3 รูปแบบสินเชื่อบ้านให้คุณเลือกสรร

สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เมื่อการแบ่งชำระที่พักอาศัยปัจจุบันหนักเกินไปจนเป็นภาระ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยให้คุณผ่อนชำระได้เบาขึ้น

สินเชื่อเพื่อกู้บ้าน

สินเชื่อเพื่อกู้บ้าน

เมื่อคุณไม่สามารถซื้อบ้านโดยจ่ายเงินเต็มจำนวนในคราวเดียว คุณสามารถกู้สินเชื่อบ้าน และผ่อนชำระเพื่อซื้อบ้านในฝันของคุณได้

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

เมื่อคุณต้องการมีเงินสดอยู่ในมือ หรือ ใช้เงินสดฉุกเฉิน คุณสามารถนำที่พักอาศัยมาเป็นหลักทรัพย์ เพื่อกู้รับเงินก้อน

สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ ที่พร้อมให้คุณสมัคร

          ทำฝันให้เป็นจริงด้วย สินเชื่อบ้านดีๆ สักอัน 


ไม่มีอะไรสุขใจไปมากกว่าการได้มีที่อยู่อาศัย มีที่พักผ่อนหย่อนใจ ในวันที่เหนื่อยล้าจากกการทำงานอีกแล้ว แน่นอนว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนต่างฝันถึงการมีบ้าน มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น

 

ลองคิดดูสิ จะดีแค่ไหนกันเชียว ถ้าเปลี่ยนจากเงินค่าเช่าทุกเดือน เป็นเงินผ่อนบ้าน สามารถตกแต่ง หรือทำอะไรก็ได้ตามที่ใจอยาก ไม่ต้องมาคอยเกรงใจเหมือนตอนเช่าเขาอยู่

 

เอ๋? แล้วแบบนี้เราจะซื้อบ้านได้ยังไง ในเมื่อทุกวันนี้ บ้านไม่ใช่ราคาถูกๆ ที่ดินก็ราคาแพง คอนโดหลายเจ้าก็มีราคาเหยียบหลักล้าน แบบนี้ ?

 

 

            ทำความเข้าใจกันก่อนว่า สินเชื่อบ้าน คืออะไร ?

 

สินเชื่อบ้าน อธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ เงินกู้ชนิดหนึ่ง ที่เราทำการยืมมาจากธนาคารในระยะยาว โดยมีจุดประสงค์หลักคือ กู้ซื้อบ้าน สร้างบ้าน รวมไปถึงการซื้อคอนโด อาคารพาณิชย์ ทาวโฮม และทาวเฮาส์ทด้วย

 

โดยการขอกู้สินเชื่อบ้านนั้น ผู้กู้จะต้องนำที่อยู่อาศัยมาเป็นสิ่งค้ำประกันการจำนอง หรือหากคุณมีสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว แต่อยากเปลี่ยนสถาบันการเงินใหม่ที่มีข้อเสนอที่ดีกว่า คุณก็สามารถทำการไถ่ถอนสินเชื่อเดิมที่มีอยู่และมาเข้ากับธนาคารใหม่ได้ ซึ่งวิธีนี้ เรารู้จักกันในชื่อของการ รีไฟแนนซ์บ้าน นั่นแหละ

 

จะเห็นได้ว่า การขอสินเชื่อบ้านนั้น นอกจากจะช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนเป็นล้านๆ ถึงจะซื้อบ้านได้ แถมสินเชื่อบ้านยังช่วยในเรื่องการรีไฟแนซ์ได้อีกด้วย นี่แหละผู้ช่วยตัวจริง!

 

 

อัตราดอกเบี้ย แตกต่างจากสินเชื่อแบบอื่นยังไง ?


แน่นอนว่า นอกจากระยะเวลา วงเงิน ที่ให้ไม่เหมือนกับสินเชื่อทั่วไปแล้ว สินเชื่อบ้านยังมีอัตราการคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างจากสินเชื่อ หรือเงินกู้ทั่วไปด้วย ซึ่งธนาคารแต่ละเจ้า จะให้อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย อย่าง สภาพการเงินผู้กู้ ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มาขอ หรือยอดเงินรวมที่ขอกู้ยืม เป็นต้น

 

และสิ่งที่คุณควรเรียนรู้ก่อนการกู้สินเชื่อบ้าน หรือกู้เงินซื้อบ้าน ก็คือเรื่องดอกเบี้ยนี่แหละ โดยเฉพาะในเรื่องของประเภทอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นประเภทออกเป็น ดังนี้

 


เงินกู้อัตราดอกเบี้ยที่ลอยตัว (Floating Rate)

 

หมายถึง ดอกเบี้ยที่ต้องชำระคงที่ในช่วงแรกๆ เท่านั้น ต่อมาจะมีการปรับขึ้นลงตามสถานการณ์ตลาดเงิน, สถาบันการเงิน หรือต้นทุนทางการเงิน  บางปีอาจปรับสูง หรือบางปีอาจไม่ปรับเลย ซึ่งเจ้าเงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ แบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ

 

  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ หมายถึง ดอกเบี้ยที่ต้องชำระจะเป็นไปตามประกาศครั้งแรกเสมอ ไม่ปรับตามสถานการณ์ตลาดเงิน
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรก หมายถึง ดอกเบี้ยที่ต้องชำระในช่วง 1-5 ปีแรกจะยังคงที่ แต่หลังจากนั้นก็จะถูกปรับเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัว ซึ่งอาจจะเสียสูงหรือต่ำกว่าเดิมก็ได้
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นแบบขั้นบันได หมายถึง จะทำการปรับขึ้นเป็นรอบปี เช่น ปีแรก 2.25 ปีสอง 3.25 ปีสาม 4.25 เป็นต้น หลังจากนั้นก็จะถูกปรับเป็นแบบลอยตัว

 

 

เงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)

 

หมายถึง ดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เป็นตัวเลขเฉพาะ จะไม่ขึ้นหรือลงตามต้นทุนของสถาบันการเงิน แต่คงที่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้หรือในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น กำหนดให้ชำระดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี เราก็จะเสียอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่มีเพิ่ม ไม่มีลด แต่อย่างใด

 

 

กู้สินเชื่อบ้าน มีข้อดียังไง ?

 

ขึ้นชื่อว่าสินเชื่อ ก็เปรียบเสมือนกับการที่เราไปขอยืมเงินจากธนาคาร แล้วแบบนี้ก็เหมือนเป้นการสร้างหนี้สินให้ตัวเองรึเปล่า บอกเลยว่าไม่จริงเสมอไป เพราะการขอสินเชื่อบ้าน หรือ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยก็มีข้อดีเหมือนกัน  ไม่ว่าจะเป็น

 

  • ไม่ต้องเทเงินก้อน ซื้อบ้านในครั้งเดียว

 

เพราะเราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น การที่เทเงินก้อนโตเป็นหลักแสน หรือหลักล้านในครั้งเดียว  ลองคิดดูสิ ถ้าอนาคตมีปัญหาต้องใช้เงินฉุกเฉินขึ้นมาคงไม่ดีแน่ ถ้าเงินก้อนที่ว่าเราเพิ่งเอาไปซื้อบ้าน ซื้อคอนโดไป ทำให้ไม่มีเงินก้อนใช้แก้ปัญหานั้น

 

สุดท้ายเราก็อาจจะต้องยืมสินเชื่อต่างๆ มาช่วยแก้ปัญหาอยู่ดี แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราแบ้่งสัดส่วนเงิน คุณอาจจะขอสินเชื่อบ้านสักครึ่งนึง และใช้เงินอีกครึ่งของเราในการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดแทน อย่างน้อยคุณก็ได้เบาใจมากขึ้น ไม่ต้องหลัวว่าหากต้องใช้เงินฉุกเฉิน จะไม่มีเงินใช้จ่ายยังไงล่ะ
 

 

  • ช่วยลดดอกเบี้ยได้

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่า การรีไฟแนซ์บ้าน จะช่วยในเรื่องการลดดอกเบี้ยต่างๆ ได้ ดังนั้นไม่ต้องหังวลใจไปว่าเมื่อขอสินเชื่อบ้านครั้งหนึ่ง คุณต้องทนกับข้อเสนอเดิมๆ ดอกเบี้ยแพงๆ ของสินเชื่อบ้านตัวเก่าอีกด้วย


 

  • สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้

 

การขอสินเชื่อบ้าน และการต้องผ่อนเป็นงวดๆ จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้านได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากในแต่ละเดือนจะมีค่าผ่อนชำระที่เท่ากัน เรียกได้ว่าเป้นการสร้างวินัยการใช้จ่ายได้อีกทาง  และสำหรับใครที่อยากจะผ่อนให้ครบ จบ หมดไว ก็สามารถเพิ่มเงินทบเข้าไปได้อีกด้วย

          สินเชื่อบ้านที่ไหนถูกและดี 

 

หลายๆ คนน่าจะสนใจเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านไม่มากก็น้อย แต่เราจะขอสินเชื่อบ้านที่ไหน ให้ได้ราคาถูกๆ หรือเข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราบ้างนะ วันนี้ rabbit finance ก็มีคำตอบเจ๋งๆ สินเชื่อบ้านที่ดี ราคาถูก มาให้คุณได้เลือกกัน  ไม่ว่าจะเป็น

 

             UOB Home loan สินเชื่อบ้านยูโอบี

 

สินเชื่อดีๆ ที่น่าโดน เหมาะกับใครที่ใฝ่ฝันอยากสร้างบ้าน มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่ยังมีเงินไม่เพียงพอ UOB Home loan จึงเป็นสินเชื่อที่จะทำให้คุณมีเงินเพื่อซื้อบ้านใหม่ หรือทำบ้านในฝันของคุณให้เป็นจริง และมีจุดเด่นคือการเป็นสินเชื่อที่เคียงข้างคุณดุจผู้ช่วยทางการเงิน  แน่นอนว่าไม่จำกัดแค่การซื้อบ้านมือหนึ่งเท่านั้น แต่ซื้อบ้านมือสอง หรือจะก่อสร้างบ้านเอง ก็จัดให้คุณได้!

 

             UOB Refinance สินเชื่อรีไฟแนซ์บ้านยูโอบี

 

ผู้ช่วยเบอร์หนึ่งเรื่องการรีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนดอกเบี้ยลง  ลดหนี้และได้ดอกเบี้ยในอัตราใหม่ที่ลดลงแถมยังประหยัดได้มากขึ้น แถมผู้กู้จะได้รับเงื่อนไขการผ่อนชำระเงินกู้ที่ดีกว่าเดิม หรือระยะเวลาในการผ่อนที่ยาวขึ้น นอกจากนี้แล้วรีไฟแนนซ์บ้าน uob ยังอนุมัติรวดเร็วทันใจเพียง 3 วันทำการเท่านั้น ก็รู้ผลแล้ว

 

             UOB Cash to Home สินเชื่อบ้านแลกเงินยูโอบี

 

เพราะเรื่องการเงินไม่เข้าใคร ออกใคร นี่คืออีกหนึ่งสินเชื่อบ้านแลกเงิน ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับการเงินคุณได้มากยิ่งขึ้น เหมาะกับใครที่ต้องการเงินด่วน รับวงเงินสูงสุดถึง 50 ล้านบาท แถมยังผ่อนได้สูงสุด 30 ปี  โดยใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ สามารถค้ำประกันได้ ไม่ว่าบ้านพักอาศัยของคุณจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาว์นโฮม โฮมออฟฟิศ หรือแม้แต่คอนโดมิเนียม ก็สามารถทำได้

 

             สินเชื่อบ้านแลกเงิน จาก ธนาคารไทยเครดิต

 

อีกหนึ่งผู้ช่วยด้านสินเชื่อเงินแลกบ้านที่น่าสนใจอีกราย ไม่ว่าคุณจำประสบปัญหาทางการเงิน ต้องการเงินด่วนไปช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ สมัครง่ายๆ เพียงมีบ้านหรือคอนโดที่ปลอดภาระ เป็นชื่อของตัวเอง รับวงเงินสูงสุดถึง 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนยืดหยุ่นนานสูงถึง 20 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 5.5% ต่อปี และช่วยลดการผ่อนค่างวดลงได้กว่า 50% เลยทีเดียว

 

จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นสินเชื่อบ้านก็จริง แต่มีหลากหลายรูปแบบสินเชื่อ หลากหลายจุดประสงค์ให้เราได้เลือกใช้งาน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ หรือสภาพการเงินช่วงนั้นได้ไม่ยาก ไม่ว่าคุณจะอยากรีไฟแนนซ์บ้าน หาเงินซื้อบ้านใหม่ หรืออยากนำบ้านมาแลกเงินชั่วคราว ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

 

             เรื่องที่ต้องรู้ก่อนการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย

 

ก่อนที่จะเริ่มขอกู้ หรือเตรียมตัวก่อน สิ่งที่เราควรรู้ก็คือ การผ่อนบ้าน ซื้อบ้าน หรือคอนโดนั้น เราควรมีเงินเก็บ เงินออมอย่างน้อย 20% ของราคาบ้านที่เราต้องการจะซื้อ  จริงอยู่ที่สินเชื่อเราอาจจะกู้ได้ในวงเงินเต็ม 100% และการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะช่วยให้เราไม่ต้องออกเงินเต็มจำนวนก็ตาม แต่เราก็ควรมีเงินสำรองไว้ก่อน

 

และแน่นอนว่าเงินที่จะผ่อนต่อเดือนนั้นไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายรับ เพื่อให้การผ่อนบ้านต่างๆ นั่น ไม่เป็นภาระที่หนักหนาเกินไป รวมถึงต้องมีการเผื่อเงินไว้ในรายจ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเอกสารดำเนินเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อบ้าน หรือ ค่าประเมินการขอกู้สินเชื่อบ้าน ด้วย

 

นอกจากนี้ ที่สำคัญที่สุด เราต้องรู้ว่า หากมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นจะมีใช้จ่ายใดเกิดขึ้นบ้าง เช่น ค่าปรับล่าช้า อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นรวมไปถึงระยะเวลาในการถูกยกเลิกสัญญา รวมถึงการเรียกร้องความเสียหายจากธนาคารผู้ให้กู้ โดยที่ค่าใช้จ่ายๆ เหล่านี้ จะต้องเรียกเก็บไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนดไว้อีกด้วย

         เตรียมตัวก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน

 

หลายคนน่าจะมีสินเชื่อบ้านในใจแล้ว แต่เราต้องเตรียมตัวยังไงบ้างนะ และมีเรื่องอะไรบ้างที่เราควรรู้ก่อนการขอสินเชื่อบ้านกันบ้างนะ ตามมาเช็กกันก่อนดีกว่า

 

            เช็กอายุ รายได้ ของตัวเอง

 

เพราะแต่ละธนาคารจะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้แตกต่างกัน เพื่อเป็นการพิจารณาว่า ผู้ขอกู้จะสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่นั่นเอง 

 

หลักๆ แล้วทางธนาคารจะกำหนดให้ผู้กู้ มีอายุอยู่ระหว่าง 20 - 60 ปี โดยที่ระยะเวลาในการกู้รวมกับอายุของผู้กู้ต้องไม่เกิน 65 - 70 ปี หรือตามอายุเกษียณของหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นอายุที่ผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้โดยที่ยังมีงานประจำทำอยู่ 

 

ส่วนเรื่องหน้าที่การงานก็สำคัญ หากคุณเป็นพนักงานบริษัท, ข้าราชการ, รัฐวิสาหกิจ ต้องมีฐานเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป หรือถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวต้องมีรายได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป

 

นอกจากนี้ ทั้งนี้ แต่ละธนาคารจะกำหนดเวลาขั้นต่ำในการที่ทำงาน หรือดำเนินธุรกิจไว้ต่างกันอีกด้วย เช่น ต้องทำงานในบริษัทมาแล้ว 4 เดือน หรือทำธุรกิจส่วนตัวมาแล้ว 2 ปี เพื่อใช้ในการรับประกันว่าผู้กู้ มีรายได้ที่มั่นคง สามารถผ่อนชำระเงินได้จนครบงวดนั่นเอง

 

            เลือกธนาคาร หาสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย และอย่าลืมเปรียบเทียบ

 

แน่นอนว่าในแต่ละธนาคารนั้น จะให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน เราควรจะต้องตรวจสอบและคำนวณความคุ้มค่าของแต่ละข้อเสนอของธนาคารเสมอ เช่น เปอร์เซ็นต์วงเงินกู้ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย, อัตราดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เราต้องจ่าย, ระยะเวลาในการกู้, ค่างวดผ่อนชำระ เป็นต้น

 

โดยเราอาจจะต้องลองคำนวณดูเสียก่อนว่า ข้อเสนอลักษณะไหนที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา รวมไปถึง ต้องรู้ด้วยว่า ค่าผ่อนบ้านต่อเดือนของเรานั้น แบ่งเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างละเท่าไหร่ ผ่อนไหวจริงๆ หรือเปล่า ก่อนการยื่นเสมอ

 

อย่าลืมว่าทุกครั้งที่ยื่นขอกู้ธนาคาร จะมีการเสียค่าใช้จ่ายในการประเมินด้วย หมายความว่า ยิ่งยื่นเยอะ ก็ยิ่งเสียเงินเยอะ ยังไงเสียขั้นต้นก็ลองเช็กทบทวนด้วยตัวเอง หรืออาจจะหาโบรกเกอร์ต่างๆ ช่วยเปรียบเทียบให้ชัวร์ก่อนจะดีที่สุด!

 

            เตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม
 

ได้ธนาคาร หรือสินเชื่อในดวงใจแล้ว ขั้นตอนต่อมาที่เราต้องเตรียมพร้อม คือ การเตรียมเอกสารในการยื่นกู้สินเชื่อบ้านนั้นเอง  

 

โดยเฉพาะกับการขอสินเชื่อบ้านจะต้องใช้เอกสารเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากทางธนาคารต้องตรวจสอบประวัติของผู้กู้ว่าจะมีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน เพื่อพิจารณาวงเงินในการปล่อยกู้ ซึ่งแต่ละคนจะได้ไม่เท่ากันหรือไม่ได้เลยก็ได้ โดยทั่วไปจะมีเอกสารตามรายการ ดังนี้  

 

  • หลักฐานประจำตัว ได้แก่ บัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส/ใบหย่า หรือใบมรณะ, สำเนาเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
     
  • หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ โดยผู้มีรายได้ประจำ ต้องมีใบรับรองเงินเดือน พร้อมด้วยสมุดบัญชีธนาคาร และผู้มีอาชีพอิสระ ต้องมีสำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล, บัญชีเงินฝากพร้อม Statement, หลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่นๆ
     
  • หลักฐานการซื้อขายหลักทรัพย์ สำเนาโฉนดที่ดินหรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด, แผนที่ทำเลที่ดิน,รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล ทรัพย์ส่วนกลาง, สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือมัดจำ
     
  • หลักฐานอื่นๆ เช่น หากกู้เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือต่อเติม ก็ต้องมีหนังสืออนุญาตหรือต่อเติม, หนังสือสัญญาจ้างหรือต่อเติม, แบบก่อสร้าง เป็นต้น


ปรกติแล้ว ทุกเอกสารในการขอสินเชื่อบ้านจะต้องมีอายุ และระยะเวลาไม่นานเกิน 6 เดือน อีกด้วย ยังไงเช็กให้พร้อมก่อนการยื่นทุกครั้งล่ะ

 

            ยื่นเอกสาร และรอฟังผล

 

หลังจากที่เรายื่นเอกสารเพื่อขอกู้เงินกับทางธนาคารแล้ว ธนาคารจะทำการพิจารณาดอกเบี้ยและวงเงินตามความเสี่ยงและภาระของเรา หากเราเป็นลูกค้าชั้นดี มีภาระหนี้สินในชีวิตไม่มาก รายได้ชัดเจน ทางธนาคารจะมองว่าเราเป็นผู้มีความมั่นคง สามารถผ่อนชำระเงินได้ตามระยะเวลา หลังจากนั้นทางธนาคารก็จะอนุมัติวงเงินกู้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ย มาให้

 

ยิ่งถ้าคุณเป็นลูกหนี้ชั้นดีจากสินเชื่ออื่นๆ มาก่อน ประวัติขาวสะอาด ยิ่งทำให้คุณขอกู้ได้ง่ายดายมากขึ้น เผลอๆ จะได้วงเงินกู้ที่สูง ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำๆ มาอีกด้วย

 

ในทางกลับกันหากธนาคารมองเห็นความเสี่ยงทางการเงินเพราะมีรายได้ที่ไม่มั่นคง ไม่พร้อมที่จะเป็นหนี้ ธนาคารก็อาจจะปฏิเสธคำขอกู้เงิน หรืออาจจะไม่ได้ให้วงเงินและดอกเบี้ยตามที่เราต้องการได้เช่นกัน

 

เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการวางแผนขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือกระทั่งการขอสินเชื่ออื่นๆ สิ่งที่สำคัญคือ การรักษาประวัติและสร้างเครดิตที่ดีและเตรียมเอกสารที่แสดงถึงความสามารถในการหารายได้ของเราให้ได้พร้อมที่สุด

 

และโดยปรกติแล้ว การพิจารณาจะใช้ระยะเวลาราวๆ 1 - 3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร แน่นอนว่าคุณสามาารถขอยื่นกู้ได้มากกว่าธนาคารเดียว แต่เราจะไม่แนะนำให้ยื่นไปหลายธนาคารมากเกินความจำเป็น เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินค่าประเมินเพิ่มแล้ว อาจจะส่งผลต่อการยื่นเรื่องขอกู้ธนาคารนั่นๆ ได้เช่นกัน

             สินเชื่อบ้านที่ไหนดี วันนี้มีคำตอบ 

 

เช็กเอกสาร เตรียมรายได้พร้อมแล้ว แต่หลายๆ คนก็ลังเลใจอยู่ดีว่า จะเลือกสินเชื่อบ้านที่ไหนดี? หรืออยากจะเปรียบเทียบสินเชื่อจากหลายๆ ธนาคารต้องทำยังไงกันดี บอกเลยว่า rabbit finance ช่วยคุณได้!

 

             บ้านในฝันไม่ไกลเกินเอื้อม แค่ขอสินเชื่อบ้าน กับ rabbit finance

 

เพราะการสมัครสินเชื่อบ้านมันชักยุ่งยากเสียเหลือเกิน ไหนจะต้องคอยเช็กเทียบอัตราดอกเบี้ยต่างๆ เทียบโปรโมชั่นจากหลายๆ ธนาคารแบบนี้ เสียเวลาแย่ แต่ทุกอย่างจะง่ายดายมากขึ้น เพียงแค่คุณขอสินเชื่อบ้าน กับ rabbit finance หนึ่งในโบรกเกอร์ประกันภัยที่เชื่อถือได้ และอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน

 

rabbit finance ช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านที่น่าสนใจ พร้อมกับข้อเสนอสุดแสนพิเศษ ของแถมสุดคุ้มต่างๆ ที่คุณจะได้รับ ให้คุณได้เลือกสินเชื่อบ้านในดวงใจ วงเงินกู้ที่สูง และไม่ใช่แค่เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านเท่านั้น ยังมีบริการเปรียบเทียบประกัน สินเชื่อต่างๆ ไว้อย่างครบครัน

 

ให้ข้อมูลของคุณปลอดภัย ไปกับระบบการดูแลที่ทันสมัย พร้อมให้คำแนะนำ และบริการที่ประทับใจ ตลอดการขอสินเชื่อบ้าน ที่สำคัญ คุณสามารถทำได้ง่ายๆ สบายๆ ผ่านปลายนิ้ว ไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารติดต่อให้ยุ่งยาก เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อีกด้วย

 

 

  • ยื่นสินเชื่อผ่านแล้ว ทำยังไงต่อดีนะ ?

 

ได้ธนาคารที่ใช่ สินเชื่อที่โดนแล้ว ยื่นกู้ก็ผ่านเรียบร้อย แบบนี้จะดำเนินการต่อยังไงดี สำหรับมือใหม่หัดกู้สินเชื่อบ้าน เรามาลองดูขั้นตอนต่อไปกันเสียหน่อยดีกว่า


 

  • ลงนามในสัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง

 

เมื่อได้รับอนุมัติกู้แล้ว คุณจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อมาลงนามในสัญญากู้เงิน และสัญญาจำนอง พร้อมทั้งนัดวันไปทำนิติกรรมจำนองที่สำนักงานที่ดิน เพื่อดำเนินเรื่อง


 

  • อนุกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน

 

ในวันโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน ผู้กู้ ผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินจะไปพร้อมกันที่สำนักงานที่ดินที่หลักทรัพย์ตั้งอยู่

 

โดยผู้กู้จะต้องเตรียมเงินเป็นค่าจดทะเบียนจำนองตามปกติร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิมธิ์ตามปกติร้อยละ 2 ของราคาประเมินของกรมที่ดิน แต่ปรกติแล้ว ทางผู้ขายมักจะเป็นผู้จ่ายเว้นแต่จะตกลงกัน

 

  • รับเงินกู้

 

เมื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะจ่ายเงินกู้ให้คุณเป็นแคชเชียร์เช็ค เพื่อให้คุณจ่ายเงินคงเหลือให้กับเจ้าของโครงการหรือผู้ขายต่อไป เมื่อคุณได้รับเงินกู้แล้ว คุณจะมีภาระในการผ่อนชำระงวดทุกเดือนภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา

 

ลัดทุกขั้นตอนที่แสนยุ่งยากให้ว่องไวไปกับ rabbit finance สิ เพียงแค่นี้ การขอสินเชื่อบ้านก็ไม่ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว!  

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์