ทำไมต้อง AIG

ทำไมต้อง Rabbit Finance

สมัครผ่านเว็บไซต์ ซื้อง่าย

สมัครผ่านเว็บไซต์ ซื้อง่าย

เพราะเราทำให้เรื่องยุ่งยากของประกันการเดินทาง
กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย
เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ

เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ

เพราะเราเลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันการเดินทาง
ที่มีคุณภาพและคุ้มค่าสำหรับคุณ
ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดีๆ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดีๆ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา
และบริการคุณอย่างเข้าใจ

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

      ส่วนตัวเคยพบเจอเรื่องไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางอยู่บ่อยๆ เลยมองหาประกันเดินทางเพื่อความอุ่นใจ แล้วก็มาได้ประกันเดินทางเอไอจี กับแรบบิทไฟแนนซ์นี่ละครับ ผมว่าค่อนข้างถูกและคุ้มครองได้ดีเลย

 

คุณชาติ,
กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

การประกันภัยการเดินทาง เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัย หากผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุ จนส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บ ต้องได้รับการรักษาพยาบาล หรือสูญเสียอวัยวะ มือ เท้า และสายตา หรือเสียชีวิต

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาระหว่างการเดินทางที่กำหนดไว้เท่านั้น อาทิเช่น คุณเลือกความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 - วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 นั่นแสดงว่า คุณจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยการเดินทาง แค่วันที่1-15 พฤศจิกายน เท่านั้น

 

          การจ่ายค่าสินไหมทดแทน

หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน สำหรับประกันภัยการเดินทาง จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

 

1. กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือสูญเสียมือ เท้า และสายตา โดยบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นเงินก้อน แก่ผู้เอาประกันภัย หรือทายาท ดังนี้
 

  • การเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะจ่าย 100 % เต็มของจำนวนเงินเอาประกันภัย
     
  • การสูญเสียมือ เท้า และสายตา รวมทั้ง 2 ข้าง บริษัทประกันภัยจะจ่าย 100 % เต็มของจำนวนเงินเอาประกันภัย
     
  • การสูญเสียมือ เท้า หรือสายตาข้างเดียว บริษัทประกันภัยจะจ่าย 60 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

 

2. กรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บ บริษัทประกันภัย จะจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย

 

          ประกันการเดินทาง ไม่คุ้มครองกรณีไหนบ้าง?

อย่างที่ทราบกันดีว่า การประกันภัยการเดินทาง จะมุ่งให้ความคุ้มครองต่ออุบัติเหตุที่เป็นความเสี่ยงภัยพื้นฐานของคนโดยทั่วไปเท่านั้น ดังนั้น จึงมีการกำหนดข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ที่จะไม่คุ้มครองในบางกรณี เช่น
 

  • การกระทำของผู้เอาประกันภัย ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา หรือยาเสพติด
     
  • การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
     
  • การแท้งลูก
     
  • สงคราม การปฏิวัติ การกบฎ
     
  • การจลาจล การนัดหยุดงาน การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
     
  • การแผ่รังสี หรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์
     
  • การเล่น หรือแข่งกีฬาอันตราย เช่น สกี การแข่งรถ เป็นต้น (ประกันการเดินทางบางประเภทคุ้มครอง)
     
  • ขณะขับขี่ หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
     
  • ขณะที่โดยสารอยู่ในเครื่องบิน ที่มิใช่สายการบินพาณิชย์ เช่น เฮลิคอปเตอร์

 

การประกันภัยการเดินทาง ส่วนใหญ่แล้วจะมีรูปแบบหรือมาตรฐานเดียวกันทั้งสิ้น เพราะแต่ละบริษัทจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการประกันภัยก่อนทั้งนั้น

 

ซึ่งบริษัทประกันภัยในปัจจุบัน ได้มีการคิดค้นและพัฒนารูปแบบการรับประกันภัยการเดินทางใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ให้ผู้เอาประกันภัยมีทางเลือกที่หลากหลายและได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้น

 

          คุ้มครองความเสียหายส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากอุบัติเหตุ
 

  • การสูญเสีย ความเสียหาย หรือความล่าช้า ที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าเดินทาง
     
  • การยกเลิก การหยุดชะงักการเดินทาง ความล่าช้า รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน
     
  • การสูญเสียเงินส่วนตัว และการสูญเสียเอกสารเดินทาง
     
  • ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้าย และการส่งกลับประเทศเพื่อรักษาพยาบาล
     
  • การส่งศพ หรือกระดูก หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต
     
  • ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

rabbit finance ได้พาคุณไปทำความรู้จักกับ "ประกันภัยการเดินทาง" กันแล้ว ต่อไปเราจะพาคุณไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัยการเดินทางกันว่า ประกันภัยการเดินทางมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะซื้อประกันภัยการเดินทางที่นี่ไหน วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

 

          ประเภทของประกันภัยการเดินทาง

ประเภทของประกันภัยการเดินทาง สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

 

สำหรับประกันภัยการเดินทางแบบปกติ หรือที่เรียกกันว่า ประกันภัยการเดินทางภายในประเทศ ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองในด้านค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการชดเชยในกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือมีการสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ

 

สำหรับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ จะเน้นให้ความคุ้มครองที่หลากหลายมากกว่าประกันภัยการเดินทางแบบปกติ โดยจะคุ้มครองผู้ถือกรมธรรม์ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล ทั้งจากอุบัติเหตุและความเจ็บป่วยต่างๆ ที่อยู่ในเงื่อนไข การสูญหายหรือล่าช้าของสัมภาระและทรัพย์สิน ความล่าช้าของสายการบิน รวมถึงการถูกยกเลิกเที่ยวบิน หรือการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมท่องเที่ยวอย่างกะทันหัน

 

          ประกันภัยการเดินทาง สามารถทำได้ที่ไหนบ้าง

หากคุณตัดสินใจที่จะซื้อกรมธรรม์ได้แล้ว แต่คุณยังไม่รู้ว่า ซื้อประกันภัยการเดินทางที่ไหนดี ข้อมูลด้านล่างนี้ คงเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อยค่ะ

 

  • ซื้อกรมธรรม์จากบริษัทประกันภัยโดยตรง

บริษัทประกันภัยและตัวแทนส่วนใหญ่จะขายกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทาง ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ

 

เราจึงขอแนะนำว่า คุณควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของตัวแทนก่อนการซื้อทุกครั้งนะคะ เพื่อให้คุณจะได้ไม่ไป

 

  • ธุรกิจจัดนำเที่ยว (tour operator) และธุรกิจตัวแทนการเดินทาง (travel agency)

ธุรกิจนำเที่ยว หรือที่เรียกกันว่า จัดทัวร์ นั่นแหละค่ะ ธุรกิจแบบนี้ นอกเหนือจากจะทำหน้าที่จัดโปรแกรมทัวร์ และนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวแล้ว ทั้ง tour operator และ travel agency ยังจัดจำหน่ายประกันภัยการเดินทางให้กับลูกค้าที่ต้องการกรมธรรม์อีกด้วย

 

  • ธุรกิจประกันภัยการเดินทาง และประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ

ธุรกิจประเภทนี้ จัดได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ย้ำว่า “มาก” ดังนั้น บริษัทและตัวแทนต่างๆ จึงพยายามหาข้อเสนอ และโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจมาเสนออยู่ตลอดเวลา

 

เพราะฉะนั้น ผู้ซื้อจึงควรพยายามหาข้อมูลจากหลายๆ บริษัท นำประกันภัยการเดินทางมาเปรียบเทียบกัน แล้วจึงค่อยตัดสินใจว่าประกันภัยการเดินทางจากบริษัทไหน ที่จะคุ้มค่าและเหมาะสมกับการเดินทางของคุณมากที่สุด

 

ซึ่งจากข้อมูลที่เราให้มา คงจะทำให้คุณตัดสินใจในการเลือกกรมธรรม์ได้ง่ายขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ยุโรป คุณต้องดูด้วยนะว่าประเทศที่คุณกำลังจะไป ต้องขอวีซ่าเชงเก้นหรือเปล่า !

ลมหนาวของสิ้นปีแบบนี้ ทำให้หลายๆ คนนึกถึงความขาวนวลของหิมะ นึกถึงภาพการเฉลิมฉลองและนึกถึงตึกรามบ้านช่องที่ประดับประดาด้วยของตกแต่งรอรับวันคริสมาสต์และวันปีใหม่ โดยเฉพาะบรรยากาศที่สวยงามของประเทศในยุโรปใช่ไหมละคะ แต่เชื่อเลยว่า หลายคนน่าจะมีแพลนเที่ยวกันบ้างแล้ว แต่เอ! ประเทศที่คุณกำลังจะไปนั้น อยู่ใน 26 ประเทศที่ต้องขอวีซ่าเชงเก้นหรือเปล่านะ

 

          26 ประเทศ ที่ต้องขอเชงเก้นวีซ่า

ประเทศที่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น คือ ประเทศออสเตรีย , เบลเยียม , สาธารณรัฐเช็ก , เดนมาร์ก , เอสโตเนีย , ฟินแลนด์ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , กรีซ , ฮังการี , อิตาลี , ลัตเวีย , ลิกเตนชไตน์ , ลิทัวเนีย , ลักเซมเบิร์ก , มอลตา , เนเธอร์แลนด์ , โปแลนด์ , นอร์เวย์ , โปรตุเกส , สโลวีเนีย , สโลวาเกีย , สเปน , สวีเดน , สวิตเซอร์แลนด์ และไอซ์แลนด์

 

ส่วนประเทศบัลแกเรีย , โรมาเนีย , ไซปรัส , โครเอเชีย , สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ยังไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มเชงเก้น ดังนั้น ผู้ที่จะไปเยือนประเทศเหล่านี้ จึงต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศดังกล่าวต่างหากด้วยนะคะ

 

          เชงเก้นวีซ่า คืออะไรนะ ?

สำหรับคนที่มีแพลนจะไปท่องเที่ยวที่ยุโรป อาจจะเคยได้ยินเรื่องของเขตพื้นที่เชงเก้นกันมาบ้างแล้ว ที่เป็นข้อตกลงของประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป ในการอนุญาตให้ผู้คนของประเทศในกลุ่มสมาชิก เดินทางระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง

 

เนื่องจาก วีซ่าเชงเก้น เป็นวีซ่าสำหรับใช้เดินทาง เข้า-ออก ประเทศในแถบยุโรป ที่มีข้อตกลงเป็นกลุ่มสมาชิกเชงเก้นร่วมกัน ทั้ง 26 ประเทศที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งหมายถึง หากนักท่องเที่ยวถือวีซ่าเชงเก้นเข้ามา ก็จะสามารถเดินทางผ่าน เข้า-ออก ในประเทศกลุ่มสมาชิกเป็นระยะเวลาสั้นๆ ได้ทั้งหมดเลย โดยไม่ต้องไปเสียเวลาขอวีซ่าของแต่ละประเทศซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ รอบยังไงล่ะ

 

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณจัดทริปไปเที่ยวประเทศ ออสเตรีย , เบลเยียม , เดนมาร์ก คุณก็สามารถไปขอวีซ่าเชงเก้นที่ประเทศออสเตรียได้เลยทีเดียว แต่เที่ยวได้ทั้ง เบลเยียม เดนมาร์ก และประเทศในกลุ่มเชงเก้นอื่นๆ  

 

แต่การใช้วีซ่าเชงเก้นก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือเรื่องของระยะเวลาที่พำนักในแต่ละประเทศ ต้องไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่เชงเก้นค่ะ

 

อ่านมาจนถึงตอนนี้ ถ้าใครกำลังวางแพลนเที่ยวยุโรปอยู่สิ้นปีแล้วล่ะก็ อย่าลืมคิดถึงเรื่องการขอวีซ่าเชงเก้นกันไว้ด้วยล่ะ! แล้วก็อย่าลืม เรื่องการทำประกันการเดินทาง ไว้ด้วยนะ เพราะว่า ประกันการเดินทาง เป็นเอกสารจำเป็นในการขอวีซ่าเชงเก้น แถมยังให้ความคุ้มครองกรณีต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเดินทางอีกด้วย

          เรื่องที่ควรรู้ ก่อนขอวีซ่าเชงเก้น

ฤดูหนาวของสิ้นปีมาเยือนแบบนี้ หลายๆ คนน่าจะเริ่มวางแพลนเที่ยวยุโรปกันบ้างแล้ว แต่คุณรู้ไหมว่า วีซ่าเชงเก้น ขึ้นชื่อเรื่องความยุ่งยากพอสมควรเลยล่ะ ทางที่ดีเรามาเรียนรู้วิธีการขอวีซ่าเชงเก้นเบื้องต้นกันหน่อยกีกว่าค่ะ

 

             6 ขั้นตอน สำหรับการขอเชงเก้นวีซ่า
 

  • เมื่อวางแผนท่องเที่ยวยุโรปได้แล้ว ให้คุณเดินทางไปติดต่อขอทำวีซ่าเชงเก้น ได้ที่สถานทูตของประเทศที่คุณคาดว่าจะใช้เวลาพำนักอยู่นานที่สุด หรือประเทศที่คุณคิดว่าจะเดินทางไปถึงเป็นที่แรกก็ได้
     
  • กรอกใบสมัครสำหรับการขอวีซ่า หรือดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์ของสถานทูตนั้นๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
     
  • แสดงหนังสือเดินทาง ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่าช่วงเวลาที่ท่านจะพำนักอยู่ในประเทศเชงเก้น
     
  • ระบุวัตถุประสงค์การเดินทาง
     
  • แสดงทรัพย์สินที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในช่วงที่พำนัก
     
  • จำเป็นต้องมีประกันภัยการเดินทาง โดยต้องมีวงเงินประกันภัย อย่างน้อย 30,000 ยูโร

 

             ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าเชงเก้น

การขอวีซ่าเชงเก้น ต้องเสียค่าธรรมเนียม 60 ยูโร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณอาจจะได้ลดหย่อนหรือไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเลยก็ได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและสิทธิพิเศษบางกรณีไป โดยคุณสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานทูตของแต่ละประเทศค่ะ

 

             อายุวีซ่าระยะสั้น

รู้กันหรือไม่ว่า ในแต่ละประเทศในกลุ่มเชงเก้น จะให้เราอยู่ได้นานแค่ไหนกัน ? ซึ่งประเภทวีซ่า และระยะเวลาพำนักในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
 

  • วีซ่าประเภท C พำนักระยะสั้น

สามารถเดินทางเข้าออกพื้นที่เชงเก้นได้ไม่จำกัดครั้ง โดยมีระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักในแต่ละประเทศ ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน
 

  • วีซ่าประเภท B วีซ่าเดินทางผ่าน

จะออกให้กับบุคคลที่เดินทางผ่านประเทศในกลุ่มเชงเก้นประเทศใดประเทศหนึ่งหรือมากกว่า 1 ประเทศ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศที่ 3
 

  • วีซ่าประเภท A วีซ่าสำหรับแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน

สำหรับนักเดินทางนอกสัญชาติกลุ่มประเทศเชงเก้น ที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศที่ 3 แต่ต้องการแวะเปลี่ยนเครื่องในประเทศพื้นที่เชงเก้น จะต้องขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินและต้องมีวีซ่าทั้ง 3 ประเภทนี้ไว้ในครอบครองด้วย

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หมายความว่า ผู้ที่ขอวีซ่าเชงเก้นจะสามารถท่องเที่ยวทั่วเขตพื้นที่เชงเก้นได้สูงสุดนานถึง 1 ปี โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถานทูตประเทศนั้นๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้องอาศัยอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เกิน 90 วันเท่านั้น ส่วนประเทศที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มเชงเก้น เพื่อนๆ ก็ต้องขอวีซ่าเพื่อผ่านเข้าประเทศนั้นๆ เสียก่อน เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการเดินทางของคุณยังไงล่ะ

ก่อนอื่นคุณต้องดูก่อนว่า คุณจะไปยื่นขอวีซ่าเชงเก้นที่สถานทูตประเทศไหน ซึ่งเอกสารในการยื่น ขอวีซ่าเชงเก้น ไม่ว่าจะเป็นแบบ Single Entry เพื่อใช้เดินทางเข้าออกครั้งเดียว หรือ Multiple Entry เพื่อใช้เดินทางเข้าออกหลายครั้ง จะไม่แตกต่างกัน โดยมีเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ ดังนี้

 

          การขอวีซ่าเชงเก้น ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

 

  • แบบฟอร์มคำร้องในการยื่นขอวีซ่า

คุณสามารถโหลดแบบฟอร์มออกจากเว็ป หรือกรอกข้อมูลในระบบออนไลน์แล้วปรินท์ออกมาก็ได้ ในส่วนนี้ต้องเช็คให้ดี เพราะข้อมูลของคุณต้องถูกต้องครบถ้วน ซึ่งการขอวีซ่าเชงเก้นในแต่ละประเทศจะมีแบบฟอร์มที่แตกต่างกัน 

 

  • หนังสือเดินทาง (Passport)

 

หนังสือเดินทาง ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน เรียกได้ว่า นับกันไปจนถึงวันที่ออกจากประเทศเชงเก้นเลย
 

  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน

เป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยเหลือคุณได้ เมื่อเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง เราให้คุณเตรียมสำรองเผื่อเอาไว้ หากทางการเรียกใช้ คุณจะได้มีพร้อมไว้เสมอ
 

  • รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว

คุณสามารถแจ้งกับทางร้านถ่ายรูปได้เลยว่าจะขอวีซ่าเชงเก้น ซึ่งจะใช้รูปถ่ายแบบสุภาพ หน้าตรง พื้นหลังขาว เห็นใบหน้าชัดเจน และควรเป็นรูปถ่ายที่ถ่ายที่มีอายุ ไม่เกิน 6 เดือน
 

  • ประกันการเดินทาง

ประกันการเดินทางเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องซื้อ โดยตอนซื้อคุณจะต้องระบุประเทศให้ครอบคลุมทั้งหมด รวมไปถึงระยะเวลาตั้งแต่วันบินไปและบินกลับ

 

อีกทั้งคุณต้องมีวงเงินประกันที่คุ้มครองทั้งค่ารักษาพยาบาล หรือประกันอื่นๆ ไม่น้อยไปกว่า 1,500,000 บาท หรือ 30,000 ยูโร โดยคุณสามารถเช็คกับทางประกันได้ว่ามีประกันเจ้าไหนบ้าง ที่ทางสถานทูตรับรองวีซ่าเชงเก้น
 

  • ตั๋วเครื่องบิน

เป็นอีกเอกสารจำเป็น ที่ต้องนำไปยื่นในการขอวีซ่าเชงเก้น ซึ่งคุณสามารถติดต่อเอเจนซี่ให้ออกตั๋วเป็นเอกสารมาก่อนได้ ถ้าวีซ่าผ่านคุณก็จะมาซื้อตั๋วที่นี่ ถ้าหากวีซ่าไม่ผ่านก็สามารถยกเลิกตั๋วเครื่องบินได้ค่ะ
 

  • แผนการเดินทางฉบับย่อ

คุณควรสรุปแผนการเดินทางทั้งหมด เช่น วัน 1 พฤศจิกายน 2560 คุณจะอยู่ในเมืองไหน และวันที่ 2 จนถึงวันกลับคุณจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง ถ้าหากเจ้าหน้าที่ถามหาแพลนในการท่องเที่ยว คุณจะต้องตอบให้ได้ด้วย
 

  • เอกสารรับรองการทำงาน

หากคุณเป็น มนุษย์เงินเดือน คุณต้องให้ทางบริษัทออกจดหมายรับรองให้ โดยต้องระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาและต้องครอบคลุมถึงวันที่คุณจะเดินทาง จนกระทั่งวันที่กลับมา พร้อมลายเซ็น และประทับตาบริษัท ซึ่งจดหมายควรจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ
 

  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน

คุณต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝากเข้าออกย้อนหลัง 6 เดือน โดยคุณอาจจะขอให้ทางธนาคารออกให้เพื่อไปขอวีซ่า ซึ่งบัญชีนี้ควรจะมีเงินหมุนเวียนเข้าออกตลอด ทั้งยอดเงินฝาก และเงินถอนออก

 

อย่างไรก็ตาม หากคุณเตรียมเอกสารพร้อมและกรอกข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะขอวีซ่าไม่ผ่านแล้วล่ะ

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์