ประกันมะเร็งและโรคร้ายสำคัญอย่างไร

คุ้มครองโรคร้ายสูงสุดถึง 70 โรค

คุ้มครองโรคร้ายสูงสุดถึง 70 โรค

รวมถึงมะเร็ง โรคหัวใจ และหลอดเลือด
ดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะลุกลาม

หมดห่วง ปัญหาด้านการเงิน

หมดห่วง ปัญหาด้านการเงิน

รับเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบ
ชดเชยรายได้พิเศษหากเจ็บป่วย

rabbit finance เลือกสรรหลากหลายประกันมะเร็งและโรคร้ายแรงเพื่อคุณ

ทำไมต้อง Rabbit Finance

ในยุคสมัยที่เราต้องทำงานภายใต้การแข่งขันรอบด้าน รวมถึงสภาพมลภาวะทางอากาศ หรือแม้แต่กระทั่งอาหารการกินที่หลายคนไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าที่ควร อาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงขึ้นได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนไทยไปไม่น้อย เพราะจากสถิติแล้วทุกชั่วโมงจะมีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งร้ายด้วยกันถึง 6 คน

 

โดย 3 อันดับของโรคมะเร็งร้ายนั้นได้แก่ มะเร็งตับ ที่พบในคนไทยมากสุดมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเพศชายมากว่าเพศหญิง และมักเสี่ยงกับคนที่ชื่นชอบการกินขอบปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม หรือคนที่ชอบดื่มแฮลกอฮอล์ เป็นต้น อันดับ 2 ได้แก่ มะเร็งปอด จากการสำรวจพบว่ามากกว่า 85% เกิดจากการสูบบุหรี่ และอีก 30% มาจากผู้ใกล้ชิดบุคคลที่สูบบุหรี่ และอันดับ 3 ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่พบในเพศหญิงที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ เป็นต้น 

 

นอกจากนี้แล้วโรคร้ายแรงอีกหนึ่งโรคที่ต้องระวังนั้นก็คือ โรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการหยุดเต้นของหัวใจ ซึ่งถือเป็นอาการหัวใจวายชนิดหนึ่ง รวมถึงโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติส่งผลให้การเต้นของหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ 

 

ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าเราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่ถ้าต้องไปเจอกับสภาพแวดล้อม หรือคนรอบข้างที่มีพฤิตกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรง เราก็ควรที่จะป้องกันตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงด้วยการทำประกันโรคร้าย หรือ ประกันโรคมะเร็ง เพื่อให้ความคุ้มครองครบถ้วน และเพื่อเป็นการเพิ่มความอุ่นใจในกรณีบังเอิญไปตรวจสุขภาพแล้วเจอกับโรคร้าย ก็ไม่ต้องตกใจและกังวล เพราะทางบริษัทประกันจะทำหน้าที่ดูแลค่ารักษาพยาบาลให้เรานั่นเอง 

 

ทั้งนี้ ผู้ที่ทำประกันโรคร้ายจะได้รับผลประโยชน์เต็มจำนวน เมื่อมีการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ว่าพบโรคร้าย ที่ครอบคลุมอยูในกรมธรรม์ของบริษัทนั้น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในระยะใดก็ตาม แต่ต้องหลังจากระยะเวลาเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 90 วัน ทางบริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ทำประกันเต็มตามจำนวนทุนประกันภัยที่คุณได้เลือกไว้ โดยเงื่อนไขการทำประกันโรคร้ายนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 10 - 60 ปี และคุ้มครองต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 65 ปี ซึ่งผู้ที่ทำประกันสามารถเลือกทุนประกันได้ตั้งแต่หนึ่งแสนบาทไปจนถึงหนึ่งล้านบาท 

 

อย่างไรก็ตี แม้ว่าในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ และยารักษาโรคได้มีการพัฒนาก้าวไกลไปมากแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า ค่ารักษาโรคร้ายก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำประกันโรคร้ายจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ควรมีติดตัวไว้ เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนั่นเอง

 

เมื่อนึกถึงประกันสุขภาพ หลายคนอาจจะคิดถึงความคุ้มครองในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นค่ายา ค่าห้อง ค่าผ่าตัด หรือแม้กระทั่งค่าอาหาร เป็นต้น ถ้าเราต้องนอนโรงพยาบาล แต่ในบางเหตุการณ์กับสิ่งที่ไม่คาดคิด ประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่ หรืออาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายกับโรคร้ายที่ต้องการค่าใช้ที่เพิ่มมากขึ้น และหลายคนอาจจะสงสัยประกัน 2 ประเภทนี้ทำหน้าที่ให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง ซึ่งเรามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาให้ได้เปรียบเทียบกัน

ประกันโรคร้ายแรงคุ้มครองเจาะจงเฉพาะโรค

เริ่มที่ประกันโรคร้ายแรง เบี้ยประกันนั้นจ่ายถูกกว่าประกันสุขภาพ และได้วงเงินความคุ้มครองที่สูงกว่า แถมยังให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงจำนวนมากถึง 30 - 40 กว่าโรค โดยระบุความชัดเจนของโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ซึ่งจะให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องรอจนถึงระยะลุกลามหรือระยะสุดท้าย และคุ้มครองชีวิตทุกกรณีไม่ว่าเสียชีวิตจากโรคร้ายแรงก็ตาม และถ้าหากอยู่จนครบสัญญาผู้ถือกรมธรรม์ก็จะได้เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา นอกจากนี้เบี้ยประกันยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

ทั้งนี้ประกันโรคร้ายแรง มีให้เลือกทั้งแบบคุ้มครองตลอดชีวิต จ่ายเบี้ยคงที่ ครบสัญญามีเงินคืนเบี้ยคงที่ เช่นจ่ายเบี้ยประกัน 10 - 20 ปี แล้วไม่ต้องจ่ายอีกเลยแถมคุ้มครองครองตลอดอายุสัญญา และแบบสัญญาเพิ่มเติม คุ้มครองปีต่อปี ต้องจ่ายเบี้ยตลอดอายุสัญญา ซึ่งแบบนี้ค่าเบี้ยประกันจะแพงขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นเบี้ยจ่ายทิ้ง

ประกันสุขภาพคุ้มครองความเจ็บป่วยขั้นพื้นฐาน

ประกันสุขภาพให้ความคุ้มครองยามเจ็บป่วยที่เป็นไปตามเงื่อนสัญญาของประกันสุขภาพ อาทิเช่น ไข้หวัด เป็นหวัด เจ็บคอ กรดไหลย้อน อาหารเป็นพิษ นิ้วล็อค ปวดหลัง ปวดขา ฯลฯ ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาได้ทั้งในรูปแบบประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD) ที่ให้ความคุ้มครองกรณีที่ต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล หรือประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) กรณีเกิดการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงแพทย์วินิจฉัยให้กลับบ้านได้ เป็นต้น ซึ่งประกันสุขภาพก็สามารถนำสิทธิไปลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อรับทราบถึงความแตกต่างระหว่างประกันโรคร้ายกับประกันสุขภาพกันแล้วว่าให้ความคุ้มครองเป็นอย่างไร ทีนี้เราลองมาสำรวจตัวเองดูสิว่า เราเข้าข่ายมีความเสี่ยงแบบไหนบ้างก็สามารถเลือกทำประกันให้กับตัวเราเองได้แล้ว แต่ทางที่ดีเพื่อเป็นการป้องกันก็ควรที่จะมีทั้ง 2 แบบไว้ติดตัว เพื่ออย่างที่รู้ ๆ กันอยู่โรคภัยไข้เจ็บนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว สนใจทำประกันโรคร้ายคลิกเข้ามาได้ที่เวปไซด์ rabbit finance ช่องทางออนไลน์ที่มีประกันให้คุณได้เปรียบเทียบในแบบที่ตรงใจคุ

 

ขอย้ำกันอีกครั้งสำหรับความคิดที่ว่า โรคร้ายแรง ไม่ตรวจก็ไม่เจอหรอกนะ มันอาจจะทำให้รู้สึกเบาใจไปได้มากๆ แต่ลองคิดถึงอนาคตว่าถ้ามันเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร ถึงแก้ไขแล้วจะทำได้สักเท่าไหร่กันเชียว

 

หรือบางคนก็ไม่มีความคิดที่ว่าหรอกค่ะ แต่ก็กำลังลังเลว่าจะทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรงดีหรือไม่ เอาเป็นว่าเลิกลังเล แล้วลองอ่านข้อมูลจาก rabbit finance กันก่อนนะคะ ว่าทำไมเราถึงต้องทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรงด้วย

 

          1. สารเคมีเจือปนในอาหาร

เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีมันก้าวล้ำ มีการผลิตสารเคมีเพื่อใช้สำหรับอาหาร อย่างเช่น สารกันบูด สารบอแรกซ์ สารปรุงเเต่งต่างๆ ซึ่งสารเหล่านี้กินได้ค่ะ แต่กินมากๆ สะสมไปเรื่อยๆ จะเป็นตัวก่อโรคร้ายแรงเช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ฯลฯ 

 

          2. มลพิษทางอากาศ

ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควันพิษจากท่อไอเสีย หรือโรงงานอุตสาหกรรมก็ตาม หากคุณสูดดมเข้าไปเป็นจำนวนมากๆ อาจเสี่ยงต่อ มะเร็งหลอดลม มะเร็งปอดได้ และโรคแทรกซ้อนได้เหมือนกัน 

 

         3. ค่ารักษาที่แพงหูฉีก

ป่วยธรรมดาค่ารักษาพยาบาลก็แพงอยู่แล้วแล้ว ยิ่งถ้าคุณมีโรคร้ายแรง ค่ารักษาแพงหูฉีกแน่นอน แต่ใจเย็นๆ นะคะ ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันโรคมะเร็ง หากคุณมีกรมธรรม์เหล่านี้  ประกันจะช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยค่ะ

 

         4. ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง สร้างความอุ่นใจ

หากคุณมีประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง หรือ ประกันโรคมะเร็ง กรมธรรม์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับเรา ยิ่งในกรณีไม่คาดคิด เช่น ตรวจเจอเนื้องอก มะเร็ง ทางประกันสุขภาพจะทำหน้าที่ดูแลค่ารักษาพยาบาลให้เราเอง

 

         5. ที่ปรึกษาด้านสุขภาพ

ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง จะมีทีมแพทย์ ทีมพยาบาล และทีมให้ความรู้เรื่องโรคภัย ซึ่งจะทำหน้าที่ให้คำแนะนำอยู่ตลอด และให้การดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลสำหรับโรคร้ายแรง รวมถึงให้คำปรึกษาการดูแลตนเองให้สุขภาพดี

 

         6. วิธีการออมเงินอย่างหนึ่ง

จริงอยู่นะคะที่ว่า ประกันชีวิตสามารถใช้ออมเงินได้ แต่ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ใช้ออมเงินได้ด้วยเหรอ? คำตอบคือได้ค่ะ แต่ในกรณีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องรักษาพยาบาลเสียมากกว่า หรือประกันสุขภาพบางประเภทจะมีเงื่อนไขกำกับเอาไว้ว่า ประกันโรคร้ายแรงที่ไม่ถูกเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตลอดระยะสัญญา ก็จะได้เบี้ยประกันคืนให้ปีสุดท้าย 

 

         7. ประกันสุขภาพชดเชยรายได้ 

หากคุณมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา นอนโรงพยาบาล เป็นเหตุให้คุณต้องหยุดงานเป็นเวลาหลายวัน คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเดือนหรือรายได้ของคุณ เพราะทางประกันจะมีเงินชดเชยช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ได้ค่ะ หรือที่เรียกว่า ประกันสุขภาพชดเชยรายได้ นั่นเอง

ประกันโรคร้ายแรง ความคุ้มครองของประกันตัวนี้ก็สมชื่อเลยนะคะ เพราะความคุ้มครองของ ประกันโรคร้ายแรง จะเน้นหนักไปที่คุ้มครองโรคร้ายแรง อย่างเช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด โรคไต โรคประสาท เนื้องอก และโรคอื่นๆ  ที่เป็นโรครักษายาก และค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ถ้าอยากจะรู้ว่าประกันโรคร้ายแรงคุ้มครองในส่วนใดบ้าง วันนี้ rabbit finance จะมาบอกให้คุณรู้เองค่ะ

 

           ความคุ้มครองของประกันโรคร้ายแรง

  • เมื่อไหร่ที่ผู้เอาประกันตรวจพบโรคร้ายแรง ก็จะได้รับเงินค่ารักษาจากทางประกันสุขภาพ โรคร้ายแรงทันที
  • หากผู้เอาประกันต้องเข้ารักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน และมีความจำเป็นต้องหยุดการทำงานเป็นเวลานาน ประกันโรคร้ายแรง หรือ ประกันสุขภาพชดเชยรายได้ จะชดเชยรายได้ให้
  • หากไม่มีการเคลมใดใดทั้งสิ้น บริษัทประกันจะคืนเบี้ยประกันให้กับผู้เอาประกัน 

 

           เหตุผลอะไรบ้างที่ ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรง ไม่คุ้มครอง

เอาล่ะค่ะ เมื่อรู้ข้อดีที่ประกันโรคร้ายแรงให้ความคุ้มครองแล้ว ผู้เอาประกันหลายคนก็ไม่ค่อยสนใจความไม่คุ้มครองด้วยนะคะ อาจเข้าใจกันว่า ไม่สำคัญเท่าไหร่นัก สนใจแต่ความคุ้มครองดีกว่า ขอบอกเลยว่าผิดถนัด ผู้เอาประกันหลายคนไม่ยอมทำความเข้าใจในเงือนไขของกรมธรรม์ เลยรู้สึกว่า เวลาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไปทำไมไม่ได้รับความคุ้มครอง  ซึ่งจริงๆ แล้ว สิ่งที่ผู้เอาประกันต้องรู้ก็คือ "เหตุผลอะไรบ้างที่ประกันสุขภาพไม่ยอมคุ้มครอง" นั่นก็เพื่อผลประโยชน์ของผู้เอาประกันเองนะคะ 

 

           1. โรคประจำตัวของผู้เอาประกัน

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ ประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรง ไม่ให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันเคยมีประวัติการรักษาโรคประจำตัว หรือโรคที่ระบุเอาไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกันอาจปฏิเสธการคุ้มครองได้ ยิ่งผู้เอาประกันปกปิดข้อมูลเท่าไหร่ ยิ่งเกิดผลกระทบตามมาเป็นเท่าตัว 

 

           2. กรมธรรม์ประกันสุขภาพถูกบอกเลยสัญญา

ในกรณีแบบนี้ที่ผู้เอาประกันถูกยกเลิก กรมธรรม์ประกันสุขภาพ มักจะมาจาก การจ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว จ่ายไม่ต่อเนื่อง หรือไม่จ่ายเบี้ยประกันเลย ผลกระทบก็คือ ผู้เอาประกันภัยอาจไม่ได้รับเงินต้นที่ชำระไป หรือได้เงินแต่ไม่ครบเต็มจำนวน 

 

           3. ไม่คุ้มครองโรคร้ายแรงที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไข

นี่คือหัวใจสำคัญของการทำประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรง เลยล่ะค่ะ ผู้เอาประกันควรจะดู อ่าน และศึกษาเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนซื้อประกันสุขภาพให้เข้าใจแจ่มแจ้งว่า กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ไม่คุ้มครองโรคร้ายแรงอะไรบ้าง หรือ ค่ารักษาพยาบาล มีจำนวนเท่าใด เพราะแต่ละโรคก็ให้ความคุ้มครองไม่เท่ากัน แต่สำหรับประกันสุขภาพ จาก rabbit finance อย่าง ประกันโรคร้ายแรง แล้วล่ะก็ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือ โรคมะเร็ง ให้ความคุ้มครองนะคะ หมดห่วงไปได้เลย 

ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง ถือเป็น ประกันที่คุ้มครองสุขภาพของคุณ และยังเป็นประกันที่สำคัญของคนในสมัยนี้อีกด้วย เนื่องจากมลพิษทางอากาศ สารเคมีที่เจือปนในอาหาร เชื้อโรค อยู่รอบตัวเราเสมอ ดังนั้น การทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรง จึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งปัจจุบันเราพบว่าผู้ป่วยทั่วโลก มีอัตราเสี่ยงโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจสูงมากเลยค่ะ

 

ด้วยความเป็นห่วง rabbit finance จึงทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์ประกันภัย รวบรวมประกันสุขภาพโรคร้ายแรงให้คุณได้ตัดสินใจเลือกทำประกันสุขภาพกันค่ะ โดยเหตุผลที่คุณควรทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรงกับ rabbit finance มีดังนี้ค่ะ

 

           1. rabbit finance เป็นเว็บไซต์ที่ดีที่สุด 

เพราะ rabbit financeเป็นเว็บไซต์โบรกเกอร์ประกันภัย ที่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ในเรื่องของ ประกันสุขภาพ ดังนั้น คุณไม่ต้องกังวลเรื่องทุจริต การหลอกลวง จากเว็บไซต์ของเราเลยค่ะ และคุณจะได้รับการประกันสุขภาพที่คุณต้องการ พร้อมกับเบี้ยประกันที่ราคาเป็นมิตร แถมยังรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอการดำเนินการอีกด้วย

 

           2. บริษัทชั้นนำทางด้านโบรกเกอร์

เว็บไซต์ rabbit finance คือเว็บไซต์ชั้นนำสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาประกันสุขภาพ เพื่อนำเสนอประกันสุขภาพ โดยเฉพาะประกันสุขภาพโรคร้ายแรง ประกันโรคมะเร็ง ที่คุณสามารถเลือกให้ตรงตามความต้องการของคุณเลยค่ะ

 

           3. พันธมิตรของ rabbit finance 

ทางเราได้ร่วมมือกับหลายบริษัทประกันสุขภาพในประเทศไทย และบริษัทประกันสุขภาพจากทั่วโลก ทำให้ rabbit finance เป็นโบรกเกอร์ชั้นนำทางด้านประกันสุขภาพ ซึ่งการมีพันธมิตรหลายบริษัทมาจับมือกับเรา แสดงให้เห็นว่าเราสุจริต จริงใจ พร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านค่ะ

 

           4. ความปลอดภัยที่ rabbit finance 

เว็บไซต์ rabbit finance มีระบบรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของลูกค้า รวมถึงช่องทางการชำระเบี้ยประกัน ทางเราใช้ระบบ Omise ที่เป็นโปรแกรมจ่ายเงินออนไลน์ มีความปลอดภัย เชื่อถือได้แน่นอนค่ะ

 

           5. เป็นมากกว่าโบรกเกอร์เว็บไซต์ 

นอกจาก rabbit finance จะเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยแล้ว ทางเรายังมีบทความเกี่ยวกับ ประกันสุขภาพ วิธีการดูแลสุขภาพ ลักษณะอาการ ลักษณะของโรค เพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องประกันสุขภาพ และ โรคภัยรอบตัว นอกจากนั้น ยังมี หมวดคำศัพท์ประกันสุขภาพ อีกด้วย

 

           6. การบริการ

และอย่างสุดท้าย rabbit finance ของเรามีบริการตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง หากลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัย อยากปรึกษาเรื่องประกันสุขภาพ ทางเราก็มีให้บริการตอบคำตอบให้กับลูกค้าเช่นกันค่ะ

 

สำหรับผู้เอาประกันคนใดที่กำลังมองหา ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันโรคมะเร็ง ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ในเว็บไซต์ก่อนได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ค่อยเปรียบเทียบเบี้ยประกันสุขภาพ ความคุ้มครองโรคร้ายแรง ฯลฯ หวังว่าผู้เอาประกันคงได้ ประกันโรคร้ายแรงที่ถูกใจนะคะ

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์