สัมภาระสูญหาย


ปัญหาสัมภาระสูญหายระหว่างเดินทาง คือเรื่องชวนปวดหัวสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน การเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อสัมภาระสูญหายไว้แต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าเสมอ

จากสถิติในแต่ละปี สถานฑูตได้รับแจ้งกรณีของคนไทยที่ประสบปัญหาสัมภาระหายกันเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของบริษัทแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำในเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส

ที่พบว่า ทุกๆ ชั่วโมง มีกระเป๋าเดินทางกว่า 3,000 ใบทั่วโลกสูญหาย โดยคิดเป็นจำนวนกว่า 26 ล้านใบที่หายไปหรืออยู่ผิดที่ผิดทางในแต่ละปี เรียกได้ว่าปัญหากระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระหาย ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่นักท่องเที่ยวเอือมระอาและไม่อยากประสบพบเจอแน่นอน

ขั้นตอนในการปฏิบัติยามสัมภาระหาย

1. รอจนสายพานลำเลียงหยุดให้บริการ

ให้ทำการรีบแจ้งเจ้าหน้าที่บริการผู้โดยสาร หรือเคาน์เตอร์สำหรับให้บริการด้านสัมภาระเพื่อลงทะเบียนแจ้งสัมภาระหายหรือล่าช้าและมอบป้ายระบุสัมภาระที่ได้จากการเช็คอิน

2. หลังจากที่กรอกแบบฟอร์มเรียบร้อย

เจ้าหน้าที่จะให้หมายเลข Property Irregularity Report (PIR) ซึ้งเราสามารถใช้ตรวจสอบสถานะของสัมภาระที่หายไปได้

หลังจากที่กระเป๋าเดินทางของคุณได้หายไปเป็นเวลา ไม่ต่ำกว่า 7-21 วัน สายการบินจะทำการประกาศว่าได้ทำกระเป๋าขึ้นเครื่องของผู้โดยสารสูญหาย เผื่อใครที่กำลังจะขึ้นเครื่องบินครั้งแรกแล้วยังไม่ทราบว่าตามหลักของ Montreal Convention หรือที่เรียกกันก่อนหน้านี้ว่า Warsaw Convention นั้น สายการบินจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกระเป๋าเดินทางที่หายไป รวมถึงรับผิดชอบทรัพย์สินของมีค่าที่อยู่ในกระเป๋าอีกด้วย

ซึ่งในการเคลมค่าเสียหาย สายการบินจะต้องทราบว่าภายในกระเป๋าเดินทางและตัวกระป๋าเดินทางมีอะไรบ้าง ตีมูลค่าทางการเงินออกมาแล้วได้เท่าไหร่ โดยสิ่งที่คุณควรจะปฏิบัติตามมีดังต่อไปนี้

สิ่งที่ควรปฏิบัติยามถูกสายการบินประกาศสถานะ “สัมภาระหาย”

  1. เตรียมเอกสารสำเนาหนังสือเดินทาง หรือ บัตรประชาชน

  2. เตรียมเอกสารสำเนาสมุดบัญชี หรือรายการเดินบัญชี

  3. รหัส SWIFT/BCB/IBN (สำหรับโอนเงินระหว่างประเทศ)

  4. หนังสือมอบอำนาจสำหรับบัญชีของบุคคลที่สาม (หากจำเป็น)

  5. สำเนาหนังสือเดินทาง / บัตรประชาชนของบุคคลที่สาม (หากจำเป็น)

อย่างไรก็ตามคุณก็ต้องทำใจเอาไว้ก่อนว่ามูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายจะไม่ได้คืนเต็มจำนวน เนื่องจากข้อจำกัดเหล่านี้

  • เพื่อสนับสนุนการเคลมของคุณ สายการบินอาจต้องการให้คุณแนบใบเสร็จของสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋าเดินทางของคุณด้วย

  • สายการบินย่อมจ่ายค่าเสียหายต่ำกว่ามูลค่าตามจริงที่คุณซื้อของนั้นๆ

  • สายการบินมักจะไม่ครอบคลุมถึงสิ่งของที่ขึ้นรายการว่าเป็น “สิ่งของมีค่า” อย่างอัญมณี หรือเครื่องประดับ

  • ในสายการบินบางรายจะให้การคุ้มครองสิ่งของมีค่าของผู้โดยสารภายใต้ excess valuation protection service ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายคุ้มครองเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับผู้โดยสารเองว่ายินดีจะซื้อการคุ้มครองนี้หรือไม่

  • สายการบินจะประเมินค่าเสียหาย และเสนอค่าชดใช้โดยรวมจาก มูลค่าของที่สูญหาย + เอกสารที่ผู้โดยสารนำมาแสดง + excess valuation protection

เพื่อความมั่นใจในการเดินทางครั้งแรกสำหรับนักเดินทางมือใหม่ที่เพิ่งขึ้นเครื่องบินครั้งแรกการ ซื้อประกันการเดินทาง น่าจะช่วยสร้างความอุ่นใจอยู่ไม่น้อยเลย