ตารางเบี้ยประกันรายปี
และ สิทธิการหักลดหย่อนภาษี
กับ iProtect S

จำนวนเงินเอาประกันภัย 500,000 บาท

ผลประโยชน์จากการลดหย่อนตามอัตราภาษี*

เบี้ยรายปี ภาษี 10% ภาษี 20%
22,464 2,246 4,492

*สำหรับผู้เอาประกันเพศชายอายุ 35 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่

จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท

ผลประโยชน์จากการลดหย่อนตามอัตราภาษี*

เบี้ยรายปี ภาษี 10% ภาษี 20%
43,848 4,384 8,769

*สำหรับผู้เอาประกันเพศชายอายุ 35 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่

จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,500,000 บาท

ผลประโยชน์จากการลดหย่อนตามอัตราภาษี*

เบี้ยรายปี ภาษี 10% ภาษี 20%
67,392 6,739 13,478

*สำหรับผู้เอาประกันเพศชายอายุ 35 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่

ตารางเบี้ยประกันรายปี
และ สิทธิการหักลดหย่อนภาษี
กับ iGen

จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

ผลประโยชน์จากการลดหย่อนตามอัตราภาษี

เบี้ยรายปี ภาษี 10% ภาษี 20%
30,800 3,080 6,160

จำนวนเงินเอาประกันภัย 300,000 บาท

ผลประโยชน์จากการลดหย่อนตามอัตราภาษี

เบี้ยรายปี ภาษี 10% ภาษี 20%
92,400 9,240 18,480

จำนวนเงินเอาประกันภัย 500,000 บาท

ผลประโยชน์จากการลดหย่อนตามอัตราภาษี

เบี้ยรายปี ภาษี 10% ภาษี 20%
154,000 10,000 20,000

ใหม่! ตารางโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2560

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่

เงินได้สุทธิต่อปี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
0 - 150,000 บาท
ได้รับการยกเว้น
150,001 - 300,000 บาท
5%
300,001 - 500,000 บาท
10%
500,001 - 750,000 บาท
15%
750,001 - 1,000,000 บาท
20%
1,000,001 - 2,000,000 บาท
25%
2,000,001 - 5,000,000 บาท
30%
5,000,001 บาทขึ้นไป
35%

รายละเอียดเพิ่มเติม
จากกรุงไทย-แอกซ่า

อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ?

อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ?

ทำไมต้อง Rabbit Finance?

ซื้้อง่ายเพียงสมัครผ่านเว็บไซต์

ซื้้อง่ายเพียงสมัครผ่านเว็บไซต์

เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ

เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดีๆ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดีๆ

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

      ไม่ค่อยรู้เรื่องประกันชีวิตเท่าไหร่ แต่พอเข้า มาอ่านเว็บไซต์นี้ ก็รู้สึกเข้าใจมากขึ้น สามารถเลือกซื้อได้ง่ายดีด้วย

 

คุณเทพ,
กรุงเทพฯ

บนโลกนี้มีอาชีพให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าออนไลน์ที่มีอิสระ หรือมนุษย์เงินเดือนเข้าออกบริษัทตรงตามเวลา โดยเงินเดือนที่ได้มาจะถูกเรียกว่าเงินได้พึงประเมิน และทุกคนที่มีเงินได้พึงประเมินต้องยื่นภาษีประจำปี คำถามต่อมาคือ เงินได้พึงประเมินมีกี่แบบ แล้วจะลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง?

 

          เงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท

เพราะอาชีพที่ต่างกัน ความยากง่ายของต้นทุนที่ต่างกัน เพื่อความเป็นธรรมในการเสียภาษี (ไม่ว่าคุณจะใช้ประกัน iGen หรือประกันชีวิต i Protect S เพื่อลดหย่อนภาษีก็เถอะ) กฎหมายได้แบ่งเงินได้พึงประเมินออกเป็น 8 ประเภทเพื่อการคำนวณภาษีที่เป็นธรรมมากที่สุด ดังนี้

 

  • เงินได้ประเภทที่ 1 คือเงินที่ได้จากการจ้างแรงงาน
     
  • เงินได้ประเภทที่ 2 คือเงินที่ได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ
     
  • เงินได้ประเภทที่ 3 คือเงินได้จากค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
     
  • เงินได้ประเภทที่ 4 คือเงินได้จากดอกเบี้ยปันผล หรือดอกเบี้ยธนาคาร
     
  • เงินได้ประเภทที่ 5 คือเงินได้จากค่าเช่าต่างๆ
     
  • เงินได้ประเภทที่ 6 คือเงินได้จากวิชาชีพอิสระที่มีใบอนุญาต
     
  • เงินได้ประเภทที่ 7 คือเงินได้จากการรับเหมา
     
  • เงินได้ประเภทที่ 8 คือเงินได้จากการค้าขาย หรือเงินอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น

 

ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทไหน เป็นแม่ค้าออนไลน์ มีอาชีพฟรีแลนซ์ หรือแม้กระทั่งเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ต้องทำเรื่องยื่นภาษีอยู่ดี ยิ่งเป็นมนุษย์เงินเดือนแต่มีรายได้ค่อนข้างสูงยิ่งต้องทำเรื่อง เพราะกรมสรรพากรจะได้รู้ว่าเราเป็นผู้มีเงินได้แล้ว แล้วอะไรบ้างละ ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้?

 

          ประกันชีวิตใช้ลดหย่อนภาษีได้นะ

ต้องบอกก่อนว่าบริษัทประกันชีวิต หรือประกันชีวิตลดหย่อนภาษีมีหลายบริษัทมากๆ ซึ่งบริษัท กรุงไทย แอกซ่า หรือ Krungthai AXA ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีประกันชีวิตลดหย่อนภาษีเหมือนกัน คือ ประกันออมทรัพย์​ iGen และ ประกันคุ้มครองตลอดชีพ i Protect S ที่จะช่วยคุ้มครองชีวิต ช่วยออมเงิน และลดหย่อนภาษีด้วย

 

แต่ถ้าจะมองข้ามประกันชีวิตลดหย่อนภาษี กรุงไทยแอกซ่าไปก่อนก็ได้นะ เก็บไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายก็ยังดี เพราะยังมีวิธีลดหย่อนภาษีอีกมากนอกจากประกันชีวิต สิ่งที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้ คือ

 

            1. ลดหย่อนส่วนบุคคล

เป็นสิทธิที่ผู้เสียภาษีทุกคนสามารถใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2560 เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนส่วนบุคคลได้ถึง 60,000 บาทเลยทีเดียว

 

            2. คู่สมรสไม่มีรายได้

กรณีนี้ใช้ได้กับ สามี-ภรรยา ที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่คู่สมรสของผู้ยืนภาษีต้องไม่มีเงินได้ โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 60,000 บาท

 

            3. คู่สมรสมีรายได้

กรณีที่คู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้เป็นของตัวเอง ให้นำมาหักลดหย่อนรวมกันได้ แต่ไม่เกิน 120,000 บาท

 

            4. ค่าเลี้ยงดูบุตร

สามารถใช้สิทธิ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายรือบุตรบุญธรรมก็ตาม โดยสามารถทำการลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน แถมยังไม่มีการจำกัดจำนวนบุตรอีกด้วย

 

            5. ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา

สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ทั้ง บิดา-มารดา ของตนเองและคู่สมรส โดยใช้หักลดได้คนละไม่เกิน 30,000 บาท แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า บิดา-มารดา ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาทเท่านั้น

 

            6. ค่าเลี้ยงดูคนพิการ

หากเป็นผู้ดูแลคนพิการหรือทุพพลภาพทางกฏหมาย เราสามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไข คือต้องเป็นผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมาย หรือเป็นบุคคลทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี

 

            7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต

สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตที่มีกรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท ในส่วนค่าเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ก็สามารถนำมาลดหย่อนได้ด้วยเช่นกัน โดยคิดตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท

 

            8. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา

เราสามารถใช้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของคู่สมรสหรือ บิดา-มารดา ในการหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงเท่าที่จ่าย แต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขกำหนดว่าคู่สมรสหรือ บิดา-มารดา ต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท

 

            9. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เงินจ่ายสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท และไม่เกิน 15% ของรายได้ จะได้รับการยกเว้น ไม่นับรวมในเงินได้ที่ต้องเสียภาษี

 

            10. ซื้อกองทุนรวม(RMF)

เงินที่จ่ายเพื่อซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในปีนั้นๆ ทั้งยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือ เมื่อนับรวมกับสิทธิ์ในการหักลดจากเบี้ยประกันชีวิตและกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

            11. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

สามารถนำมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี โดยมีข้อกำหนดว่าต้องเป็นประกันชีวิต ที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ที่ให้ผลตอบแทน(บำนาญ) ตั้งแต่อายุ 55-85 ปีขึ้นไป ทั้งยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือ เมื่อนับรวมกับสิทธิ์ในการหักลดกองทุนอื่น ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

            12. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ

เงินที่จ่ายสมทบเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ สามารถนำมาหักลดได้ตามจริงไม่เกิน 500,000 บาท โดยคิดรวมกับสิทธิ์ในการหักลดจากกองทุนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

 

            13. ซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF)

ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน LTF สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจริง 15% แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีข้อกำหนดว่าต้องถือหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 7 ปี

 

            14. ดอกเบี้ยกู้ยืม

เราสามารถนำดอกเบี้ยกู้ยืม ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีข้อกำหนดว่าต้องเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ รวมถึงนายจ้างที่ให้กู้ยืมเพื่อ เช่า-ซื้อ ที่อยู่อาศัย

 

            15. เงินสมทบประกันสังคม

เงินที่เราจ่ายเข้าสมทบกองทุนประกันสังคมในแต่ละเดือน สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง

 

            16. เงินบริจาค

เงินบริจาคที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษี สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

 

  • เงินบริจาคทั่วไป สามารถทำมาลดหย่อนได้จริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
     
  • เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนกีฬาและการศึกษา สามารถนำมาหักลดได้ถึง 2 เท่า ของเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนรายการอื่นๆ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า นอกจากประกันชีวิต กรุงไทย-แอกซ่า ที่มีทั้ง ประกันออมทรัพย์ iGen และประกันคุ้มครองตลอดชีพอย่าง i Protect S ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังใช้วิธีอื่นๆ เช่น ประกันสุขภาพของตนเอง หรือประกันสุขภาพของพ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

 

ยิ่งถ้าซื้อกองทุนรวม LTF หรือ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF ก็จะช่วยผ่อนแรงไปอีก แต่บางคนไม่กล้าเสี่ยงในการเล่นหุ้นกองทุน เพราะคิดว่าถ้าเสียมากก็คือเสียไปเลย จึงเบนเข็มมาหาประกันชีวิตลดหย่อนภาษีแทน ขอบอกว่าคุณคิดถูกแล้ว เพราะ Krungthai AXA ประกันชีวิต ทั้งคุ้มครอง ออมเงิน และลดหย่อนภาษีให้คุณเสร็จสรรพ ซึ่งประกันชีวิตที่ว่ามีด้วยกัน 2 ชนิดคือ

 

          ประกันชีวิตทั่วไปเพื่อลดหย่อนภาษี

เบี้ยประกันชีวิตที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงนั้นจะมีมูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท  ของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ และสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 10,000 บาท โดยเงื่อนไขของประกันชีวิตลดหย่อนภาษีที่จะใชได้ มีดังนี้

 

  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตต้องมีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
     
  • ผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี

 

เมื่อไล่ดูแบบประกันชีวิต กรุงไทย แอกซ่า จะเห็นได้ว่า ประกันออมทรัพย์​ iGen ตรงกับเงื่อนไขที่ถูกวางไว้ ถึงแม้จะเป็นประกันออมเงินระยะสั้น แต่ก็มีระยะเวลาถึง 10 ปี คืนเงินทุกๆ 2% ต่อปี เท่ากับว่า iGen กรุงไทย แอกซ่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้จริงๆ แบบประกันแบบทั่วไปที่นำมาลดหย่อนภาษีได้แบบสบายๆ

 

          ประกันชีวิตแบบบำนาญเพื่อลดหย่อนภาษี

เงินบำนาญจากคนที่ทำงานภาครัฐทุกคนน่าจะรู้จักกันดี แต่ถึงแม้เราทำงานเอกชน แล้วอยากมีเงินตอนเกษียณอายุ หรืออยากมีเงินบำนาญก็ย่อมได้ ด้วยการทำประกันบำนาญ i Protect S ที่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ร้อยละ 15 ของเงิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขที่ว่ามี ดังนี้

 

  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีแบบบำนาญจต้องคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
     
  • จ่ายเงินผลประโยชน์ตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปี

 

ซึ่งประกันชีวิต Krungthai AXA i Protect S ก็ตรงกับเงื่อนไขที่ว่าทุกประกัน มีอายุประกันถึง 10 ปี จ่ายเบี้ยสั้นแต่ให้ความคุ้มครองนานถึง 10 ปี ซึ่งถ้าคุณนำประกันชีวิตทั่วไป มาบวกกับประกันชีวิตบำนาญ สามารถลดหย่อนเงินภาษีได้ถึง 300,000 บาทเลย


นอกจากนี้ สำหรับการลดหย่อนภาษี ทุกคนรู้ดีว่าเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สบายๆ และต่างก็ถามหาว่า เมื่อไหร่ประกันสุขภาพของตัวเราเองที่มีจะใช้ลดหย่อนภาษีได้บ้าง เพราะก็เป็นประกันวินาศภัยเหมือนกัน จนเมื่อไม่นานมานี้ เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้แล้ว ซึ่งคุณสามารถใช้ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง iCare จากบริษัท ประกันชีวิต กรุงไทย แอกซ่า ที่คุ้มครองทุกระยะโรคร้าย มาลดหย่อนภาษีอีกแรงก็ได้เหมือนกัน

i Protect S คือประกันชีวิตรูปแบบหนึ่งจาก Krungthai AXA ที่จะเปลี่ยนเงินไม่กี่บาทที่ทยอยส่งวันละนิดหน่อยด้วยการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ให้กลายเป็นมรดกหลักล้านที่เป็นเงินก้อนใหญ่ให้ลูกหลานของผู้เอาประกันไว้ใช้ตอนที่เราจากไป หรือเป็นเงินเกษียณของเราเอง เรียกได้ว่าได้ 3 อย่างใน 1 เดียว

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นประกันตลอดชีพ กรุงไทย แอกซ่า แน่นอนว่าต้องเป็นการออมเงินและประกันชีวิตด้วย เหมือนการส่งเบี้ยประกันก็คือการลงทุน และรอรับผลประโยชน์เมื่อถึงเวลาครบสัญญา ลงทุนแค่ 10 ปีแต่ให้ความคุ้มครองไปถึงอายุ 85 ปี แต่ที่หลายคนสงสัยคือ ถ้าวันนั้นมาถึงเงินผลประโยชน์จาก i Protect S จะเป็นของใคร?

 

  • สมมติว่าเสียชีวิตก่อนสัญญาประกันภัย

เงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้ว หรือทุนประกันภัย (อยู่ที่ว่าตัวเลขอะไรสูงกว่า) เงินผลประโยชน์นั้นก็จะตกเป็นของผู้เอาประกันที่ระบุไว้ในสัญญา

 

  • สมมติว่าเสียชีวิตหลังสัญญาประกันภัย

เงินเบี้ยประกัน i Protect S ที่จ่ายไป หรือทุนประกันภัยจะได้รับตามที่กำหนดไว้ 100% ในสัญญากรมธรรม์ โดยไม่มีการหัก ตัด หรือลบค่าใช้จ่ายอะไรเลย

 

หมายความว่า ถ้าอยู่รอดจนอายุสัญญาประกัน "ไอโพรเทค เอส" เงินก็เป็นของผู้เอาประกันเอง แต่ถ้าจากไปก่อนเงินก็ของผู้รับผลประโยชน์ เรียกได้ว่าเป็นมรดกหลักล้านจากประกันชีวิต i Protect S เลยก็ว่าได้

 

          เงื่อนไขของผู้เอาประกัน i Protect S

อ่านถึงตรงนี้น่าจะมีคนอยากรู้แล้วว่า ประกันชีวิตตลอดชีพอย่าง i Protect S Krungthai AXA ที่ออมเงินไปด้วย คุ้มครองชีวิตไปด้วย และสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นั้น มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

 

  • อายุของผู้เอาประกัน : 1 เดือน - 70 ปี
     
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันสูงสุด : 10 ปี
     
  • ระยะเวลาคุ้มครองชีวิตนานถึง : 85 ปี
     
  • ผลตอบแทน : เงินเบี้ยประกันที่ส่งไปจะไม่ตัดภาษี หรือเงินเอาประกันจะไม่ถูกตัด อยู่ที่ว่าเงินอะไรจะมีมูลค่ามากกว่า
     
  • เงินเอาประกันภัย : ขั้นต่ำอยู่ที่ 200,000 บาท สูงสุดอยู่ที่ 1,000,000 บาท

 

ถ้ามองในมุมมองของการลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต i Protect S ก็เป็นอีกหนึ่งประกันจาก บริษัท กรุงไทย แอกซ่า ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้แบบสบายๆ จ่ายเบี้ยประกันแค่วันละ 18 บาท แต่ให้ความคุ้มครองถึง 10 ปี ในขณะที่เงินผลประโยชน์ประกัน ไอโพรเทค เอส ทายาทที่ได้รับไม่ต้องเสียเงินภาษีสักบาท

 

จะเห็นได้ว่า ประกันตลอดชีพจาก i Protect S นอกจากจะออมเงิน ลดหย่อนภาษี แถมยังเป็นมรดกให้ลูกหลานอีกด้วย เพราะอายุรับประกันอยู่ที่ 1 เดือน หมายความว่า 10 ปีผ่านไป เงินก็จะตกเป็นมรดกของลูกหลานทันที สามารถใช้เป็นทุนการศึกษา รักษาตัวเองก็ยังได้ บอกแล้วว่าประกันชีวิต i Protect S เป็นได้ตั้ง 3 อย่างเชียวละ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาประกันชีวิตดีๆ ที่มีของแถมเป็นการประกันชีวิตและใช้ลดหย่อนภาษี ก็ไม่ต้องมองไปไหนไกล เพราะประกันออมทรัพย์ระยะสั้น กรุงไทย แอกซ่า iGen ที่อยู่ตรงหน้ามีทุกอย่างให้คุณเรียบร้อย เป็นได้ทั้งการเก็บเงิน คุ้มครองชีวิต รวมไปถึงการลดหย่อนภาษีจากการยื่นภาษีประจำปีด้วย

 

ถ้าพูดถึงการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต จาก กรุงไทย แอกซ่า ก็มีประกันตลอดชีพ i Protect S แล้ว ทำไมต้องมีประกันออมทรัพย์​ iGen ขึ้นมาอีก เพื่อให้ทุกคนได้คลายความสงสัย เมื่อรู้จักประกัน ไอโพรเทค เอส ไปแล้ว ต่อไปก็มาลองรู้จักประกัน iGen กันดีกว่า

 

          เงื่อนไขของประกัน iGen จ่าย 1 ได้ไปเลย 3

  • อายุรับประกัน : 20 ปี - 70 ปี
     
  • ระยะเวลาจ่ายเบี้ยประกันออมเงินระยะสั้น : 6 ปี
     
  • ระยะเวลาคุ้มครองที่จะได้รับ : 10 ปี
     
  • ความคุ้มครองชีวิต : ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย มูลค่าเวนคืนเงินสด หรือเบี้ยประกันที่ชำระมาแล้ว (อยู่ที่ว่าเงินจำนวนใดมากกว่ากัน)
     
  • เงินเอาประกันภัย iGen : ขั้นต่ำอยู่ที่ 100,000 บาท สูงสุดอยู่ที่ 500,000 บาท

 

หมายถึงว่า ผู้เอาประกันต้องส่งเงินเบี้ยประกันเป็นระยะเวลา 6 ปี แต่ความคุ้มครองที่จะได้รับมากถึง 10 ปี โดยแต่ละปี กรุงไทย แอกซ่า iGen จะส่งเงินคืนให้ทุกปีปีละ 2% จากเงินประกันที่เลือกเอาไว้ อีกทั้งนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เพราะตรงตามเงื่อนไขที่ว่า “ประกันชีวิตที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป”

 

ยิ่งถ้าพูดถึงการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต iGen จาก Krungthai AXA แล้วล่ะก็ สามารถทำได้แน่นอนไม่ต้องกังวลไป เพียงคุณจ่ายเบี้ยประกันวันละ 85 บาท รับเงินคืนทุกปีรวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา 198% ซึ่งผลประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีตามอัตราภาษีและทุนประกันภัย iGen มีดังนี้

 

            จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

  • จ่ายเบี้ยรายปี 30,800 บาท
     
  • ภาษี 10 % ลดหย่อนได้ 3,080 บาท
     
  • ภาษี 20% ลดหย่อนได้ 6,610 บาท

 

            จำนวนเงินเอาประกันภัย 300,000 บาท

  • จ่ายเบี้ยรายปี 92,400 บาท
     
  • ภาษี 10% ลดหย่อนได้ 9,240 บาท
     
  • ภาษี 20% ลดหย่อนได้ 18,480 บาท

 

            จำนวนเงินเอาประกันภัย 500,000 บาท

  • จ่ายเบี้ยรายปี 154,000 บาท
     
  • ภาษี 10% ลดหย่อนได้ 10,000 บาท
     
  • ภาษี 20% ลดหย่อยได้ 20,000 บาท


จะเห็นว่า ประกัน iGen เป็นได้ทั้งการออมเงิน ลดหย่อนภาษี และคุ้มครองชีวิตไปในตัว ถ้าใครสงสัยว่าทำไมถึงต้องแบ่งแยกออกจากประกัน i Protect S ด้วย คำตอบก็คือ เพื่อความพอใจของผู้เอาประกัน บางคนอยากได้การออมเงินระยะสั้นๆ ที่เบี้ยประกันสูงสุดอยู่ 500,000 บาทก็ซื้อประกันออมทรัพย์ iGen  เป็นต้น ถ้าใครไม่อยากใช้วิธีลดหย่อนภาษีด้วยวิธีอื่น "ก็ลองซื้อประกันชีวิตจาก Krungthai AXA ไปลดหย่อนก็ได้"

การลดหย่อนภาษีตามที่กรมสรรพาการวางเอาไว้ มีด้วยกันหลายวิธีมากมายจากที่กล่าวไปข้างต้น เช่น กองทุน LTF หรือแม้แต่ดอกเบี้ยที่กู้ซื้อบ้านก็นำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่บางคนไม่อยากใช้สิทธิ์ตรงนั้นก็ไม่เป็นไร หรือกำลังสนใจ Tax Saving จากกรุงไทย แอกซ่า ก็จะเห็นได้ว่ามีทั้ง iGen ประกันออมทรัพย์ และ i Protect S ประกันตลอดชีพ สิ่งต่อไปที่น่าคิดก็คือ ซื้อประกันชีวิตเพื่อเอาไปลดหย่อนภาษีนี่คุ้มเหรอ?

 

          ทำประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี คุ้มหรือ?

ถ้าว่ากันตามตรง "การลดหย่อนภาษีด้วยการใช้ประกันชีวิตไม่ค่อยจะคุ้มเท่าไหร่นัก" เพราะค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปแต่ละอย่างอาจจะจ่ายมากกว่าการลดหย่อนภาษีก็ได้ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งจะเห็นได้ว่า ประกันชีวิตมีไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ดังนั้น การใช้ประกันชีวิต iGen หรือ i Protect S เลยคุ้มค่ากว่า

 

แต่ถ้ามองว่าอยากได้ทั้ง ประกันชีวิต การออมเงิน และลดหย่อนภาษี เพียงเปรียบเทียบเบี้ยประกันผ่าน rabbit finance ว่าเราสามารถจ่ายเบี้ยประกันไหวแน่ๆ ก็จัดการซื้อได้เลย แต่ถ้าไม่แนะนำให้ไปลงทุนในหุ้นดีกว่า ถ้าไม่อยากได้ประกันชีวิต ถ้าคิดว่ามีประกันสังคมอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอนะ

 

rabbit finance เป็นโบรกเกอร์ประกันภัยที่ให้บริการเรื่องวินาศภัยต่างๆ มากมาย โดยบริษัท กรุงไทย แอกซ่า จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับความร่วมมือจาก กลุ่มประกันแอกซ่าและธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกัน โดยเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ rabbit finance ภายใน 30 บริษัทประกันภัย

 

          ภาษีไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การลดหย่อนจึงสำคัญ

การจ่ายเงินภาษีเงินได้ประจำปีเป็นหน้าที่ที่ต้องทำกันอยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็อยากได้การลดหย่อนภาษี การใช้ประกันชีวิตจาก Krungthai Axa อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีก็ได้ หลายคนไม่เข้าใจว่าไม่ต้องยื่นภาษีได้ไหม คำตอบคือ ได้! แต่ก็เป็นการผิดกฎหมายอยู่ดีนั่นละ

 

การยื่นภาษี แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไม่อยากทำ แต่การยื่นแบบแสดงรายการถือเป็นการช่วยชาติอีกช่องทางหนึ่ง เพราะข้อมูลที่ยื่นไปจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมายมาย ทั้งเป็นข้อมูลในการจัดเก็บภาษีที่ถูกต้อง ข้อมูลรายได้ของประชากรทั้งหลายในประเทศ อีกทั้งเป็นหลักฐานว่าเราได้ยื่นภาษีไปแล้ว

 

ดังนั้น rabbit finance และ กรุงไทย แอกซ่า จึงเล็งเห็นว่า ถ้าคิดจะยื่นภาษี แล้วเกณฑ์เงินถึงที่จะต้องจ่ายจริงๆ การมีประกันชีวิต iGen หรือ  i Protect S คอยลดหย่อนภาษีน่าจะผ่อนหนักให้เป็นเบาแก่ผู้เอาประกันบ้าง ถึงแม้เบี้ยประกันชีวิตจะค่อนข้างแพงสักหน่อย แต่ถ้าคิดถึงความคุ้มครองที่จะได้รับก็ถือว่าคุ้มค่าเลยละ


ทั้งนี้ ถ้าคิดว่าตัดสินใจจะใช้ประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษีแล้ว ลองเข้าไปเปรียบเทียบแบบประกัน เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายใน เว็บไซต์ rabbit finance ก่อนก็ได้ กว่าจะถึงการยื่นภาษีอีกรอบน่าจะตัดสินใจได้แล้วเนอะว่า "จะใช้ประกันออมทรัพย์ iGen หรือ ประกันคุ้มครองชีวิต i Protect S ดีนะ"

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์