แหล่งรวมสมัครบัตรเครดิต Cashback, สะสมไมล์ และ ผ่อน 0%

ค้นหาบัตรเครดิตที่ดีที่สุด สำหรับคุณ
เลือกไลฟ์สไตล์ที่ใช่
ระบุเงินเดือนประจำของคุณ

ไลฟ์สไตล์ และความต้องการ

เพราะบัตรเครดิตแต่ละใบ แม้จะมาจากธนาคารเดียวกัน แต่ก็มีการดีไซน์โปรโมชัน ดีไซน์การใช้งานต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป และเพื่อที่เราจะได้ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด การเลือกสมัครบัตรที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เปรียบเทียบก่อนทำจึงจำเป็นมากๆ

 

วงเงินเท่าไหร่

อ้าว ทำไมเราต้องเปรียบเทียบวงเงินด้วย โดยปรกติแล้วการสมัครบัตรเครดิตจะให้วงเงินในการรูดใช้บัตรโดยอ้างอิงจากเงินเดือนของผู้ทำบัตร หากเรารูดเต็มวงเงิน ก็จะไม่สามารถรูดใช้งานบัตรเครดิตได้อีกนั่นเอง

บางธนาคารอาจจะให้วงเงินคุณแค่ 1.5 เท่า แต่บางธนาคารให้มากถึง 2 เท่า สำหรับใครที่อาจจะใช้รูดซื้อสินค้าราคาแพงหน่อย วงเงินอาจจะเต็มเร็ว ทำให้เราไม่สามารถรูดซื้อสินค้าอื่นๆ ได้

เช่น  ถ้าคุณต้องไปเที่ยวเดินทางต่างประเทศ การรูดซื้อด้วยบัตรเครดิต หรือจ่ายค่าโรงแรม ค่าอาหารด้วยตัวบัตรเครดิตจึงเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าเกิดจู่ๆ วงเงินเต็มขึ้นมากลางทางละ? แค่คิดก็ขนลุกแล้วล่ะ

 

โปรโมชันต่างๆ

สิ่งที่เราต้องเปรียบเทียบเป็นพิเศษก่อนสมัครบัตร คือการเช็กว่าโปรโมชันเหล่านั้น เป็นเพียงแค่โปรโมชันเรียกกระแส หรือเป็นโปรโมชันที่น่าสนใจระยะยาว และการทำโปรโมชันต่างๆ ระหว่างร้านค้านั้นเป็นร้านที่เราใช้บริการบ่อยบ้างรึเปล่า?

โปรโมชันไม่ใช่แค่ส่วนลดราคาในเดือนนั้นๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเปรียบเทียบรวมไปถึงการผ่อนซื้อสินค้าต่างๆ เพราะบัตรเครดิตบางเจ้าให้คุณผ่อน 0% นาน 10 เดือน แต่บางเจ้าไม่ให้คุณผ่อนเลย ต้องเสียดอกเบี้ย 0.8% แทน

การได้แต้มสะสมเพิ่ม การแลกเงินคืน บางร้านค้า คุณอาจจะได้ของแถมเพิ่ม หรือได้แต้มพิเศษขึ้นไปอีกต่างหาก

 

อัตราดอกเบี้ย และระยะปลอดดอก

หากเราจ่ายเต็มจำนวนในรอบบิลถัดไปทุกครั้งได้ หรือจ่ายใน ระยะปลอดดอก อัตราดอกเบี้ยก็ทำอะไรเราไม่ได้ เผลอๆ บางคนไม่จำเป็นต้องเสียดอกให้ธนาคาร และการเลือกบัตรที่ดี ควรเลือกแบบที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด

ดังนั้น ก่อนสมัครบัตรสักใบ ควรตรวจสอบว่าแต่ละธนาคาร หรือแม้แต่ธนาคารเดียวกัน แต่บัตรคนละประเภท ก็ให้ดอกเบี้ยไม่เหมือนกันอีกด้วยนะ การเปรียบเทียบสิ่งเหล่านี้ จะทำให้คุณสามารถบริหารเงิน หมุนเวียนเงินต่างๆ มาจ่ายค่าบัตรเครดิตได้มากขึ้น

 

ค่าธรรมเนียมต่างๆ

รายได้ส่วนนึงของธนาคาร ก็คือค่าธรรมเนียมต่างๆ นี่แหละ ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูง จ่ายครบเต็มจำนวนทุกครั้งที่ใช้บัตร แต่ก็ต้องเช็กให้ดี เพราะบัตรเครดิตบางเจ้ามีค่าธรรมเนียมรายปีให้จ่าย

ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียมเท่านั้นที่คุณต้องรู้ แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ควรรู้ไว้เช่นกัน อย่าง ค่าสมัครบัตร, ค่าธรรมเนียมในการชำระล่าช้า, ค่าธรรมเนียมในการทวงถามหนี้ หรือกระทั่งค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด

 

สรุปแล้ว บัตรเครดิต มีกี่ประเภทกันแน่ 

หากแบ่งตามประเภทการใช้งาน โดยเน้นการลักษณะต่างๆ แล้ว เราจะสามารถแบ่งประเภท ให้เข้าใจได้ ง่ายๆ ดังนี้

  • บัตรเครดิตเงินคืน

เป็นบัตรที่จะเน้นให้ผู้รูดซื้อ ได้เครดิตเงินคืน ในอัตราการรูดซื้อที่กำหนด โดยบางโปรโมชั่น อาจจะให้เงินคืน เมื่อซื้อถึงยอดจ่าย ไม่ว่ายอดจ่ายเหล่านั้นจะเป็นการซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ หรือการเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันที่เป็นพันธมิตรร่วมกัน เป็นต้น

แต่บางเจ้าอาจจะให้คืนต่อเมื่อต้องนำแต้มสะสมต่างๆ มาแลก โดยบัตรประเภทนี้จะเหมาะกับคนที่ช้อปปิ้งผ่านบัตรบ่อย หรือใช้ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ รวมไปถึงการใช้ซื้อสินค้าผ่อน 0% ก็เหมาะมากเช่นกัน

 

  • บัตรเครดิตสะสมไมล์

เหมาะสำหรับใครที่เดินทางบ่อย ท่องเที่ยวบ่อย ด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบิน บัตรสายสะสมไมล์จะน่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะให้คุณนำแต้มสะสมไมล์เพื่อได้สิทธิ์พิเศษต่างๆ จากสายการบินแล้ว บางแห่งยังสามารถใช้แต้มเป็นส่วนลดการซื้อตั่วเครื่องบินครั้งต่อไป ที่น่าสนใจเพิ่มเติม คือ บัตรสะสมไมล์เหล่านี้ จะให้สิทธิ์พิเศษ สำหรับผู้ถือบัตรใช้พื้นที่รับรองเฉพาะอีกด้วย!

 

  • บัตรเครดิตที่แลกของรางวัลโดยใช้คะแนนสะสม

บัตรประเภทนี้ จะคล้ายคลึงกับเงินคืน แต่จะแตกต่างตรงที่ ให้ยอดสะสมแต้มต่างๆ เยอะมากเป็นพิเศษ หากคุณรูดซื้อได้ตามเงื่อนไข เช่น หากรูดเติมน้ำมัน จะได้แต้มพิเศษ 2 เท่า, หากซื้อสินค้าในเครือ ในวันเกิด จะได้แต้มสะสมมากถึง 3 เท่า พ่วงกับ การผ่อน 0% ก็ได้ เป็นต้น

 

โดยบัตรที่ใช้คะแนนสะสม จะเน้นให้เราสะสมแต้มไปแลกเครดิตเงินคืน ส่วนลด หรือสิทธิ์พิเศษต่างๆ กันออกไป อย่าง บางบัตร สามารถนำแต้มคะแนนมาแลกเป็นตั๋วหนังได้ฟรีๆ หรือบางแห่งสามารถใช้เป็นส่วนลดการซื้อสินค้านั้นๆ ได้เลย

 

 

ส่วนการ ผ่อน 0% นั้นส่วนมาก จะขึ้นอยู่บัตรของแต่ละธนารคารว่า มีเงื่อนไข โปรโมชั่น กับร้านค้าที่ร่วมรายการมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้แล้ว ในหลักสากล ยังมีการแบ่งประเภท ตามการใช้งานอีก ดังนี้

  • International Credit Card เป็นบัตรที่สามารถใช้ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น บัตร  VISA,  บัตร Master, บัตร Diners Club และบัตร American Express เป็นต้น 

  • Local Credit Card บัตรที่ใช้ได้ภายในประเทศ เช่น บัตรจากธนาคารต่างๆ ในประเทศไทย เป็นต้น

  • บัตรเครดิตที่ใช้เฉพาะร้านค้า (Store Card หรือ Private Label) ได้แก่ บัตรเซ็นทรัล บัตรเทสโก้โลตัส เป็นต้น

 

แล้วแบบนี้ เลือกยังไงดี ?

หลายคนอาจจะยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกบัตรยังไงดี ถึงเข้ากับตัวเอง โดยคุณอาจจะลองสำรวจจากไลฟ์สไตล์ต่างๆ ก่อน เช่น

หากคุณมีรถยนต์ ต้องเติมน้ำมันบ่อยด้วยบัตรเสมอ การเลือกบัตรที่ให้แต้มสะสม โปรโมชัน หรือส่วนลดกับปั๊มน้ำมันต่างๆ เป็นพิเศษแล้ว จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากยิ่งขึ้น

ถ้าคุณชอบช้อปปิ้ง ชอบใช้รูดซื้อสินค้า ผ่อน 0% บ่อยๆ มีโอกาสต้องเข้าไปทานอาหารในห้างสรรพสินค้าบ่อยๆ ลองมองหาบัตรที่มีโปรโมชันร่วมกับห้างสรรพสินค้า ให้แต้มเยอะๆ หรือได้เครดิตเงินคืนดูสิ

หรือถ้าใครที่ชื่นชอบการเดินทางบ่อยๆ ชอบเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นประจำ บัตรที่เน้นสะสมแต้มสะสมไมล์ต่างๆ ที่สามารถนำไปเป็นส่วนลดในการซื้อตั๋วเครื่องบินในครั้งหน้า

ลองคิดดูสิ บางบัตร นอกจากจะให้คุณ ผ่อน 0% ได้แล้ว ยังให้ส่วนลดพิเศษ หรือเราสามารถนำแต้มสะสมพิเศษต่างๆ มาแลกคืนเป็นเงิน เป็นส่วนลด หรือเป็นเครดิตเงินคืนได้อีกต่างหาก ฟังแล้วดูน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

ธนาคาร