สมัครบัตรกดเงินสดได้ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน

1. เลือกธนาคารที่ใช่

1. เลือกธนาคารที่ใช่

เรารวมธนาคารชั้นนำในเมืองไทย ให้คุณได้เทียบและเลือกบัตรที่ดีที่สุด
2. กรอกข้อมูลส่วนตัว

2. กรอกข้อมูลส่วนตัว

เพื่อสะดวกในการติดต่อกลับ ข้อมูลของคุณถูกเก็บเป็นความลับ
3. รอการติดต่อกลับ

3. รอการติดต่อกลับ

ผ่านทางเว็บไซต์และโทรศัพท์ เพื่อให้ข้อมูลลูกค้าอย่างครบถ้วน

rabbit finance เลือกสรรบัตรกดเงินสดเพื่อคุณ

ทำไมต้อง Rabbit Finance

เลือกประกันที่คุณสนใจ

เลือกประกันที่คุณสนใจ

เลือกประกันที่คุณสนใจจากเว็บไซต์ของเรา

แผนประกันชีวิตที่หลากหลาย

แผนประกันชีวิตที่หลากหลาย

ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมข้อเสนอดี ๆ ที่นี่เท่านั้น เพราะเราคือ Exclusive

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมแนะนำ เพื่อเลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณ จบที่เดียว!

บัตรกดเงินสดก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี ในยามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ที่ต้องมีการใช้จ่ายอย่างกระทันหัน และปัจจุบันการสมัครบัตรกดเงินสดอนุมัติง่ายมาก ๆ แล้วบัตรกดเงินสดคืออะไร มีมีประโยชน์หรือมีดีอย่างไร  rabbit finance ได้ลงรายละเอียดไว้เรียบร้อยให้หายสงสัยกันแล้วค่ะ

 

         บัตรกดเงินสดคืออะไร

 

บัตรกดเงินสด เป็นสินเชื่อหมุนเวียนที่สามารถกดเงินได้โดยตรงที่ตู้ ATM ได้เลยทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ตามที่สถาบันการเงินนั้นได้ทำการอนุมัติวงเงินไว้ในบัตรกดเงินสดของแต่ละบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการเงินสดเร่งด่วน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะไปยืมใครให้ลำบากใจ

 

ทุกคร้ังที่ทำการกดเงินสดออกมาแล้ว นั้นหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยของการกดเงินครั้งนั้นก็จะเริ่มคิดในทันที โดยที่สถาบันการเงินจะแจ้งรายการเบิกเงิน และจำนวนเงินชำระขั้นต่ำที่จะต้องจ่ายให้กับบัตรกดเงินสด โดยที่เจ้าของบัตรกดเงินสดสามารถเลือกได้ว่า จะจ่ายแค่ขั้นต่ำที่ทางสถาบันการเงินกำหนดมาหรือไม่ หรือจะจ่ายทั้งหมดตามที่ได้กดเงินออกไปก็สามารถทำได้

 

และเมื่อถามว่า บัตรกดเงินสดธนาคารไหนดี rabbit finance ขอบอกว่า มีทุกธนาคาร ทุกสถาบันการเงิน ที่ให้เราสามารถสมัครบัตรกดเงินสดได้ หรือสมัครบัตรกดเงินสดออนไลน์ได้กับทุกธนาคารเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันบัตรกดเงินสดอนุมัติเร็วมาก ๆ ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็รู้ผลแล้ว

 

          4 ข้อเด่นของการขอสินเชื่อบัตรกดเงินสด

 

1.ทำบัตรกดเงินสดพกติดตัวไว้ไม่เสียหาย เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือฉุกเฉินเกิดขึ้นเมื่อใด สามารถที่จะกดออกมาใช้ได้ทุกเมื่อ โดยที่ไม่ต้องไปกังวลว่าจะไปหยิบยืมใครให้ต้องเสียหน้าด้วย

 

2.สินเชื่อบัตรกดเงินสด สามารถนำมากดใช้ในการซ่อมแซมหรือต่อเติมบ้าน เมื่อเราอยู่อาศัยบ้านมาได้สักระยะหนึ่ง บ้านย่อมเกิดการสึกหรอเสื่อมโทรมไปตามระยะเวลา ไม่ว่าจะเป็น ก๊อกน้ำซึม สีหลุดร่อน ผนังร้าว ปลวกขึ้นบ้าน หลังคารั่ว กดชักโครกไม่ลง หรืออาจจะอยากต่อเติมบ้าน ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากทั้งนั้น

 

3.เพื่อเป็นนำมาเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลาน ปัจจุบันการศึกษาถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการศึกษาสามารถต่อยอดอนาคตไปสู่ความสำเร็จได้ ดังนั้นโอกาสทางการศึกษาล้วนต้องแลกมาด้วยต้นทุน ทำให้หลายคนที่ไม่พร้อมด้วยทุนทรัพย์จำต้องสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

 

4.ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการลงทุน หรือเพื่อต่อยอดขยายธุรกิจเพื่อการลงทุนในการพัฒนาสาธารณูปโภค การก่อสร้าง การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้มีความก้าวหน้าและเติบโตมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันพูดได้เลยว่า ตัวช่วยทางการเงิน ของคนเรามีมากมายจริงๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และ บัตรกดเงินสด หากคุณสนใจตัวช่วยทางการเงินพวกนี้ ก็แค่เข้าไปคุยกับสถาบันการเงิน เพื่อขอการอนุมัติก็เท่านั้น และวันนี้สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงกัน คือตัวช่วยทางการเงินอย่าง บัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อเงินสด บัตรที่ทำให้คุณขจัดปัญหาการเงินยามฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี

 

          บัตรกดเงินสด ตัวช่วยแสนดีในเรื่องการเงิน

บัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อเงินสด คือ ผลิตภัณฑ์จากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พิจารณาออกให้ โดยวงเงินหรือจำนวนเงินสูงสุดที่ได้รับ จะขึ้นอยู่กับรายได้เฉลี่ยในแต่ละเดือนของผู้สมัคร และวงเงินที่ได้รับนี้จะเป็นวงเงินที่ผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องมีเงินฝากในบัญชี และไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเบิกถอน แม้ว่าคุณจะไม่เบิกถอนเงินสดออกมา ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 

           เงื่อนไขการสมัครบัตรกดเงินสด 

สำหรับใครที่อยากจะมี บัตรกดเงินสด ไว้ครอบครอง เงื่อนไขหลักๆ สำหรับการพิจารณาอนุมัติวงเงิน คือ

  • การกำหนดรายได้ประจำขั้นต่ำ 8,000 บาท หรือ รายได้ 15,000 บาท ขึ้นไป 
  • อายุงานที่ทำต้องไม่น้อยกว่า 3-6 เดือน 
  • มีเบอร์โทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน 
  • สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย หรือธุรกิจส่วนตัวที่ไม่เข้าข่าย เงื่อนไขในการทำบัตรเครดิต 

 

               เคล็ดลับในการใช้บัตรกดเงินสด อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เคล็ดลับในการใช้บัตรกดเงินสด อย่างมีประสิทธิภาพ น้ันมีดังนี้

 

  1. สร้างวินัยทางการเงินของตัวเอง ก่อนการใช้จ่ายผ่านบัตรกดเงินสดทุกครั้ง เราควรที่จะพิจารณาถึงความจำเป็นให้ดีเสียก่อน เพราะทุกครั้งที่เราใช้บัตรกดเงินสดนั่นแปลว่าเราได้เอาเงินในอนาคตมาใช้และจะต้องเอาเงินไปจ่ายทีหลัง ซึ่งก็เหมือนกันการเป็นหนี้ล่วงหน้า แต่ถ้าเรารู้เท่าทันว่าถึงการใช้งานอย่างไร ก็จะทำให้เราสามารถชำระได้ตรงตามเวลาที่กำหนด
  2. วางแผนการใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ รู้จักการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ควบคุมการใช้จ่ายผ่านบัตรกดเงินสดไม่ให้เกินเงินที่มีอยู่ ควรกดใช้เท่าที่มีความจำเป็นจริง ๆ หรือเหตุคับขันจริง ๆ ไม่ควรใช้บัตรกดเงินสดแบบพร่ำเพรื่อเพื่อสนองกิเลสตัวเอง ควรเก็บบัตรไว้ใช้สำหรับของจำเป็นเท่านั้น  
  3. ตรงต่อเวลาในการจ่ายเงินรอบบิลของการกดบัตรเงินสดมาใช้ ดูกำหนดรอบบิลในแต่ละเดือนว่ากำหนดชำระเมื่อไหร่ ก็จ่ายให้ตรงวัน เพราะไม่เกินกำหนดระยะเวลา เพราะถ้าเกินกำหนดระยะเวลานั่นหมายความว่า ดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นอีก ทำให้การชำระเงินเพิ่มมากขึ้น อาจส่งผลให้เป็นหนี้ก้อนโตได้ในอนาคต
  4. .บริหารเงินสดที่มีอยู่ก่อนใช้บัตรกดเงินสดทุกคร้ัง ต้องพึ่งระลึกไว้เสมอว่า การพกบัตรกดเงินสดติดตัวนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในยามที่ฉุกเฉินหรือจำเป็นก็สามารถนำมากดได้เลยทันที แต่ถ้าเผลอกดใช้จ่ายแบบไม่พลั้งมือจนเพลินก็อาจจะทำให้มียอดชำระที่มากขึ้น แล้วพอถึงยามจำเป็นที่ต้องใช้จริง ๆ ดอกเบี้ยก็จะพอกพูน หรืออาจจะเกิดจำนวนวงเงินที่ธนาคารได้กำหนดได้ 5.ไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ต้องหมั่นดูรอบบิลในแต่ละเดือนว่าต้องชำระเท่าไหร่ กำหนดระยะเวลาได้ถึงเมื่อไหร่ เมื่อถึงกำหนดที่ต้องชำระเราควรจะเอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายคืนให้หมด แนะนำว่าต้องชำระให้เต็มยอดใช้จ่ายจริงและต้องตรงตามกำหนดจ่ายด้วย ถ้าหากจ่ายไม่ครบก็จะโดนคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงินนั้นตั้งแต่เริ่มไปจนกว่าจะผ่อนหมด และถ้าหากชำระเงินเกินระยะเวลาที่กำหนดก็ถูกเก็บเบี้ยปรับเพิ่มไปอีกได้
  5. บัตรกดเงินสดใช้ผ่อนสินค้าได้ 0% นานสูงสุด 36 เดือน เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถผ่อนสินค้าได้ยาวนานมากว่าบัตรเครดิต ทำให้เวลาผ่อนชำระนั้นไม่มากจนเกินไป ดังนั้นแล้วควรมีวินัยชำระให้ตรงทุกรอบบิลเพื่อไม่ให้เกิดค่าธรรมเนียมการทวงหนี้ที่เพิ่มมากขึ้น
  6. คุณสมบัติดีๆ ของการมีบัตรกดเงินสดนั้นมีมากมาย แต่ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาบัตรกดเงินสดแต่ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครดี สามารถคลิกกดเข้ามาได้ที่ rabbit finance เรามีเจ้าหน้าที่เฉพาะด้านคอยให้คำปรึกษาคุณอยู่ตลอด 24 ชม. กดเข้ามาตอนนี้เลยนะคะ

 

            ทำไมสมัคร บัตรกดเงินสด ไม่ผ่าน?

สำหรับบางคนที่อยากสมัครบัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อเงินสด แต่เป็นกังวลว่าจะไม่ผ่าน เรามาดูกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง

  • มีประวัติหนี้เสีย ค้างชำระหนี้ หรือ เครดิตบูโร 
  • รายได้ประจำไม่ถึงเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนด 
  • บางกลุ่มอาชีพมีรายได้ที่ไม่แน่นอน 
  • เบอร์โทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้  และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง 
  • เอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน 
  • สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน หรือ มีบัตรเครดิตแต่ยกเลิกก่อน 6 เดือน 
  • มีวงเงินสินเชื่ออื่นๆ และเกินความสามารถในการชำระหนี้ 
  • ไม่มีเคยมีประวัติเครดิต หรือไม่เคยขอสินเชื่อที่ไหนมาก่อน 

 

ดังนั้น ถ้าใครที่กำลังต้องการที่จะ สมัครบัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อเงินสด ควรเตรียมตัวให้ดี เช็คประวัติเครดิตบูโรของตัวเอง และเอกสารการสมัครต่างๆ ให้พร้อม เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา อีกทั้งการสมัครบัตกดเงินสด ก็จะได้ผ่านไปได้ตามต้องการค่ะ 

หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า บัตรกดเงินสด คงคิดว่านี่เป็นบัตรที่สร้างภาระให้กับตัวเอง มากกว่าที่จะเป็นตัวช่วยทางการเงิน ดังนั้น เรามาเช็กดูกันดีกว่าว่า มี Cash Cardsติดกระเป๋าไว้มันดีอย่างไร หรือมีข้อเสีย และสิทธิประโยชน์แบบไหนบ้าง

 

           ข้อดีของ บัตรกดเงินสด

 

  • ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ฟรีค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance)
  • สามารถกดเงินสดผ่านตู้ ATM ทุกธนาคาร ได้ตลอด 24 ชม.
  • คิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง หากไม่เบิกใช้ ก็ไม่เสียดอก
  • สามารถเลือกชำระเงินได้ตามที่ต้องการ เช่น ชำระเงินคืนแบบเต็มชำนวน ชำระขั้นต่ำ 3% - 5% ของยอดใช้จ่าย หรือ 500 บาทขึ้นไป
  • บัตรกดเงินสด เป็นสินเชื่อที่สมัครง่าย อนุมัติเร็ว ที่สำคัญไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน
  • เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินใดๆ คุณสามารถหยิบบัตรมาใช้ได้ทันที
  • เงินเดือนเพียง 8,000 - 10,000 บาท ก็สามารถสมัครได้เช่นกัน

 

           ข้อเสียของ บัตรกดเงินสด

  • หากไม่สามารถชำระเงินคืนได้เต็มจำนวนเงิน จะต้องเจอกับ ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด ที่สูงมาก ตั้งแต่ 20% -28% ต่อปี
  • กำหนดให้ชำระเงินคืนขั้นต่ำ งวดละ3% - 5% ของยอดหนี้คงค้าง
  • หากชำระคืนเงินด้วยจำนวนเงินที่น้อย หนี้คงค้างก็จะเหลือมาก และต้องเสียดอกเบี้ยคิดเป็นตัวเงินที่มากกว่า ดังนั้นควรรีบชำระหนี้ ให้หมดในเวลาที่ปลอดดอกเบี้ยจะดีเสียกว่า
  • ไม่มีโปรโมชั่นมากเท่าบัตรเครดิต

 

           สิทธิประโยชน์เด่นๆ ของ บัตรกดเงินสด 

  • สมัครใช้บริการได้โดยไม่ต้องมี หลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • สมัครง่าย อนุมัติไว หากมีเอกสารพร้อม โดยไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ ล่วงหน้า
  • สมัครเพียงครั้งเดียว สามารถใช้วงเงินสินเชื่อได้ตลอดไป เมื่อมีการชำระคืนวงเงินสินเชื่อก็จะกลับมาให้ใช้จ่ายได้อีก
  • คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และคิดแบบรายวัน ตามจำนวนวันที่ใช้จริงเท่านั้น
  • ฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากตู้ ATM ต่างๆ (ตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการแต่ละราย)
  • การชำระคืนขั้นต่ำในแต่ละงวดไม่สูงเท่าบัตรเครดิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาระทางการเงินสูง

 

มีสิทธิประโยชน์ดีๆแบบนี้ สมัครบัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อเงินสด ก็ดีนะคะ เพราะอย่างน้อย ก็ไม่ทำให้คุณเกิดปัญหาการเงิน หากไม่ใช้ก็ไม่มีหนี้ และเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็สามารถหยิบนำมาใช้ ได้โดยไม่ต้องกังวล

 

        ถ้าหากท่านมีคำถามบัตรกดเงินสด เหมาะกับใคร

 

ใครบ้างที่ควรใช้บัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต เป็นตัวช่วยทางการเงินที่ดีของคนยุคใหม่ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงกำลังให้ความสนใจกับการทำบัตรกดเงินสด แต่อาจจะกำลังคิดไตร่ตรองอยู่ว่าควรจะใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด rabbit finance จึงนำข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับบัตรกดเงินสดมาบอกกัน เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ มาดูกันว่าบัตรกดเงินสดเหมาะกับผู้ใช้งานแบบใดบ้าง

 

  • มนุษย์เงินเดือน

สำหรับเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เป็นประจำทุกเดือน แต่มีอยู่ในจำนวนเท่าเดิม จึงสามารถใช้งานได้อย่างจำกัด หากเกิดเหตุให้ต้องใช้เงินจำนวนมากในเวลาเร่งด่วน หรือหมุนเงินแต่ละเดือนไม่ทัน การพึ่งพาเงินสำรองจากการทำบัตรกดเงินสด ก็ช่วยแก้ปัญหาได้

 

  • ทำงานอิสระ

คนที่มีอาชีพอิสระหรือทำงานฟรีแลนซ์ จะมีรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่คงที่ แต่สามารถยื่นเอกสารเพื่อทำบัตรกดเงินสดได้หากจัดการเรื่องหลักฐานการเงินให้ดี ซึ่งบัตรกดเงินสดจะช่วยเรื่องเงินทุนสำรองที่สามารถนำเอาเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นได้

 

  • ผู้ที่ต้องการต่อยอดจากรายได้เดิม

เมื่อมีรายได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนเราก็อยากจะทำธุรกิจของตัวเอง แต่การทำธุรกิจก็จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก การมีเงินสำรองเอาไว้ใช้สำหรับหมุนเวียนในระหว่างทำธุรกิจ เงินสำรองจากบัตรกดเงินสด ก็สามารถช่วยคุณได้

  • ร้อนเงิน แต่ไม่อยากพึ่งเงินกู้นอกระบบ

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก หลายคนจึงประสบปัญหาทางการเงิน บางคนแก้ปัญหาด้วยการไปกู้เงินนอกระบบมา ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือดอกเบี้ยมหาโหด รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสมัครสินเชื่อบัตรกดเงินสด หรือทำบัตรกดเงินสด เพราะมีเงื่อนไขระบุชัดเจน รวมถึงข้อตกลงที่เป็นธรรม ไม่ต้องแบกรับภาระจากดอกเบี้ยสุดโหดอีกด้วย

 

         เคล็บลับความรู้ สินเชื่อบัตรกดเงินสด คืออะไร?

สินเชื่อบัตรกดเงินสด คือ ประเภทหนึ่งของสินเชื่อส่วนบุคคล หากผู้ขอกู้ได้รับการอนุมัติ ก็จะมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีทันที และเป็นเงินสดที่พร้อมใช้งาน ไม่ต้องรับเช็คแล้วไปทำเรื่องขึ้นเงินให้ยุ่งยาก ซึ่งคนมักจะสับสนกับบัตรกดเงินสด โดยสินเชื่อบัตรกดเงินสดจะมีวงเงินที่สูงกว่า

 

 

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของ การใช้บัตรกดเงินสด คือเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้เงิน ช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือเรียกว่า เงินฉุกเฉิน  เงินนี้คุณจะไม่เสียค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยสูงมากนัก และถึงแม้ว่าผู้ใช้บัตรกดเงินสดจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เท่ากับบัตรเครดิต ถ้าเลือกบัตรกดเงินสดอย่างฉลาด  จะพบว่าบัตรกดเงินสด มีประโยชน์มากเพียงใด

 

           1. กดเงินสดจากบัตรกดเงินสดเท่าที่จำเป็น

การมีบัตรกดเงินสดอยู่ในมือ อย่าได้คิดว่าเหมือนกับการถือบัตรเอทีเอ็ม เพราะเงินที่อยู่ใน บัตรกดเงินสด ไม่ใช่เงินของคุณค่ะ ระลึกไว้เสมอว่าทุกครั้งที่คุณกดเงินออกมาใน 1 พันบาท คุณจะต้องเสีย ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด ประมาณ 76 สตางค์ต่อวัน ย้ำว่าต่อวัน ดังนั้น หากไม่อยากเป็นหนี้หัวโต กดเงินเท่าที่ต้องใช้จริง และกดใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้นจะเป็นเรื่องที่ดีมาก

 

           2. แน่ใจว่า ต้องการเงินสดจากบัตรกดเงินสด

บ่อยครั้งปัญหาของคนมีบัตรหลายใบ และใช้รหัสเดียวกัน คือ การกดบัตรผิด ดังนั้น เช็กให้ดีก่อนกด ว่าบัตรที่ถืออยู่ เป็นบัตรที่ต้องการหรือไม่ ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการชำระเงินคืนไปฟรีๆ

 

           3. มีเงินก้อนเมื่อไหร่ ต้องชำระหนี้ทันที

หากคุณกดเงินจากบัตรกดเงินสดมาแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องรอให้มีใบแจ้งหนี้มาถึงคุณก่อนก็ได้ เพราะบัตรกดเงินสดของคุณจะมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ดังนั้น เมื่อมี เงินก้อน สามารถที่จะคืนได้ทันที

 

           4. พยายามชำระเงินให้เป็นก้อนใหญ่ที่สุด 

การที่คุณเลือกชำระเงินเป็นก้อนใหญ่ๆ จะช่วยให้คุณประหยัดค่าธรรมเนียมในการชำระเงินคืน เว้นเสียแต่ว่าคุณจะอยู่ใกล้กับสถานที่ชำระเงินโดยที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

 

           5. ชำระเงินผ่านตัวแทน

หากคุณเลือกจะชำระเงินผ่านตัวแทน จะต้องใช้ระยะเวลาในการเคลียร์ริ่งประมาณ 3 วันทำการ หากคุณต้องการชำระเงินแบบไม่มียอดคงค้าง จะต้องคำนวณดอกเบี้ยเผื่อไว้ล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นอาจจะมีดอกเบี้ยค้างอยู่ และเมื่อถึงรอบบิลต่อไปดอกเบี้ยดังกล่าว อาจจะกลายเป็นเงินที่มากกว่ายอดคงค้างได้

 

         เทคนิคการคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงิน 

 

การใช้บัตรกดเงินสด สามารถนำบัตรมากดเงินสดทุกตู้เอทีเอ็มในประเทศไทย โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการกด แต่สถาบันการเงินจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุดไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี ซึ่งมาตรฐานเดียวกันหมดทุกสถาบันการเงิน และคิดอัตราดอกเบี้ยจำนวนวันตามที่ใช้จริง

 

อัตราดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดจะอยู่ที่ประมาณ 24%-28% ต่อปี ตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด ถ้าคุณกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มในวันที่ 1 ของเดือน เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ส่วนการคิดดอกเบี้ยนั้น จะคำนวณตั้งแต่วันที่กดเงิน จนถึงวันที่จ่ายชำระเงิน

 

สมมติว่า คุณกดเงินวันที่ 1 กันยายน และจ่ายชำระคืนวันที่ 20 กันยายน มีดอกเบี้ยที่อัตรา 28% ต่อปี

มีวันที่ชำระเงิน – วันที่กดเงิน = 20 กันยายน – 1 กันยายน ต้องเสียดอกเบี้ยทั้งหมดเท่ากับ

จำนวนเงินที่กด x 28% / 365 x 20 = 10,000 x 28% / 365 x 20 เมื่อคิดแล้ว คุณจะต้องเสียดอกเบี้ย 153.42 บาท

 

เมื่อถึงวันที่ 20 กันยายน ต้องชำระคือทั้งหมด คิดได้เป็น เงินที่กด + ดอกเบี้ย = 10,000 + 153.42

หรือก็คือ 10,153.42 บาท

 

ทั้งนี้ถ้าชำระเต็มจำนวนก็จะเสียอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แพง แต่ถ้าชำระขั้นต่ำก็จะเสียอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

ขณะที่บัตรเครดิตนั้นจะคำนวณดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไป โดยอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งกำหนดระยะเวลาในการชำระทั้งหมดหรือขั้นต่ำที่ปลอดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 40 – 45 วัน

 

ตัวอย่าง เมื่อใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าในวันที่ 5 ม.ค. เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท สรุปยอดใช้บัตร วันที่ 25 ของทุกเดือน และกำหนดระยะเวลาชำระไม่เกินวันที่ 8 ก.พ. โดยคิดจากดอกเบี้ยบัตรเครดิต = (ยอดใช้จ่าบบัตรเครดิต x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน)/365

หากเจ้าของบัตรเครดิตเลือกที่จะชำระขั้นต่ำในวันที่ 8 ก.พ. (10%) = 2,000 บาท ดอกเบี้ยเงินต้นที่เกิดจะคำนวณ 2 ขั้น รวมกัน

 

ขั้นที่ 1 วันที่ใช้บัตรเครดิต ถึง วันที่ปิดยอดบัตรเครดิต 5 – 25 ม.ค.

20,000 x 20% x 21 วัน / 365 วัน = 230.14 บาท

ขั้นที่ 2 วันถัดจากวันที่ปิดยอด – วันที่ค้างชำระ 26 ม.ค. – 8 ก.พ.

20,000 x 20% x 14 วัน / 365 วัน = 153.42 บาท

 

               สรุปใช้บัตรกดเงินสดอย่างฉลาดทำอย่างไร? 

สรุปแล้ว การใช้บัตรกดเงินสด ที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ ควรมีวินัยในการใช้เงินที่กดมาจากบัตร ทั้งการถอนและการชำระเงิน ควรมีความรอบคอบ อย่าใช้เงินในบัตรเหมือนกับเป็นบัตร ATM ของตัวเอง อีกทั้งเมื่อมีเงินแล้วไม่จำเป็นต้องรอใบเรียกเก็บเงิน ควรรีบนำเงินไปใช้ก่อนได้

         สิทธิประโยชน์เมื่อสมัครบัตรกดเงินสด กับ rabbit finance

 

สิทธิประโยชน์เมื่อสมัครบัตรกดเงินสด กับ rabbit finance สมัครวันนี้ง่าย ๆ เพียงคลิกกดสมัครออนไลน์เข้ามาที่ rabbit finance บัตรกดเงินสด ช่องทางที่สะดวกรวดเร็วทันใจ ที่คุณจะได้มีดังนี้

 

  1. สมัครบัตรกดเงินสด ผ่าน rabbit finance อนุมัติฉับไว ไม่ต้องเตรียมเอกสารมากมายให้ยุ่งยาก กับขั้นตอนง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชม.
  2. rabbit finance มีเจ้าหน้าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง เข้าใจง่าย
  3. ค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มทุกธนาคารทั่วประเทศและทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน
  4. สมัครโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน และวงเงินสามารถใช้ได้ตลอดไป
  5. กดเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ทุกธนาคาร ทั่วประเทศ และทั่วโลก
  6. มีช่องทางในการชำระยอดบัญชีฯ คืนมากมาย พร้อมรับวงเงินคืนทันที
  7. บัตรกดเงินสดใช้รูดซื้อสินค้าผ่อนชำระผ่อน 0% ระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 10 เดือน 12 เดือน หรือ 24 เดือน ส่วนใหญ่ที่ใช้ได้จะเป็นแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  8. บัตรกดเงินสดสามารถชำระเป็นขั้นต่ำได้

 

Rabbit Finance เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะบัตรกดเงินสด จากแบรนด์ชั้นนำทางการเงินของประเทศไทยให้เลือกสรร แล้วจะเลือกบัตรกดเงินสดแบบไหนให้ตรงใจเรา ลองพิจารณาคัดเลือกได้ดังนี้

 

บัตรกดเงินสด Citi Ready Credit สิทธิประโยชน์มีมากมายเช่น

 

  • ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมกว่า 30,000 ตู้ ทั่วประเทศ และอีกกว่า 20,000 ตู้ในกว่าอีก 42 ประเทศทั่วโลก
  • สั่งเงินก้อนได้ทุกเมื่อ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวงเงินสำรอง ใช้แยกจากวงเงินบัตรเครดิตผ่อนนานสุดถึง 48 เดือน กว่า 4,000 ร้านค้าที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพ ความงาม ท่องเที่ยว และ เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ดอกเบี้ย 0% 3 รอบบัญชีแรก สำหรับยอดจากการกดเงินสดไม่เกิน 50,001 บาท
  • แบ่งจ่ายรายเดือนกับ Citibank Paylite ! แบบชิลๆ แล้วรับของกำนัลมากมาย

 

บัตรกดเงินสด UOB Cash Plus สิทธิประโยชน์มีมากมายเช่น

  • ชำระดอกเบี้ยคืนตามที่ใช้งานจริง จ่ายคืนขั้นต่ำแค่ 5% หรือ 500 บาท
  • สามารถผ่อนสินค้าและบริการ 0% ได้ระยะเวลายาวนานถึง 24 เดือน
  • จ่ายสบายๆชำระขั้นต่ำเพียง 500 บาท หรือ 5% ของยอดค้างชำระ
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ 9.99%* สำหรับลูกค้าที่เลือกเปลี่ยนวงเงิน  อนุมัติเป็นเงินก้อน 50 % ขึ้นไป ณ วันที่สมัคร

 

บัตรกดเงินสด KTC PROUD สิทธิประโยชน์มีมากมายเช่น

  • มีเงินสดพร้อมใช้ตลอด 24 ชม. กดเงินสดได้ทุกตู้ ATM ทั่วประเทศ ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปี
  • สมัครง่าย อนุมัติไวเงินเดือนเริ่มต้น 12,000 บาท อายุงาน 4 เดือน ก็สมัครได้

 

         เอกสารประกอบการสมัครบัตรกดเงินสด

 

เตรียมตัวสมัครบัตรกดเงินสด

เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจนสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าจะสมัครบัตรกดเงินสดที่ไหนดี ขั้นตอนต่อมาคือการเตรียมตัวเพื่อยื่นเอกสารสมัครบัตรกดเงินสด   ถ้าพิจารณาคุณสมบัติในเบื้องต้นว่าตรงตามที่ทางสถาบันการเงินระบุ ถัดมาก็คือการจัดเตรียมเอกสาร ซึ่งทาง rabbit finance ได้นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครบัตรกดเงินสดมาแบ่งปัน เพื่อให้คุณสามารถสมัครบัตรกดเงินสดที่อนุมัติง่าย ได้บัตรมาใช้งานได้เร็วทันใจ

 

เอกสารประกอบการสมัครมีดังต่อไปนี้

 

บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำ / ข้าราชการ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาหนังสือเดินทาง
  • เอกสารแสดงรายได้ (หนังสือรับรองเงินเดือน ออกโดยที่ทำงาน หรือ สลิปเงินเดือน)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นบัญชีเงินเดือน หน้าแรก และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน

 

ทำอาชีพอิสระ / เจ้าของกิจการ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากส่วนตัวของผู้สมัครบัตรกดเงินสด หน้าแรก และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนการค้า
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ร่วมถือหุ้น

 

ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย (ทำงาน / ทำธุรกิจ)

  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย (Work permit)  2 ปี ขึ้นไป
  • เอกสารแสดงรายได้ (หนังสือรับรองเงินเดือน หรือ สลิปเงินเดือน)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นบัญชีเงินเดือน หน้าแรก และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน

 

ถ้าจัดเตรียมเอกสารสำหรับการสมัครบัตรกดเงินสดเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเช็คข้อมูลและโปรโมชั่นดูอีกทีว่าบัตรกดเงินสดธนาคารไหนดี มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ใหม่ๆ อะไรบ้าง จะได้ไม่พลาด

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์