ไทยประกันชีวิต คิด เคียงข้าง ทุกชีวิต

ยึดมั่นต่อการดูแลชีวิตคนไทยมาตลอดระยะเวลามากกว่ากว่า 70 ปี

ยึดมั่นต่อการดูแลชีวิตคนไทยมาตลอดระยะเวลามากกว่ากว่า 70 ปี

ประกันชีวิตหลากหลายรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวก และเติมคุณค่าชีวิตให้กับผู้เอาประกัน

ประกันชีวิตหลากหลายรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวก และเติมคุณค่าชีวิตให้กับผู้เอาประกัน

สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อเติมเต็มคุณค่าชีวิต

สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อเติมเต็มคุณค่าชีวิต

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิต


ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์*

ที่สุดแห่งการบริการที่มากกว่าการประกันชีวิต บริการช่วยเหลือ ฉุกเฉินทางการแพทย์ และการเดินทางฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ ทั่วโลก ทุกกรมธรรม์


ไทยประกันชีวิตแมดิแคร์

บริการสำรองค่ารักษาพยาบาล ฉุกเฉินเบื้องต้นให้กับผู้เอาประกัน


ไทยประกันชีวิต iService

บริการสำรองค่ารักษาพยาบาล ฉุกเฉินเบื้องต้นให้กับผู้เอาประกัน

ทำไมต้อง Rabbit Finance

เพราะเราทำให้เรื่องยุ่งยากของประกันชีวิตกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย

เพราะเราทำให้เรื่องยุ่งยากของประกันชีวิตกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย

เพราะเราเลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีคุณภาพและคุ้มค่าสำหรับคุณ

เพราะเราเลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีคุณภาพและคุ้มค่าสำหรับคุณ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและบริการคุณอย่างเข้าใจ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและบริการคุณอย่างเข้าใจ

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

รายละเอียดกรมธรรม์ที่อยู่บนเว็บไซต์เข้าใจง่าย ทำให้ประหยัดเวลาในการหาข้อมูล  มีตารางสรุปผลประโยชน์ให้อย่างครบถ้วน ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รวมถึงยังมีข่าวสารต่างๆที่น่าสนใจด้วย 

 

คุณเบสท์,
กรุงเทพฯ

reviewer photo

ส่วนล่างของหน้าเว็บที่สรุปสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ของประกันดีมาก เข้าใจง่ายดี รู้สึกว่าให้ข้อมูลครบ ทำให้ง่ายขึ้นตอนตัดสินใจ

 

คุณแนน,
กรุงเทพฯ

ประกันชีวิต คือ การที่บุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องมาจากการตาย การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และการสูญเสียรายได้ในยามชรา และเมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งต้องประสบกับภัยเหล่านั้น บุคคลนั้นก็จะได้รับเงินเฉลี่ยช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตนเองและครอบครัว โดยบริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการนำเงินก้อนดังกล่าวไปจ่ายให้แก่ผู้ได้รับภัย

 

          ประเภทของประกันชีวิต

ประกันชีวิต แบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

 

            1. ประกันชีวิตประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance)

คือการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางไปถึงผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งในการพิจารณารับประกันชีวิตอาจมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท โดยการประกันภัยประเภทนี้จะมีการชำระเบี้ยประกันเป็นรายปี , ราย 6 เดือน , ราย 3 เดือน และรายเดือน

 

            2. ประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance)

คือการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ ตั้งแต่ 10,000 - 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ โดยทั่วไปการชำระเบี้ยประกันภัยจะชำระเป็นรายเดือนและไม่มีการตรวจสุขภาพ แต่จะมีระยะเวลารอคอย เป็นเวลา 180 วัน

 

            3. ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance)

คือการประกันชีวิตที่ต้องมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งการพิจารณารับประกันอาจมีการตรวจสุขภาพหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท โดยการประกันชีวิตกลุ่มนี้จะมีอัตราเบี้ยประกันชีวิตต่ำกว่าประเภทสามัญและประเภทอุตสาหกรรม

 

 

          รูปแบบของประกันชีวิต
 

            1. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)

เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย ซึ่งการประกันชีวิตแบบนี้จะไม่มีส่วนของการออมทรัพย์ ทำให้เบี้ยประกันภัยต่ำกว่าแบบอื่นๆ และไม่มีเงินเหลือคืน หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา

 

            2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole life Insurance)

คือการประกันชีวิตที่บริษัทตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยไม่คำนึงว่าจะเสียชีวิตเมื่อใด แต่หากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 99 ปี บริษัทประกันภัยก็จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย

 

            3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)

เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ในวันที่สัญญาครบกำหนด

 

            4. ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance)

คือบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับตั้งแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี - 60 ปี เป็นต้นไปจนครบสัญญา

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำประกันชีวิตแล้วได้อะไร? มีประโยชน์อะไรกับตัวผู้ทำหรือคนในครอบครัวบ้าง ? วันนี้เราจึงมีประโยชน์ของการทำประกันชีวิตมาฝากกันค่ะ

 

            1. ประโยชน์ในด้านการออม

การออมของการทำประกันภัยนั้นจะเป็นลักษณะแบบกึ่งบังคับ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องมีหน้าที่ในการจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ และหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบตามที่กรมธรรม์กำหนดไว้ ก็จะได้เงินคืนตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือการออมเงิน เพื่อไว้ใช้ยามชราหรือเก็บเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลานได้

 

ซึ่งการออมวิธีนี้ ไม่สามารถถอนเงินในลักษณะของการฝากเงินได้ แต่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งมูลค่าเวนคืนตามกรมธรรม์ที่ได้จะถูกหักค่าธรรมเนียมในการเวนคืนจำนวนหนึ่ง เพราะการทำประกันชีวิตมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว

 

            2. ประโยชน์ในด้านการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของผู้เอาประกันภัย

การประกันชีวิต สามารถสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้ คล้ายกับการทำประกันคุ้มครองการเจ็บป่วยหรือประกันอุบัติเหตุ ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้เงินทดแทน เพื่อใช้ในการเลี้ยงชีพในกรณีทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงได้

 

            3. ประโยชน์ในด้านการให้ความคุ้มครอง และบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ที่อยู่ในอุปการะคุณ

การทำประกันชีวิตจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องการเงิน รวมทั้งช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในครอบครัว อันเนื่องมาจากการเสียชีวิตของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 

            4. ประโยชน์ในด้านการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

เนื่องจากรัฐบาลได้ให้การส่งเสริมธุรกิจประกันชีวิต ดังนั้นผู้ที่ทำประกันชีวิตก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้เป็นค่าลดหย่อน ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับแบบทั่วไปได้ และ 200,000 บาทสำหรับแบบบำนาญ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาสนใจการทำประกันชีวิตเพิ่มขึ้น

 

            5. ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

การทำประกันชีวิตเปรียบเสมือนการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดระยะเวลาหนึ่งก็จะมีมูลค่าเป็นเงินสด ซึ่งหากผู้เอาประกันภัยมีความจำเป็นทางการเงิน ก็สามารถขอเงินจำนวนหนึ่งตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไปใช้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้

หากคุณต้องการซื้อประกันชีวิตสักครั้ง คุณอาจคิดแล้วคิดอีกจนตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำประกันชีวิตรูปแบบไหนกับบริษัทใด หลังจากนั้นคุณก็แค่ดำเนินการตามที่เราแนะนำ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้กรมธรรม์ประกันชีวิตมาครอบครองแล้วละค่ะ

 

            1. ติดต่อบริษัทประกันชีวิต

ติดต่อบริษัทประกันชีวิตได้โดยตรงหรือผ่านตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เพื่อศึกษาข้อมูลรูปแบบการประกันต่างๆ

 

            2. เลือกแบบประกัน

เลือกแบบประกันชีวิตที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของคุณ

 

            3. คิดคำนวณอย่างรอบคอบ

พิจารณาวงเงินเอาประกันภัยที่คุณต้องการ จากรายได้ประจำที่ได้รับและกำลังความสามารถในการส่งเบี้ยประกันภัย

 

            4. กรอกข้อมูลตามความจริง

กรอกรายละเอียดที่เกี่ยวกับตัวคุณในแบบคำขอเอาประกันชีวิต ซึ่งต้องกรอกรายละเอียดที่เป็นความจริงทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประวัติการรักษาพยาบาลและคำแถลงเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะการปิดบังในสาระสำคัญเหล่านี้จะเป็นเหตุให้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์

 

            5. ตรวจสอบความถูกต้อง

ในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้กรอกแบบคำขอเอาประกันชีวิตแทนคุณ คุณต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงชื่อในแบบคำขอเมื่อได้รับกรมธรรม์ทุกครั้ง ซึ่งหากพบว่ามีข้อมูลที่ผิดไป เช่น ชื่อผู้รับประโยชน์หรือชื่อผู้เอาประกันภัยผิดพลาด ฯลฯ คุณควรทักท้วงบริษัทเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องในทันที

 

            6. ใส่ใจชำระเบี้ยประกัน

คุณต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตตามกำหนดทุกครั้ง โดยติดต่อชำระที่บริษัท สาขา ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือผ่านธนาคารก็ได้ แต่ในกรณีที่คุณเลือกชำระผ่านตัวแทนของบริษัท ควรเรียกใบเสร็จรับเงินตามแบบพิมพ์ของบริษัทเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง ห้ามลืมเด็ดขาดนะคะ

 

            7. แจ้งผู้รับผลประโยชน์

แจ้งให้ผู้รับประโยชน์ตามที่คุณระบุชื่อในกรมธรรม์หรือบุคคลในครอบครัวทราบ ถึงการทำประกันชีวิตและสถานที่ที่คุณเก็บกรมธรรม์

 

            8. ช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน

ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) , สำนักงาน คปภ. เขต , สำนักงาน คปภ. ภาคและสำนักงาน คปภ. จังหวัด ทุกครั้งที่คุณมีปัญหา

 

 

          บริษัทประกันจะจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เมื่อใด?

 

1. เมื่อผู้เอาประกันภัยมีอายุครบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
 

2. เมื่อสัญญาครบกำหนด ในกรณีนี้บริษัทจะจ่ายทั้งเงินและผลประโยชน์ให้แก่ผู้เอาประกันภัย
 

3. หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตยังมีผลบังคับอยู่ บริษัทจะจ่ายเงินให้กับผู้รับผลประโยชน์แทน

"การขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์" หลายคนคงไม่คุ้นกับประโยคนี้ใช่ไหมละคะ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคำว่า "การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน" แทนล่ะ ?

 

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เปรียบเสมือนค่าชดเชยความเสียหาย ซึ่งค่าเสียหายที่ผู้ละเมิดต้องจ่ายให้นั้น จะต้องจ่ายเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียวและจะชดใช้เพียงส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ส่วนผู้ที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทน อาจจะเป็นได้ทั้งผู้เอาประกันหรือผู้ที่รับผลประโยชน์ตามที่ตกลงกันเอาไว้ภายในกรมธรรม์ก็ได้

 

          สิ่งที่ควรทำเมื่อต้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
 

            1. ติดต่อบริษัทประกันภัยให้เร็วที่สุด

เพราะทางบริษัทประกันชีวิตจะมีบริการช่วยเหลือคุณเสมอ โดยสามารถรับฟังคำแนะนำและขั้นตอนดำเนินการต่างๆ ได้โดยตรงจากพนักงานมืออาชีพ

 

            2. กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต

การเสียชีวิตเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เอกสารหรือขั้นตอนดำเนินการของแต่ละกรณีจึงแตกต่างกัน โดยแบ่งสาเหตุการเสียชีวิตได้คร่าวๆ ดังนี้

 

              2.1 การเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ

จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบภายใน 14 วัน และต้องเตรียมหลักฐานประกอบไปด้วย ดังนี้
 

  • กรมธรรม์ประกันชีวิต (ถ้าหายให้แจ้งความแล้วนำสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหายไปแสดงแทน)
     
  • ใบเสร็จรับเงินงวดสุดท้าย
     
  • ใบมรณบัตรของผู้เอาประกันภัย
     
  • ทะเบียนบ้านของผู้รับผลประโยชน์
     
  • บัตรประชาชนของผู้รับผลประโยชน์

 

              2.2 การเสียชีวิตโดยการฆ่าตัวตาย

คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม ดังนี้
 

  • กรมธรรม์ประกันชีวิต (ถ้าหายให้แจ้งความแล้วนำสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหายไปแสดงแทน)
     
  • ใบเสร็จรับเงินงวดสุดท้าย
     
  • ใบมรณบัตรของผู้เอาประกันภัย
     
  • ทะเบียนบ้านของผู้รับผลประโยชน์
     
  • บัตรประชาชนของผู้รับผลประโยชน์
     
  • สำเนาบันทึกประจำวันรับแจ้งเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

              2.3 การเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม ดังนี้
 

  • กรมธรรม์ประกันชีวิต (ถ้าหายให้แจ้งความแล้วนำสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหายไปแสดงแทน)
     
  • ใบเสร็จรับเงินงวดสุดท้าย
     
  • ทะเบียนบ้านของผู้รับผลประโยชน์
     
  • บัตรประชาชนของผู้รับผลประโยชน์
     
  • สำเนาบันทึกประจำวันรับแจ้งเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
     
  • สำเนาบันทึกประจำวันหลังกลับจากสถานที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
     
  • ใบชันสูตรพลิกศพ

 

            3. กรณีเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล

ไม่ว่าจะเป็นกรณี ทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ ต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 10 วัน และเตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
 

  • กรอกแบบฟอร์มใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบริษัท
     
  • ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลที่ระบุวันเริ่มต้นและวันสุดท้ายของการรักษาตัวในโรงพยาบาล
     
  • อื่นๆ เช่น ฟิล์มเอกซ์เรย์

 

            4. กรณีกรมธรรม์ครบกำหนด

ในกรณีเป็นประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์ที่มีเงินคืนเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด ให้ดำเนินการติดต่อบริษัทประกันภัยและเตรียมเอกสารหลักฐาน คือ กรมธรรม์ประกันชีวิตและบัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัย

บริษัทไทยประกันชีวิต สามารถตอบสนองทุกความต้องการของประชาชนได้ทุกเพศทุกวัย ทุกฐานะและทุกอาชีพ ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันภัยอื่นๆ จาก บริษัท ไทยประกันชีวิต ที่ได้รับความนิยม ครอบคลุมทุกด้าน และมีความน่าสนใจ พร้อมที่จะเป็นหลักประกันให้กับทุกคน ดังนี้

 

            1. แผนเงินออมคุ้มครองผู้สูงอายุ "ทรัพย์มิ่งขวัญ 90/15"

  • เป็นแบบประกันสำหรับผู้สูงวัยโดยเฉพาะ
     
  • สามารถสร้างกองทุนมรดกสำหรับบุตรหลานได้
     
  • เมื่อครบสัญญารับเงินก้อน สำหรับค่าใช้จ่ายช่วงบั้นปลายชีวิต
     
  • ไม่ต้องตรวจสุขภาพ

 

            2. แผนการสร้างสวัสดิการ "สัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันสุขภาพ 80"

  • คุ้มครองถึงอายุ 80 ปี เพื่อสร้างสวัสดิการด้านสุขภาพ
     
  • ได้รับผลประโยชน์ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
     
  • ได้ค่าห้องสูงสุดวันละ 10,000 บาท
     
  • ให้ความคุ้มครองการรักษาด้วย Stem Cell เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในธุรกิจ

 

            3. แผนเงินออมสำหรับอนาคต "แทกซ์ รีเทิร์น"

เป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดภาษี ด้วยรูปแบบของระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี ทำให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับความคุ้มครองชีวิตตลอดระยะเวลา 10 ปี และเมื่อครบสัญญาคุณจะได้รับเงินคืน 100 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

 

            4. แผนประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล "ไทยประกันชีวิต ไม่เคลมมีคืน พี.เอ. รีฟันด์"

เป็นประกันอุบัติเหตุที่ตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีการทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่องและมีประวัติดี ซึ่งหากไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมในช่วง 3 ปี ติดต่อกัน ก็จะได้รับเบี้ยประกันภัยปีสุดท้ายคืน

 

โดยรับความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นต่อบุคคลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ เช่น การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยรายได้กรณีผู้ป่วยใน อีกทั้งยังได้ขยายความคุ้มครองกรณีภัยก่อการร้ายและการจลาจลอีกด้วย

 

            5. แผนเงินออมเพื่อการเกษียณอายุ "ทรัพย์บำนาญ (1) 55, 60, 65"

  • ได้รับเงินบำนาญแน่นอนทุกปี
     
  • รับรองการจ่ายบำนาญ 20 ปี (หากเสียชีวิตก่อนรับบำนาญครบ 20 ปี)
     
  • เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตได้อีก 200,000 บาทต่อปี

 

            6. แผนหลักประกันเพื่อทุนการศึกษา "วัยเรียน 300ได้รับเงินคืนสูงสุดถึง 25% ตั้งแต่อายุ 15-22 ปี"

  • หมดห่วงเรื่องการชำระเบี้ย เพียงซื้อสัญญาเพิ่มเติมคบ. คุ้มครองผู้ชำระเบี้ย
     
  • กรณีเสียชีวิต ผลประโยชน์ของกรมธรรม์จะยังคงเดิม (ตามที่ระบุในสัญญา)

 

            7. แผนประกันโครงการประกันชีวิตเปี่ยมสุข (กบข.) "เกษมบำนาญ 2"

  • ได้รับเงินบำนาญแน่นอนทุกปี
     
  • รับรองการจ่ายบำนาญ 15 ปี กรณีเสียชีวิต
     
  • เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิต ได้อีก 200,000 บาทต่อปี

 

            8. แผนประกันรายได้ครอบครัว "คุ้มธนกิจ 99(1)"

  • สร้างหลักประกันชีวิตให้กับครอบครัวในระยะยาว
     
  • มีเงินคืนรายปีตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 เป็นต้นไปจนถึงวันก่อนครบกำหนดสัญญา
     
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป มีส่วนลดเบี้ยประกันภัยให้

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์