ประกันสุขภาพรูปแบบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ฮีโร่ ผู้ช่วยเหลือคุณในยามป่วย

ดูแลคุณ ทุกเพศ ทุกวัย

ดูแลคุณ ทุกเพศ ทุกวัย

สมัครง่าย เพราะสมัครได้
ตั้งแต่อายุ 1 เดือน จนถึง 65 ปี

คุ้มครองคุณยามป่วย จนถึงอายุ 80 ปี

คุ้มครองคุณยามป่วย จนถึงอายุ 80 ปี

ชดเชยการขาดรายได้ยามเจ็บป่วย
มีเงินก้อนคืนให้ระหว่างสัญญา

ชำระเบี้ยราคาสมเหตุสมผล

ชำระเบี้ยราคาสมเหตุสมผล

รับความคุ้มครองระดับพรีเมี่ยม
เบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้

rabbit finance เลือกสรรหลากหลายประกันสุขภาพเพื่อผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

ประกันสุขภาพสำหรับลูกที่คุณรัก

ทำไมต้อง Rabbit Finance

เลือกประกันที่คุณสนใจ

เลือกประกันที่คุณสนใจ

เลือกประกันที่คุณสนใจจากเว็บไซต์ของเรา

แผนประกันชีวิตที่หลากหลาย

แผนประกันชีวิตที่หลากหลาย

ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมข้อเสนอดี ๆ ที่นี่เท่านั้น เพราะเราคือ Exclusive

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมแนะนำ เพื่อเลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณ จบที่เดียว!

“อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐ” คำพูดนี้หลายคนคงได้ยินคุ้นหูกันจนชิน แต่การเจ็บป่วยก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะมาในตอนไหน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากร่างกายไม่แข็งแรงก็จะยิ่งเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนอื่น ๆ ฉะนั้นแล้วการเตรียมความพร้อมที่ดีถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งด้วยการทำประกันสุขภาพ OPD (ผู้ป่วยนอก) หรือชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ Out-Patient-Department ให้ความคุ้มครองครบในเรื่องค่ารักษาพยาบาล โดยที่เราไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน เพราะโรงพยาบาลจะทำการหักค่ายา ค่าแพทย์ ค่าทำแผล หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อยู่ในสัญญากรมธรรม์ประกันสุขภาพของเรานั่นเอง 

 

ทั้งนี้ประกันสุขภาพ OPD (ผู้ป่วยนอก) ถือเป็นเกราะป้องกันปราการด่านแรกที่จะเป็นตัวช่วยในการรรักษาก่อนโรคต่าง ๆ นั้นจะบานปลายไปสู่โรคร้ายได้ หากเราไม่ได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที ถ้าเรามีประกัน OPD จะทำให้มั่นใจ และอุ่นใจทุกครั้งต่อการรักษาโดยไม่ต้องห่วง หรือกังวลในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ทำให้ผู้ถือกรมธรรม์สบายใจได้ เพราะประกันประเภทนี้มีการเคลมที่ง่าย และรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก

 

สำหรับประกัน OPD (ผู้ป่วยนอก) เป็นการรับการรักษาโดยที่ไม่ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่สามารถรับการรักษาและกลับบ้านได้ เพราะเนื่องจากเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย อาทิเช่น ปวดศีรษะ ตัวร้อน เป็นไข้หวัด ท้องเสีย ปวดหลัง ปวดเอว โรคกระเพาะ หรือออฟฟิศซินโดรม เป็นต้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาแต่ละครั้งเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงมากนัก แต่จะเป็นค่าใช้จ่ายแค่ค่ายา ค่าแพทย์ที่ทำการตรวจรักษานั่นเอง 

 

นอกจากนี้ ประกันสุขภาพ OPD ยังให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย หรือการได้รับการฉีดวัคซีนบางประเภท และเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมด้วย ขณะเดียวกันยังสามารถนำเบี้ยประกันมาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้อีกด้วย  นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการครอบคลุมที่มากยิ่งขึ้น ผู้ที่ถือกรมธรรม์ยังสามารถซื้อประกันชีวิตพ่วงได้อีกด้วย รวมถึงประกัน IPD (ผู้ป่วยใน) หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการคือ In-Patient-Department ซึ่งจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เช่น ค่าห้องพัก ค่าอาหาร ค่ายา ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด รวมถึงการรักษาฟัน และการรักษาการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูงและค่าอื่นๆ เป็นต้น

 

ถ้าหากใครไม่อยากกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ OPD สามารถช่วยคุณได้เมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างแน่นอน เพราะเป็นประกันสุขภาพที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณ ในยามที่ต้องเจ็บป่วยกระทันหัน

 

ใคร ๆ ก็อยากมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงด้วยกันทั้งนั้น แต่ในบนเส้นทางแห่งความจริงไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเสมอไป เพราะโรคต่าง ๆ ย่อมคุกคามตัวเราได้เสมอ ทำให้ตัวเราเองนั้นสามารถที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นแล้วการป้องกันที่ดีที่สุดคือการมีประกัน OPD (ผู้ป่วยนอก) และประกัน IPD (ผู้ป่วยใน) ที่จะเข้ามาช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุม

 

โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีเพียงแค่ประกันสังคมอาจจะไม่เพียงพอต่อการรักษาโรคอื่น ๆ ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงผู้ที่ถือบัตรทอง 30 บาทของทางภาครัฐบาลที่เข้ามาช่วยเหลือก็อาจจะไม่เพียงพอเช่นกัน และยิ่งร้ายไปกว่านั้นกับผู้ที่ไม่มีหลักประกันถ้านสุขภาพอะไรเพื่อมารองรับเลย ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับตัวเราเองในยามเจ็บป่วย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้ เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ที่จะเข้ามารุมเร้าได้ 

 

 

โดยประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก OPD สามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 6 - 69 ปี ซึ่งการชำระเบี้ยประกัน สามารถเลือกชำระได้ทั้งแบบรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน และแบบรายเดือน ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั่วไปสูงสุดไม่เกิน 30 ครั้งต่อปี หรือชดเชยค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน ตัวอย่างเช่น นางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้ซื้อประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อปี 15,000 บาทต่อปี จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดที่ 60,000 บาทต่อปี และเบิกค่ารักษาพยาบาลได้สูงสุดไม่เกิน 30 ครั้งต่อปี หรือไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน เป็นต้น 

 

 

ส่วนประกันสุขภาพผู้ป่วยใน IPD เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองกรณีต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อทำการรักษาตามคำสั่งของแพทย์ ซึ่งโดยปกติแล้วประกันประเภทนี้จะมีการกำหนดวงเงินในการรักษาพยาบาลไว้ เช่น ค่าห้องต่อวัน ค่ายา ค่าผ่าตัด รวมถึงกำหนดวงเงินในการรักษาพยาบาลต่อครั้ง เช่น นางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้ซื้อกรมธรรม์ประกันผู้ป่วยนอกไว้ด้วยวงเงินคุ้มครอง 200,000 บาท จะทำการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ไม่เกิน 20,000 บาทหรือไม่เกิน 30 ครั้งต่อปีในรอบกรมธรรม์แต่ละปี ซึ่งอาจจะมีค่าห้องพักและค่าอาหารไม่เกินวันละ 1,200 บาท และค่ารักษาพยาบาลทั่วไปไม่เกิน 15,000 บาทต่อครั้งเป็นต้น  

 

 

ฉะน้ันแล้วเพื่อเป็นการป้องกันให้ตัวเราเองมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ควรจำเป็นอย่างที่จะต้องมีประกันสุขภาพ OPD และประกันสุขภาพ IPD จะสามารถช่วยคุณในยามเจ็บป่วยได้อย่างแน่นอน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันได้ที่ rabbit finance

 

เพราะทุกวันนี้ ความจำเป็นของประกันสุขภาพกับทุกคนในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใครที่คิดจะซื้อ ประกันสุขภาพ แต่เงินในกระเป๋านั่นช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย แบบนี้เรามาลองวางแผนกันก่อนซื้อประกันสุขภาพกันดีกว่า

 

           1. ตรวจสอบดูสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน

ก่อนที่เราจะซื้อประกันสุขภาพเสริมเพิ่มเติมนั้น เราควรตรวจสอบดูให้ดีเสียก่อนว่า คุณมีสิทธิ์ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพอะไรบ้างก่อนการวางแผนซื้อประกัน  เพราะสิทธิ์เหล่านี้นับเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่เราพึงมีเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ประกันสังคม 

สวัสดิการที่ลูกจ้างทุกคนพึงมี นอกจากเรื่องรักษาพยาบาลแล้ว ยังช่วยในเรื่องอุบัติเหตุ ได้รับผลประโยชน์ในกรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และ กรณีว่างงาน ได้อีกด้วย แต่มีข้อจำกัดว่า ต้องเข้ากับโรงพยาบาลที่เข้าระบบประกันสังคมเท่านั้น 

 

นอกเหนือจากประกันสังคมที่เราใช้ๆ กันอยู่  แต่ละที่จะมีระเบียบในการเบิกจ่ายแตกต่างกันไป แต่หลักๆ ก็จะได้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่กำหนด มีข้อเสียว่า ถ้าเราออกจากที่ทำงานดั่งกล่าว ก็จะไม่ได้ประกันเหล่านี้ติดตัวออกไปด้วย

 

  • บัตรทอง 30 บาท

ในกรณีที่ไม่ได้เข้าระบบประกันสังคม หรือเข้าระบบข้าราชการ

 

           2. มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

การเลือกทำประกันสุขภาพในแต่ละที่ คุณควรยึดหลักความเสี่ยงต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพของคุณเอง การใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์แบบไหน มีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ เป็นต้น หากคุณยังหนุ่มยังแน่น เบี้ยประกันสุขภาพ ต่อทุนก็จะไม่สูงมาก หากในอนาคตมีเงินเพิ่มมากขึ้น สามารถซื้อเพิ่มเพื่อเป็นออฟชั่นเสริมในอนาคตก็ยังได้ 

 

           3. เงินในกระเป๋ามีเท่าไหร่ 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประกันสุขภาพ  ส่วนมากจะมีเบี้ยที่แพ้ เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่อง หลายอย่าง การตรวจหรือตอบสุขภาพก็เข้มงวด ทำให้การเลือกซื้อประกันสุขภาพต่างๆ รวไมปถึง ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน และ ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก ก็ต้องคิดดีๆ ก่อนซื้อด้วย

 

           4. อย่าลืมศึกษาทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ 

ทุกบริษัทประกัน ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือแม้กระทั่ง ประกันรถยนต์ ประกันออมทรัพย์แบบต่างๆ มักจะมีเงื่อนไข มีการจ่ายเบี้ยประกัน การได้เงินคืนไม่เท่ากัน  ดังนั้นควรศึกษาให้ดีทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็น การหารีวิวประกันสุขภาพจากที่อื่นๆ ตามเน็ตมาเปรียบเทียบ หรือ ศึกษาจากโบรกเกอร์ประกัน อย่าง rabbit finance ประกอบการตัดสินใจ ก็จะช่วยให้คุณเลือกสรรการวางแผนซื้อประกันแบบต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น​​​​​​​

หลายคนอาจจะกังวลว่า ประกันสุขภาพทำไปแล้ว อาจจะไม่ครอบคลุมโรคร้ายยอดฮิตต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ฯลฯ แต่เราบอกเลยว่าเลิกกังวลได้ เพราะทุกวันนี้มีการขยายรูปแบบประกันสุขภาพ เพิ่มเป็น ประกันโรคร้าย ให้คุณได้เลือกทำแล้ว

 

หลายคนอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญของการทำประกันสุขภาพ  แต่จากโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องยอมรับเลยว่า ค่ารักษาพยาบาล ที่นับวันก็จะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ  ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นของนวัตกรรมทางการแพทย์ ทั้งยารักษา เครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีแพทย์

 

จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า เงินเฟ้อเรื่องค่ารักษาพยาบาลโดยเฉลี่ยนั้นสูงถึงประมาณ 8% ต่อปี ไม่นับเรื่องค่ารักษาพยาบาลด้านอื่นๆ อีก ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสมัยนี้ แม้ไม่ต้องเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง อย่างแค่ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือท้องเสียเข้าโรงพยาบาล นอนอยู่ไม่กี่คืน เช็กบิลออกมาก็อาจจะหมดไปเกือบแสน

 

แล้วถ้ายิ่งต้องโรคร้ายต่างๆ นั้น เราต้องยอมรับว่าในการรักษาจะต้องใช้เงินมากเป็นพิเศษ ผิดกับโรคธรรมดาทั่วไปที่ประกันสุขภาพสามารถช่วยจ่ายได้ แต่หากเราได้เงินชดเชยจากประกันโรคร้ายแรงมาบ้าง ก็มีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ค่าชดเชยเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล, ค่ารักษา หรือ บางเจ้า หากไม่มีการเรียกร้องสินไหมโรคร้ายแรง จะได้รับค่าเบี้ยประกันในปีสุดท้ายคืนอีกด้วย

 

           ประกันสุขภาพ OPD , ประกันสุขภาพ IPD ช่วยคุณได้ 

แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่ประกันโรคร้ายอย่างเดียวที่สามารถดูแลคุณได้ แต่ในบางบริษัท ประกันประเภท OPD หรือ ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก สามารถช่วยชดเชยโรคร้ายได้ในบางโรค เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ได้เช่นกัน

 

แต่ทริคที่น่าสนใจมากๆ ในการทำประกันสุขภาพ แม้ว่าจะมีโรคร้ายทางประกันก็รับผิดชอบคือ การแจ้งความจริงเรื่องโรคที่เป็นอย่างตรงไปตรงมา  แน่นอนว่าบางแห่งอาจจะบอกปัด แต่บางแห่งเมื่อตรวจสอบแล้วผ่านเกณฑ์ของบริษัท ก็อาจจะมีเพิ่มเบี้ยประกันขึ้นบ้าง

 

แต่ทั้งนี้ ในตอนที่เริ่มต้นทำประกันนั้น หากกังวลว่าคุณจะสามารถทำได้หรือไม่ หรือ ข้อยกเว้นประกันสุขภาพ  ควรเริ่มต้นศึกษาและสอบถามทางบริษัทประกันดูก่อน เพื่อไม่ให้พลาดผลประโยชน์ต่างๆ นั่นเอง สำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นทำประกันสุขภาพ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนนี้ ก็มีตามนี้เลย

 

  • เลือกรูปแบบประกันสุขภาพผู้ป่วยใน และ ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก ที่คุณต้องการ และอย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ เพื่อประโยชน์ของตัวคุณ 
  • ติดต่อบริษัที่ต้องการ ซื้อประกันสุขภาพ หรือ โบรกเกอร์ประกันภัย เพื่อปรึกษา หรือ เปรียบเทียบประกันสุขภาพ ว่าอะไรเหมาะสมกับคุณที่สุด 
  • กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง และตอบคำถามสุขภาพ ควรตอบอย่างเน้นย้ำ และตรงไปตรงมา่ ไม่ปกปิดข้อมูลความจริง เพราะนั่นจะทำให้คุณเสียประโยชน์ และถูก ยกเลิกกรมธรรม์ ได้ภายหลัง 

นอกเหนือจาก ประกันสุขภาพ หรือ ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก rabbit finance  มีประกันอะไรอีกบ้างที่น่าสนใจ ในกรณีที่เงินเดือนของคุณนั้นเพียงพอ เพื่อเพิ่มความมั่นคงต่างๆ ให้กับชีวิต ลองมาดูกันดีกว่า

 

  • ประกันโรคร้ายแรง

อย่างที่เรากระซิบบอกไปก่อนหน้าแล้วว่า ในกรณีที่กลัวว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้าย หรือกลัวที่จะเป็นโรคร้าย แล้วจะเป็นภาระให้กับครอบครัว หรือคนที่คุณรัก  ประกันโรคร้ายแรง นับเป็นอีกออฟชั่นเสริมของการซื้อประกันสุขภาพที่น่าสนใจเลย โดยประกันโรคร้ายส่วนมากจะครอบคลุมในโรคร้ายยอดฮิตหลักๆ เช่น โรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน เป็นต้น

 

  • ประกันอุบัติเหตุ

ไม่ใช่แค่เรื่องโรคภัยเท่านั้นที่คุณควรเป็นห่วง แต่ในบางครั้ง ต่อให้ดูแลสุขภาพร่างกายดีมากแค่ไหน ในชีวิตคนเราก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้  ดังนั้น ประกันอุบัติเหตุจึงเป็นอีกหนึ่งออฟชั่นที่น่าสนใจมากๆ มี่สำคัญ เบี้ยประกันไม่แพงอย่างที่คิด ใช้ได้ในยามฉุกเฉิน เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ ประกันจะจ่ายค่ารักษาให้ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยในหรือนอก บางแห่งสามารถเข้ารับการรักษาในคลินิกได้ รวมทั้งจ่ายสินไหมกรณีเสียชีวิตด้วย

 

บางคนกังวลเรื่องทำฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน รักษารากฟัน ซึ่งการทำทันตกรรมมีรายจ่ายที่ค่อนข้างสูง ออฟชั่นเสริมอย่างประกันทันตกรรม จะช่วยให้คุณดูแลเรื่องสุขภาพฟันได้มากกว่าที่เป็นอยู่ และนับว่าไม่เลวเลย หากคิดจะทำ

 

  • ประกันการเดินทาง

หลายคนอาจจะตีหน้างง ทำไมต้องซื้อประกันเดินทางกันด้วย เกี่ยวอะไรกับประกันสุขภาพ  สำหรับใครที่เที่ยวในไทย ประกันการเดินทาง อาจจะไม่เห็นผลมากนัก (เพราะเราเองก็มีประกันอื่นๆ อยู่กับตัวเองอยู่แล้ว)  แต่กลับกัน หากต้องเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเกิดอุบัติเหตุ ป่วยไข้ ไม่สบายขึ้นมาจนต้องเข้ารับการรักษา ก็จะต้องใช้จ่ายเงินที่มากกว่าปกติ เพราะเราไม่มีประกันในต่างประเทศ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อคุณมีประกันเดินทางนั่นเอง

 

  • ประกันชีวิต

แน่นอนว่า ถึงประกันชีวิตจะไม่ช่วยในเรื่องค่าดูแลรักษา แถมการจะได้เงินคืน ก็มีเงื่อนไขหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ต้องมีชีวิตอยู่ครบตามที่แจ้ง บางครั้งกว่าจะได้เงินคืนก็ตอนที่ผู้ทำเสียชีวิต แต่เราขอบอกเลยว่ามีไว้ดีกว่า เพราะประกันชีวิตนี่แหละ ที่จะช่วยให้ครอบครัว คนที่คุณรักของคุณ ได้เงินก้อนไว้ใช้จ่าย เสมือนคุณได้ดูแลคนที่คุณรักเป็นครั้งสุดท้าย

 

อย่างไรก็ดี ถ้าต้องพูดถึงเรื่องสุขภาพแล้ว ประกันสุขภาพ OPD และ ประกันสุขภาพ IPD นับว่าเป็นเครื่องมือรองรับความเสี่ยงที่ดีมากๆ เลยทีเดียว คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีทั้ง ประกันสังคม ประกันสุขภาพกลุ่ม แต่ถ้าใครไม่มีหลักประกันสุขภาพอะไรเลย rabbit finance แนะนำว่า ประกันสุขภาพ IPD และ ประกันสุขภาพ OPD จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินเวลาที่เจ็บไข้ได้ป่วยได้อย่างดีมากๆ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

 

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์