แออัด การขาดอากาศหายใจเนื่องจากคลื่นความร้อน

 

การทำ ประกันภัยสัตว์เลี้ยง เปรียบได้กับการตอบแทนความรักความห่วงใยให้แก่เพื่อนแท้ของคุณ อีกทั้ง คุณยังไม่ต้องเป็นกังวลหรือเป็นห่วงในความซนของเจ้าตัวเล็กอีกต่อไป