เหตุผลสำคัญที่เราควรทำประกันออมทรัพย์

ออมสั้น ผลตอบแทนสูง

ออมสั้น ผลตอบแทนสูง

รับเงินคืนพิเศษทุกปี
รับเงินก้อนโตหลังครบสัญญา

ระยะเวลาคุ้มครองที่เหนือกว่า

ระยะเวลาคุ้มครองที่เหนือกว่า

ออมไม่นาน แต่ดูแลนานกว่าหลายเท่า
นำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้

มอบอนาคตที่ดีให้ลูก

มอบอนาคตที่ดีให้ลูก

ดูแลทุกค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ตั้งแต่มัธยมถึงปริญญาโท

Rabbit Finance เลือกสรรหลากหลายประกันชีวิตแบบออมทรัพย์เพื่อคุณ

ทำไมต้อง Rabbit Finance

 

ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการเก็บออมเงินสำหรับผู้ที่เริ่มวางแผนทางเงิน เพราะเป็นการออมที่มีความเสี่ยงต่ำมาก และยังได้รับผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคตที่สูงกว่าเงินฝากที่ปัจจุบันอยู่แค่ร้อยละ 0.25 เท่านั้น นอกจากนี้รูปแบบประกันลักษณะนี้ยังเป็นการฝึกสร้างวินัยการออมเงินที่ดีให้แก่ตัวเองอีกด้วย 

 

สำหรับการออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ จะมีระยะเวลาชำระค่าเบี้ยประกันด้วยกัน 2 แบบคือ แบบที่ 1 ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเท่ากับระยะเวลาคุ้มครอง เช่น ถ้านางสาวเอ (นามสมมุติ) ซื้อประกันสะสมทรัพย์กำหนดให้จ่ายเบี้ยประกัน 8 ปี และคุ้มครอง 8 ปี จะเรียกว่าแผนประกันเงินออมแบบ 8/8 เท่ากับว่านางสาวเอ (นามสมมุติ) มีระยะการชำระเบี้ยและระยะเวลาคุ้มครองที่เท่ากัน ทำให้นางสาวเอจะได้รับเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา 8 ปีนั้นเอง 

 

 

ส่วนแบบที่ 2 อาจกำหนดให้จ่ายเบี้ยประกัน 8 ปี และจะได้ความคุ้มครอง 15 ปี หรือเรียกว่า แผนประกันสะสมทรัพย์ 8/15 นั่นหมายความว่า นางสาวเอจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นระยะเวลา 8 ปี ส่วนอีก 7 ปีทีเหลือก็ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน แต่จะให้ความคุ้มครองรวมทั้งหมด 15 ปี ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญานั่นเอง 

 

 

ส่วนผลตอบแทนของประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ระหว่างทางที่จ่ายค่าเบี้ยประกันอยู่จะมีผลตอบแทนระหว่างปีซึ่งค่าเบี้ยก็อาจจะสูงขึ้นด้วยและจะได้รับเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา หรือความคุ้มครองชีวิต เมื่อเทียบกับแบบที่ให้ผลตอบแทนในครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดสัญญา ซึ่งค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่า แต่จะไม่มีผลตอบแทนระหว่างปีให้เท่านั้นเอง แต่จะคิดเป็นจำนวนร้อยละของทุนประกันทำให้สามารถคำนวณผลตอบแทนระหว่างปีจากจำนวนค่าเบี้ยประกันที่จ่ายนั่นเอง 

 

 

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ถือเป็นการออมเงินที่สามารถให้ผลตอบแทนที่แน่นอน และมีการการันตีว่าจะได้เงินจำนวนอย่างชัดเจน แถมมีความเสี่ยงต่ำเพราะผลตอบแทนของประกันชีวิตสะสมทรัพย์ไม่เสียภาษีเหมือนดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์ ทำให้ได้รับเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคตเมื่อส่งค่าเบี้ยประกันครบตามอายุสัญญา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความคุ้มครองชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับคนที่อยู่ข้างหลังได้ในกรณีหากผู้ถือกรมธรรม์ต้องเสียชีวิตระหว่างส่งกรมธรรม์ นอกจากนี้ประกันสะสมทรัพย์ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปีไปลดหย่อนในการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

 

 

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนแบบไม่มีความเสี่ยงหรือรับความเสี่ยงได้ต่ำ การลงทุนในประกันสะสมทรัพย์จึงถือว่าเป็นตัวเลือกของการออมเงินที่ดี ที่จะเป็นตัวสร้างหลักประกันของชีวิตให้แก่ตัวเองและคนในครอบครัวได้  

 

 

ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน การลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม หรือแม้กระทั่งพันธบัตรฐบาลก็ดูจะมีความเสี่ยงสูงอยู่มิใช่น้อย ดังนั้นแล้วการหาตัวช่วยในการลงทุนที่เงินต้นก็ยังอยู่ แถมได้รับผลตอบแทนที่ดี และมีความเสี่ยงต่ำก็คงหนีไม่พ้น ประกันสะสมทรัพย์ ที่มีรูปแบบเน้นการออมในอนาคตโดยเฉพาะ แถมยังได้รับความคุ้มครองอีกด้วย แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประกันสะสมทรัพย์ เราลองมาทำความเข้าใจในรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลเพื่อมาประกอบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และอนาคตของตัวเองมากที่สุด 

 

โดยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ มีข้อดีคือจะได้รับความคุ้มครองชีวิตหากผู้เอาประกันภัยเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับตัวเองแบบกระทันหันจนถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตไป เงินก้อนนี้ที่ได้ส่งกับประกันสะสมทรัพย์ก็จะตกอยู่กับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์หรือคนข้างหลังเป็นการได้รับเงินชดเชยนั่นเอง 

 

 

ทั้งนี้ ประกันสะสมทรัพย์จะมีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว โดยประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น ได้ผลประโยชน์รวดเร็ว ระยะจ่ายดอกเบี้ยก็สั้น ใช้ระยะเวลาราว ๆ 3 - 5 ปี ขึ้นกับสัญญาของประกัน ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ใครหลายๆ คน เหมาะกับคนที่มีเป้าหมายทางการเงินที่แน่ชัด 

 

 

ส่วนประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว จะใช้ระยะเวลาการออมตั้งแต่ 5 -10 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายเก็บเงินก้อนโตในระยะยาว ซึ่งผลตอบแทนบางบริษัทอาจให้สูงมากถึง 300% และแถมค่าเบี้ยประกันยังไม่แพงมากอีกด้วย และยังมีกรมธรรม์ที่คุ้มครองอนาคตและชีวิตได้เป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องรีบนำเงินก้อนเหล่านี้มาใช้

 

 

นอกจากนี้ ประกันสะสมทรัพย์ยังมีข้อดีอีกข้อคือ ผลตอบแทนที่ได้รับไม่เสียภาษี ซึ่งแตกต่างจากการฝากในธนาคารหากได้รับอัตราดอกเบี้ยรวมกันเกิน 20,000 บาท ก็จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หรือหากซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือ ลงทุนในหุ้นกู้ ก็ต้องเสียภาษีอีก 15% เช่นกัน ฉะนั้นแล้วการลงทุนประกันสะสมทรัพย์จะทำให้ผู้ประเอาประกันได้ผลตอบแทนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และไม่ถูกหักอะไรเลย 

 

อย่างไรก็ดี ประกันสะสมทรัพย์สามารถทำได้ตั้งแต่อายุของผู้ขอเอาประกันภัย 1 เดือน 1 วัน - 65 ปี โดยจำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 20,000 บาท สูงสุด 500,000 บาท โดยอัตราเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับเพศและอายุของผู้เอาประกัน และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ทั้งแบบรายปีและรายเดือน และชำระค่าเบี้ยประกันได้ตามความสะดวกของผู้ถือกรมธรรม์ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เช็ค หรือบัตรเครดิตก็สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เอาประกันภัยนั่นเอง 

 

         ใครเหมาะที่จะทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์

 

รู้ข้อมูลเบื้องต้นกันมาแล้ว อยากจะลองเช็กดูว่าแล้วแบบนี้ เหมาะกับใครบ้างละ? มาลองเช็กดูกันหน่อยดีกว่า

 

เหมาะกับ คนที่โสด หรือไม่โสดก็ทำได้

 

หลายคนคิดว่าการทำประกันชีวิตออมทรัพย์ อาจจะเหมาะกับคนที่มีครอบครัว ต้องมีลูกหลานดูแลเท่านั้น แต่ก็ไม่จริงเสมอไป เพราะประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่เฉพาะคนมีครอบครัวเท่านั้น แต่ใครที่โสด อยากเก็บเงินก้อนโตเอาไว้ ก็สามารถทำได้เช่นกัน


 

เหมาะกับทั้ง พนักงานเงินเดือน และฟรีแลนซ์

 

แน่นอนว่าการจะเก็บเงินก้อนสำหรับพนักงานเงินเดือนเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก แถมมีกิเลสล่อใจ มีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องจัดสรร หากอยากเก็บเงินก้อนโตได้ การทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ เป็นอีกหนทางที่น่าสนใจ

 

หรือใครที่ทำฟรีแลนซ์ อยากจะกระจายความเสี่ยงเรื่องการเก็บเงิน เผื่อฉุกเฉินวันไหนที่ป่วยไข้ งานไม่เข้า ต้องใช้เงินด่วน ก็สามารถนำเงินส่วนนี้มาสำรองฉุกเฉินกันได้


 

เหมาะกับทั้งนักลงทุนมือใหม่ และมือเก๋า

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญ ทั้งการลงทุนด้านซื้อหุ้น การเลือกกองทุนต่างๆ หรือเป็นนักลงทุนมือใหม่ ที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุน ประกันชีวิตออมทรัพย์ก็เหมาะกับคุณทั้งนั้น เพราะนับได้ว่าเป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี


 

เหมาะกับทั้งนักเรียน เฟรชชี่ และเด็กจบใหม่

 

สิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือประกันชชีวิตแบบออมทรัพย์หลายเจ้า เปิดโอกาสให้เด็กสามารถทำประกันประเภทนี้ได้  แถมยังช่วยเสริมระเบียบวินัยด้านการออมเงิน (เนื่องจากไม่สามารถถอนไปซื้อของได้ง่ายๆ) เก็บไว้เป็นเงินทุนเมื่อเรียนจบ หรือเงินทุนไว้เรียนต่อสูงๆ ก็ได้เช่นกัน


 

เหมาะกับวัยเกษียณ ที่ใครว่าทำประกันไม่ได้

 

การทำประกันชีวิต เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับผู้สูงอายุทั้งหลาย ไม่แพ้เด็กๆ วัยเรียนเลย เนื่องจากแบบแผนประกันชีวิตบางเจ้าไม่รองรับผู้ที่มีอายุมากๆ แน่นอนว่าหากคุณอยากจะเก็บออมเงิน แต่ระยะเวลาช่วงวัยเกษียณอาจจะเหลือไม่มาก ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ระยะสั้นนับว่าเหมาะ แถมยังไร้ความเสี่ยงด้วย

 

สรุปแล้ว ประกันชีวิตแบบออมเงิน เหมาะกับเราไหม ?

 

หากรู้ตัวว่า ตัวเองไม่ชอบความเสี่ยง อาจจะด้วยความไม่ชำนาญมากพอเกี่ยวกับการลบงทุน หรือสภาพการเงินยังไม่คล่องพอให้เลือกลงทุนอะไรใหม่ๆ ได้ การทำประกันชีวิตออมทรัพย์ ถือเป็นทางออกที่ดี เหมาะกับทุกสายอาชีพ แม้ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์ก็ตาม

 

แน่นอนว่าผลตอบแทนที่ได้ อาจจะไม่ฟู่ฟ่า หรือได้ผลตอบแทนสูงๆ ทันทีเหมือนกับการลงทุนในด้านอื่นๆ แต่มีข้อดีที่มั่นคง มียอดผลตอบแทนที่ชัดเจน ทำให้เราสามารถวางแผนเกี่ยวกับเงินก้อนดั่งกล่าวได้ในอนาคต

 

ทุกวันนี้ประกันชีวิต แบบสะสมทรัพย์ มีให้คุณเลือกทำแผนประกันอย่างหลากหลาย และแบ่งแยกย่อยให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ทำมากยิ่งขึ้น เช่น บางประกันออมทรัพย์ เน้นไปที่การออมเงินเป็นมรดกให้ลูกหลาน, บางแผนประกัน เน้นไปที่การออมเงินก้อน เหมาะกับใครที่อยากสะสมเงินก้อนไว้ลงทุนธุรกิจ หรือเก็บไว้ยามฉุกเฉิน

 

ที่น่าสนใจคือ สามารถทำได้แม้อายุยังน้อย เนื่องจากบางธุรกรรม บางการลงทุนมักจะจำกัดอายุผู้ทำ แตกต่างจากประกันสะสมทรัพย์โดยสิ้นเชิงที่แม้คุณอายุน้อยก็ทำได้ง่ายๆ เรียกได้ว่าตอบโจทย์ใครหลายๆ คน ยิ่งถ้าคุณเป็นคนมีปัญหาเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ หรืออยากลองลงทุนดูบ้าง เจ้านี่แหละเหมาะเลยล่ะ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ และ ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน ไม่เหมือนกันเหรอ จริงอยู่ว่า ทั้ง 2 แบบ นับเป็นประกันชีวิตเหมือนๆ กัน การคุ้มครองในด้านชีวิตอาจจะคล้ายคลึงกันบ้าง แต่รายละเอียดบางส่วนจะไม่เหมือนกัน เพราะประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั้น จะเน้นไปที่การออมเงินก้อนเป็นหลัก ในขณะที่ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน จะไปเน้นผลตอบแทนที่เพิ่มมากยิ่งกว่า  แต่ประกันชีวิตทั้งสองแบบ สามารถเลือกทำได้พร้อมๆ กัน เพราะให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันไป โดยประกันชีวิตเพื่อการลงทุน จะยืดหยุ่นในแง่การลงทุนได้มากกว่า

 

ลองเลือกดูกันแบบง่ายๆ สมมติว่า ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ ชอบการลงทุน ทางประกันชีวิตก็มีประกันชีวิตเพื่อการลงทุน เพื่อตอบสนองความต้องการของวัยทำงานที่มีหัวทางการตลาด เพราะประกันชีวิตรูปแบบนี้จะคุ้มครองผู้เอาประกันภัยในกรณีที่เสียชีวิต และให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่ทางประกันเป็นผู้คัดสรรเอาไว้

 

ดังนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่า ชอบลงทุน ไฟแรง อยากได้ความท้าทาย บางรายอาจจะมีฐานะ การงานที่มั่นคงแล้ว ลูกเรียนจบเป็นฝั่งเป็นฝา ประกันเพื่อการลงทุนอาจจะเหมาะกับคุณโดยเฉพาะ  แต่ถ้าใครไม่ชอบการเสี่ยง ลูกเต้าเพิ่งจะเข้าโรงเรียนอนุบาล อยากเซฟเงินทุกอย่างไว้ก่อน อาจจะเริ่มลองที่ ประกันสะสมทรัพย์ ไปก่อนก็ได้ 

 

           โดยเราสามารถสรุปความแตกต่างให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

 

  • ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

มีข้อดีที่ช่วยสร้างระเบียบวินัยให้กับการออม มีผลตอบแทนดี ได้เงินคืน และบังคับให้คุณมีนิสัยออมเงินก้อนในระยะยาวๆ ได้ ส่วนข้อเสียคือ เบี้ยประกันแพง และอาจจะไม่คุ้มครองได้เท่าที่ควร

 

  • ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน

มีเบี้ยประกันที่ถูก ให้คุณกำหนดปรับเบี้ยและทุนประกันได้เอง ที่สำคัญ ได้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีข้อเสียคือ ต้นทุนค่าประกันเองก็จะปรับขึ้นตามอายุผู้ทำเรื่อยๆ ไม่คงที่ หมายความว่า ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องจ่ายเบี้ยมาก

 

ประกันชีวิตทั้งสองชนิด ต่างมีข้อแตกต่าง ข้อดีที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการในเรื่องผลตอบแทน และไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ต้องการทำกรมธรรม์ เช่น หากคุณเป็นคนวัยเกษียณ การทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ เพื่อสะสมเงินในระยะสั้นๆ เพื่อมอบให้ลูกหลาน อาจจะเหมาะกว่า ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นมากกว่า ส่วนประกันชีวิตเพื่อการลงทุน จะเหมาะกับผู้ที่อยากได้ผลตอบแทนสูงเพิ่มขึ้น ต่างจากประกันชีวิตทั่วๆ ไป แต่ความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนกับหุ้น หรือกองทุนต่างๆ

​​​​​

          ซื้อประกันชีวิตสะสมทรัพย์กับ rabbit finance เพิ่มประสิทธิภาพการออมเงิน

 

หลายคนน่าจะกำลังสนใจสินประกันชีวิตแบบออมทรัพย์มากขึ้น แน่นอนว่าการทำประกันที่ดี จำเป็นต้องหาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อประโยชน์อันสูงสุดของผู้ทำประกัน แต่ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าว่าจะเลือกซื้อประกันแบบออมทรัพย์ ที่ไหนดี?

 

ครั้นจะไปหาอ่านข้อมูลหลายๆ เจ้าก็อาจจะเสียเวลา ลองติดต่อโบรกเกอร์ประกันภัยสักเจ้าดูสิ เพราะโบรกเกอร์เหล่านี้ จะรวบรวมเอาโปรดักซ์เกี่ยวกับประกันที่น่าสนใจไว้ในที่เดียวกัน และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้อได้ไม่ยากเลยล่ะ

 

อย่าง rabbit finance กับ บริการเปรียบเทียบประกัน ให้คุณได้เลือกดูโปรโมชั่น แบบแผนประกันไว้อย่างหลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต, ประกันออมทรัพย์, ประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ หรือกระทั่งประกันเฉพาะเจาะจงอย่าง ประกันการเดินทาง, ประกันอุบัติเหตุ แม้กระทั่ง บัตรเครดิต สินเชื่อที่น่าสนใจจากทั้งบริษัทประกันภัย ธนาคาร และสถาบันการเงินต่างๆ เอาไว้อย่างหลากหลาย ด้วยระบบเปรียบเทียบออันชาญฉลาด

 

นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำให้การซื้อประกันชีวิตออมทรัพย์ของคุณราบรื่น เพิ่มประสิทธิภาพในการออมเงิน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ลดความเสี่ยงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

 

ทั้งนี้การเลือกทำประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแบบออมทรัพย์ หรือเป็นประกันชีวิตทั่วไป สิ่งที่ควรทำนอกเหนือจากการเช็กความคุ้มครอง และผลตอบแทนต่างๆ แล้ว คุณควรมั่นใจว่าการทำประกันในครั้งีน้ จะไม่ใช่การเพิ่มภาระทางการเงินมากจนเกินไป

 

คิดดูสิ คงไม่ดีแน่ ถ้าขาดการส่งเบี้ยประกัน แทนที่จะได้เก็บออมเงิน เปลี่ยนเงินออมเป็นเงินก้อน กลายเป็นว่าคุณอาจจะเสียประโยชน์ได้นะ

  • สำรวจไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ปกติแล้วคุณเป็นคนใช้ชีวิตอย่างไร ชอบไลฟ์สไตล์แบบไหน เพราะไลฟ์สไตล์ของคุณนั้นจะเป็นตัวกำหนดประกันที่เหมาะสมกับคุณ เช่น หากมีครอบครัว ประกันชีวิตดีๆ อาจจะช่วยได้ หรือถ้าคุณเป็นวัยรุ่น ที่อยากจะเก็บเงินก้อนไว้ลงทุนในทางธุรกิจกิจ อาจจะเพิ่มการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์เข้าไปได้เช่นกัน  หรือถ้าคุณยังหนุ่มยังสาว อาจจะลองทำประกันสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะคุ้มค่ามากกว่าการไปทำประกันสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้น เป็นต้น

 

  • เงินเดือนเองก็สำคัญ

คิดจะทำ ประกันชีวิต ทั้งที เราขอแนะนำให้คำนึงถึงรายรับ รายจ่าย รวมไปถึงเงินเดือนของคุณด้วย เพราะถ้ารายรับ รายจ่ายของคุณยังไม่คงที่ มีหน้าที่ภาระที่มากเกินไป อาจจะจ่ายเบี้ยประกันได้ไม่สม่ำเสมอ และไม่คุ้มค่า  นอกจากนี้ การเลือกทำประกันชีวิตที่มีวงเงิน และการจ่ายเบี้ยประกันเหมาะสม ก็ควรคำนึงถึงด้วยเช่นกัน

 

  • อยากได้ความคุ้มครองแบบไหน

 

เมื่อตัดสินใจที่จะทำ ประกันชีวิต แล้ว ลองคิดดูสิว่า คุณอยากให้ประกันช่วยคุ้มครองในเรื่องอะไรบ้าง เพราะความต้องการของคนเราแต่ละคนล้วนไม่เหมือนกัน  บางคนอาจจะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ หรือเกรงว่าในอนาคตอาจจะมีโรคกรรมพันธุ์ ก็อาจจะเลือกทำประกันสุขภาพก่อน บางคนมีครอบครัวแล้ว ประกันชีวิต ที่เน้นเงินก้อนไว้ให้ลูกหลานภายหลังก็น่าสนใจ หรือบางคนอยากทำประกันที่ช่วยออมชั่วคราว ก่อนนำเงินก้อนไปลงทุนอื่นๆ ในอนาคต ก็อาจจะลองทำประกันสะสมทรัพย์ หรือ ประกันเพื่อการลงทุน ก็ย่อมได้ 

 

  • ตั้งเป้าไว้ว่าอย่างไรบ้าง

ลองสำรวจดูว่าตัวเราอยากได้ ระยะเวลาคุ้มครองสั้น หรือระยะยาว หรืออาจจะลองตั้งเป้าว่า อยากมีเงินก้อนไว้สักกี่ปีดี ?  บางคนวางแผนเก็บเงิน 5 ปี ในระหว่างที่ทำงานประจำอยู่ และในอนาคตอาจจะออกมาสร้างสตาร์ทอัพด้วยตัวเอง ก็อาจจะเลือกกรมธรรม์สะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาใกล้เคียงกัน แต่ถ้าใครอยาก เก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ เพิ่มเติมจากเงินที่ตัวเองออมเพิ่มอีกทาง อาจจะมองหากรมธรรม์ของประกันที่มีระยะเวลาในการสะสมทรัพย์ยาวนานมากยิ่งขึ้น เช่น 10 ปี ขึ้นไป เพื่อเป็นเงินก้อนใช้หลังเกษียณ ก็เป็นการวางแผนที่ดีเหมือนกัน

 

  • บริษัทเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน

เลือกที่จะทำประกันทั้งที โดยเฉพาะประกันที่เกี่ยวกับการเงินด้วยแล้ว ควรเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ การเงินมั่นคง โดยอาจจะดูจากประวัติ การถือหุ้น ควบด้วยบริการหลังการขายดีด้วย จะทำให้รู้สึกอุ่นใจ ช่วยแก้ปัญหา หรือตอบข้อสงสัยในภายหลังได้

 

  • มองหาโบรกเกอร์ประกันภัย

ตัดสินใจขั้นพื้นฐานกันได้แล้ว ลองหาข้อมูลการทำประกันอ่านดูสิว่า ประกันแบบไหนที่ตรงกับความต้องการของคุณ และถ้าใครที่ไม่อยากเปิดหลายเว็บไซต์ มองหาประกันให้เมื่อย  ลองติดต่อโบรกเกอร์ประกันภัยสักเจ้าดูสิ เพราะโบรกเกอร์เหล่านี้ จะรวบรวมเอาโปรดักซ์เกี่ยวกับประกันที่น่าสนใจไว้ในที่เดียวกัน และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้อได้ไม่ยากเลยล่ะ


อย่าง rabbit finance โบรกเกอร์ประกันภัย ที่รวบรวมประกันไว้หลากหลาย และครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต, ประกันออมทรัพย์, ประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ หรือกระทั่งประกันเฉพาะเจาะจงอย่าง ประกันการเดินทาง, ประกันอุบัติเหตุ แม้กระทั่ง บัตรเครดิต สินเชื่อที่น่าสนใจอีกมากมาย

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์